"ท่านแม่ทัพ... ข้าขอคืนอิสระให้แก่ท่าน"
เสียงนั้นราบเรียบ ทว่ากังวานชัดในความเงียบงันของห้องโถงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานราคาแพง ฟางเซียนวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมที่ขัดจนขึ้นเงา ใบหย่าที่เขียนด้วยลายมือบรรจงงดงามถูกวางเคียงข้างกับป้ายหยกประจำตระกูลที่เธอสวมใส่มาตลอดสามปี
จ้าวเหวินหลงไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากม้วนตำราพิชัยสงคราม นิ้วมือแกร่งกร้านกรีดผ่านอักษรบนกระดาษสาอย่างเฉยเมย ราวกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านชายคา
"เจ้าเพ้อเจ้ออะไรอีก ฟางเซียน" เขากล่าวโดยไม่ปรายตามอง "อย่าหาเรื่องเรียกร้องความสนใจในเวลาที่ข้ากำลังยุ่ง หากเจ้าเหงา ก็จงไปฝึกคัดอักษรเสีย"
"ข้าไม่ได้เรียกร้องความสนใจ" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่าเดิม ทว่าแววตาที่เคยฉายความอาลัยอาวรณ์กลับว่างเปล่าราวกับหลุมลึกที่ไร้ก้นบึ้ง "ข้าเพียงแต่มาบอกลา สิ่งที่ควรจะเป็นของท่าน ท่านก็รับคืนไป ส่วนข้า... ข้าแค่ต้องการทวงคืนชีวิตที่เหลืออยู่ของข้ากลับมา"
เหวินหลงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดูแคลน เขาวางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์มองสตรีตรงหน้าด้วยความรำคาญใจ
"ทวงคืน? ชีวิตของเจ้าเปื้อนเลือดและชื่อเสียงของตระกูลจ้าวไปหมดแล้ว หากไม่มีข้า เจ้าคิดว่าจะมีที่ยืนที่ไหนในแผ่นดินนี้?"
ฟางเซียนยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เหวินหลงไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความนอบน้อมยามภรรยาปรนนิบัติสามี แต่มันคือความเยือกเย็นที่บาดลึกถึงกระดูก "สถานที่ที่ไม่มีท่าน... นั่นแหละคือที่ที่ข้าปรารถนาที่สุด"
เธอหันหลังกลับ ก้าวเดินอย่างมั่นคงโดยไม่หันกลับไปมองบุรุษผู้เป็นดั่งเทพเจ้าในสายตาคนทั้งเมือง แต่เป็นดั่งอสูรร้ายในใจเธอ ชุดผ้าไหมสีขาวปักลายดอกเหมยที่เธอสวมใส่ดูราวกับอาภรณ์แห่งการหลุดพ้น ในยามที่เธอก้าวพ้นธรณีประตูจวนแม่ทัพ ฟางเซียนกำมือแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ กลิ่นเลือดจางๆ ที่ไหลซึมออกมาคือสิ่งย้ำเตือนว่าต่อจากนี้ เธอจะไม่ใช่ฟางเซียนผู้อ่อนแอคนเดิมอีกต่อไป
ท่ามกลางความมืดมิดของคืนเดือนดับ ฟางเซียนแอบลัดเลาะผ่านตรอกแคบสู่เรือนพักหลังเล็กที่ซ่อนตัวอยู่สุดเขตเมืองหลวง หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกังวลไม่ใช่เพราะการหย่าขาดจากแม่ทัพผู้เกรียงไกร แต่เพราะ 'สิ่งสำคัญ' ที่เธอซ่อนไว้ในสถานที่แห่งนี้
"ท่านแม่..."
เสียงเล็กใสแว่วมาจากมุมมืด ฟางเซียนรีบโผเข้ากอดร่างเล็กที่วิ่งเข้าหา ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้คราบน้ำตาที่อดกลั้นมานานเอ่อล้น แต่เธอไม่มีเวลาฟูมฟาย เธอต้องพาทุกอย่างไปจากที่นี่ ก่อนที่เงื้อมมือของจ้าวเหวินหลงจะเอื้อมถึง
"ลูกแม่ เราต้องไปแล้ว" เธอกระซิบข้างหูเด็กน้อยพลางลูบเรือนผมที่คล้ายคลึงกับใครบางคนราวกับถอดแบบกันมา
ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวออกจากเรือน ประตูหน้าบ้านก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล แสงคบเพลิงจากทหารองครักษ์นับสิบส่องสว่างจนแสบตา และท่ามกลางกลุ่มทหารเหล่านั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าที่ดำมืดดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร
จ้าวเหวินหลงกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่เด็กน้อยในอ้อมกอดของฟางเซียน มือแกร่งที่ขยำใบหย่าทิ้งไปเมื่อครู่สั่นระริกด้วยแรงโทสะที่พุ่งพล่าน เขาเห็นเงาสะท้อนของตนเองในดวงตากลมโตคู่สวยของเด็กน้อยที่กำลังซบลงบนไหล่ของฟางเซียน
"ฟางเซียน..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยรังสีสังหาร "เจ้ากล้าดียังไง... ถึงได้พยายามซ่อน 'สายเลือด' ของข้าเอาไว้แบบนี้"
ฟางเซียนยืนหยัดด้วยแผ่นหลังที่ตรงดิ่ง ดวงตาที่เคยสั่นไหวกลับนิ่งสงบดุจผืนน้ำยามไร้ลม เธอขยับตัวบังเด็กน้อยไว้มิดชิด ความลับที่เธอพยายามรักษามาตลอดสามปีถูกเปิดเผยในชั่วพริบตา และบัดนี้ เดิมพันของชีวิตเธอได้กลายเป็นสมรภูมิที่ไม่มีวันถอยหลังกลับได้อีกแล้ว
จ้าวเหวินหลงก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ จากตัวฟางเซียนที่เขาเคยเพิกเฉย บัดนี้กลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เขาเอื้อมมือหมายจะคว้าเด็กน้อย ทว่าฟางเซียนกลับชักมีดสั้นออกมาจ่อที่คอหอยของตัวเองทันที
"ถ้าท่านก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว... ท่านจะได้เห็นศพของทั้งข้าและลูกของข้า!"
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะตกอยู่ในวังวนแห่งความบีบคั้นนี้ไปพร้อมกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
จุมพิตอาญาสิทธิ์: เดิมพันรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 1
หยดหมึกแห่งการจากลา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จุมพิตอาญาสิทธิ์: เดิมพันรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
