ดีไซเนอร์นิ่งเงียบกับเซเลบแสบทะลุพิกัด•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนชุดกูตูร์

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงยังไม่จางหายไปจากห้องรับรองวีไอพีหลังเวทีแฟชั่นโชว์ แต่บรรยากาศรอบตัวเรย์ณีร์ในตอนนี้กลับหนาวเหน็บเสียยิ่งกว่ายืนอยู่กลางพายุหิมะ ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นดีไซน์เฉียบกวาดมองผลงานมาสเตอร์พีช—หรือที่ตอนนี้กลายเป็นเศษซากความพินาศ—บนหุ่นลองเสื้ออย่างไม่อยากเชื่อสายตา ชุดราตรียาวผ้าซิลค์ชีฟองปักมือประดับคริสตัลสวารอฟสกี้ทั้งตัว ซึ่งใช้เวลาเนรมิตร่วมสามร้อยชั่วโมง กำลังถูกของเหลวสีแดงฉานจากไวน์แดงหยดติ๋งลงมาแต่งแต้มจนเป็นรอยด่างพร้อยน่าเกลียด บริเวณชายกระโปรงด้านหน้าถูกฉีกขาดเป็นทางยาวราวกับผ่านสนามรบมา "อุ๊ย ตายจริง..." เสียงอุทานที่เจือความเยาะหยันไว้อย่างแนบเนียนดังขึ้นจากมุมห้อง ลินิน ก้าวขาเรียวยาวในชุดมินิเดรสเกาะอกสีดำสนิทเข้ามาใกล้ รอยยิ้มมุมปากของเซเลบริตี้สาวตัวแม่คนนี้ช่างน่าหมั่นไส้เสียจนเรย์ณีร์อยากจะยกมือขึ้นมาข่วนให้หายแค้น เสน่ห์ที่ล้นเหลือและท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว "คุณลินิน" เรย์ณีร์เปล่งเสียงลอดไรฟันด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมโทนเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "นี่คือชุดฟินาลีที่จะต้องใส่เดินเปิดตัวในอีกสี่สิบนาทีข้างหน้า และคุณ—เพิ่งจะทำมันพินาศด้วยมือของคุณเอง" "โอ๊ะ อย่าใช้คำว่าพินาศเลยค่ะคุณดีไซเนอร์ขา ฟังดูใจร้ายจัง" ลินินลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท เธอยกปลายนิ้วเรียวขึ้นมาปัดปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้ม ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงมาที่เรย์ณีร์ด้วยความท้าทาย "เรียกว่า 'เพิ่มศิลปะแนวอวองการ์ด' ลงไปน่าจะดูแพงกว่านะคะ จริงไหมล่ะคะ?" "ศิลปะบ้าอะไรล่ะคะ! นี่มันความมักง่ายของคุณต่างหาก!" เรย์ณีร์หมดความอดทน เธอขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งคู่ต้องจ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "คุณรู้ไหมว่าฉันกับทีมงานต้องอดหลับอดนอนกันกี่คืนเพื่อชุดนี้? แต่คุณกลับเอาไวน์มาสาดใส่แถมยังทำมันขาด เพียงเพราะเหตุผลปัญญาอ่อนว่าช่างแต่งหน้าชมคนอื่นมากกว่าคุณเนี่ยนะ!" "ว้าว คุณเรย์ณีร์โกรธแล้วสวยจังนะคะ หน้าแดงแจ๋เลย..." ลินินไม่เพียงแต่ไม่สำนึก เธอยังจงใจก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของดีไซเนอร์สาว "แต่เสียดายจังค่ะที่ความสวยของคุณมันช่วยกู้สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้... ชุดพังแล้วนะคะคุณขา จะทำยังไงดีเอ่ย?" เรย์ณีร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง อกบางกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ เธอกลียดรอยยิ้มเยาะนั้น เกลียดท่าทางมั่นหน้ามั่นโหนกของอีกฝ่าย และที่สำคัญที่สุด... เกลียดหัวใจเจ้ากรรมที่ดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ เพียงเพราะระยะประชิดนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนเห็นแพขนตางอนงามและประกายความท้าทายในดวงตาคู่สวยคู่นั้นอย่างชัดเจน "ฉันจะแก้ผ้าให้คุณเดินออกไปแทนชุดนี้ดีไหมคะ คุณลินิน" เรย์ณีร์ย้อนถามด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด "อุ๊ย ข้อเสนอนี้น่าสนใจนะคะ..." ลินินแกล้งทำเป็นยกมือทาบอก ดวงตาเป็นประกายวิบวับอย่างชอบใจ "แต่เกรงว่าคนดูข้างนอกคงจะช็อกตายซะก่อนน่ะสิคะ เอาเป็นว่า... ในเมื่อคุณเก่งนักไม่ใช่เหรอคะ ดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้กวาดรางวัลมาทั่วโลก ลองใช้เวลาสี่สิบนาทีนี้กู้ชีพมันให้ดูหน่อยสิคะ ถ้าทำไม่ได้... ฉันนี่แหละจะไปประกาศให้โลกรู้ว่าแบรนด์คุณมันก็แค่ของปลอม!" ความกดดันมหาศาลโถมเข้าใส่เรย์ณีร์ในเสี้ยววินาทีนั้น สัญชาตญาณความเป็นมืออาชีพกรีดร้องบอกให้เธอลงมือทำอะไรสักอย่าง ดีไซเนอร์สาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะปัดมือที่เกะกะของเซเลบสาวออกแล้วคว้ากรรไกรตัดผ้าสเตนเลสสตีลบนโต๊ะทำงานมาถือไว้มั่น "ถอยไปค่ะ" เรย์ณีร์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ สายตาคมกริบมองร่างระหงที่ขยับถอยหลังไปนิดตามแรงกดดัน "ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันเผลอเอา 'ศิลปะ' ไปลงบนตัวคุณแทนชุดนี้..." ลินินหัวเราะคิกคักในลำคออย่างไม่นึกกลัว เธอทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวยาว หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาไถเล่นราวกับเรื่องตรงหน้าเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่กำลังสร้างความบันเทิงให้เธอ แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับแอบชำเลืองมองทุกการเคลื่อนไหวที่ฉับไวและเด็ดขาดของคนตรงหน้าอย่างนึกทึ่งลึกๆ เรย์ณีร์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าหุ่นลองเสื้อ เรียวิ้วสีนวลจับกรรไกรตัดผ้าฉับลงไปที่ชายกระโปรงที่เปื้อนไวน์อย่างไม่ลังเล เสียงเนื้อผ้าชีฟองขาดวิ่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ สมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดเข้าสู่โลกแห่งการสร้างสรรค์ ความโกรธแค้นเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นดีในการสะบัดเข็มและด้ายด้วยความเร็วสูง มือเรียวปักหมุดตรึงผ้าอย่างคล่องแคล่วเพื่อรังสรรค์ดีไซน์ใหม่ให้เฉียบคมและเซ็กซี่กว่าเดิมในเวลาจำกัด เวลาผ่านไปสิบนาทีที่ยาวนานราวกับสิบปี เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าสวยของดีไซเนอร์สาว ลินินที่นั่งมองอยู่เงียบๆ เริ่มหุบยิ้มกวนๆ ลงทีละน้อย แววตาที่เคยมองด้วยความสนุกสนานแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด เมื่อโครงร่างของชุดใหม่ที่ถูกตัดต่อและเดรปผ้าใหม่โดยสัญชาตญาณอันยอดเยี่ยมเริ่มปรากฏรูปร่างขึ้น มันไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มันกลับดูโดดเด่นและทรงพลังยิ่งกว่าดีไซน์เดิมเสียอีก "เสร็จ..." เรย์ณีร์พึมพำกับตัวเองเบาๆ กำลังจะเงยหน้าขึ้นสั่งให้อีกฝ่ายไปเปลี่ยนชุด ทว่าในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องรับรองวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่เคาะขออนุญาต ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังก้องกังวานไปทั่วห้อง "ช่างเป็นโชว์ที่น่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของเรย์ณีร์เย็นเฉียบลงในทันที "หวังว่าผลงานชิ้นโบแดงชิ้นนี้ จะไม่ทำให้ผู้สนับสนุนหลักอย่างฉันต้องผิดหวังนะ... เรย์ณีร์" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บพริกสิบเม็ดในตอนแรกนี้ แล้วมาลุ้นระทึกกับเคมีชวนใจสั่นในตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์นิ่งเงียบกับเซเลบแสบทะลุพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%