เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกกระทั้นจนถ้วยสังกะสีเคลือบอีนาเมลที่บิ่นมุมสะเทือนลั่น หยดน้ำชารสฝาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าคร่ำคร่าที่ปูลาดอยู่บนโต๊ะกลางห้องโถงของบ้านพักข้าราชการกรมป่าไม้
"ไป๋ลี่หลิน! เธอคิดว่าความเงียบของเธอจะช่วยรักษาทะเบียนบ้านฉบับนี้ไว้ได้หรือไง! สกุลไป๋ของเราไม่ได้เลี้ยงคนไร้ประโยชน์ไว้กินข้าวฟรีไปวันๆ ในเมื่อเจ้าหลี่กั๋วเฉียงมันตายซากในสนามรบ หรือหายหัวไปไหนก็ไม่รู้จนป่านนี้ ทิ้งเธอที่เป็นแค่สะใภ้กำพร้าให้เป็นภาระของบ้านเรา ครอบครัวเราไม่ใช่สถานสงเคราะห์นะ!"
เสียงแหลมสูงของจางฮุ่ย แม่เลี้ยงผู้มีใบหน้าหยักศกและริมฝีปากบางเฉียบราวกับมีดโกน ตวาดกร้าวใส่ร่างบางที่นั่งคุดคู้สั่นเทาอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่สาน สายตาของนางเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองเศษขยะเปียกชื้นที่ถูกกวาดเข้ามาใต้ถุนบ้าน
ไป๋ลี่หลินสะท้านเฮือก ไม่ใช่เพราะความหนยะแหยงจากคำพูดดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น ทว่าสติสัมปชัญญะที่เพิ่งประกอบเข้าด้วยกันใหม่หลังผ่านความเจ็บปวดจากการร่วงหล่นข้ามผ่านมิติเวลาและห้วงสุญญากาศ ทำให้สมองของแพทย์หญิงอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดตื่นตัวอย่างเต็มพิกัด
กลิ่นอัปชื้นของดินโคลนผสมควันถ่านหินในหน้าหนาวปี ค.ศ. 1976 ตลบอบอวลอยู่ในโพรงจมูก ความหนาเหนอะของเสื้อนวมสีเทาหม่นที่เปียกชื้น รอยช้ำเขียวคล้ำที่ต้นแขนซ้ายจากการถูกผลักกระแทกเมื่อครู่ และความจริงที่ว่า... เธอกำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมที่ผู้คนพร้อมจะเหยียบย่ำกันให้จมดินเพื่อความอยู่รอด
ในยุคที่ข้าวปลาอาหารขาดแคลน ตั๋วปันส่วนคือชีวิต และอำนาจรัฐอยู่ในมือของคนพาล การถูกขับไล่ออกจากบ้านในค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการส่งไปตายผ่อนส่งกลางทุ่งน้ำแข็ง
"แม่เลี้ยงจางพูดถูกแล้วครับพี่ลี่หลิน..." เสียงทุ้มต่ำของไป๋เฉียง น้องชายต่างมารดาที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความอาทร "พี่ก็รู้ว่าโควตางานในโรงงานคอมมูนปีนี้เหลือแค่ใบเดียว ถ้าพี่ยังดึงดันจะอยู่เป็นภาระที่นี่ต่อ ครอบครัวเราคงต้องอดตายกันหมดเพราะปากท้องของพี่คนเดียว ยอมเซ็นใบหย่าขาดจากตระกูลหลี่แล้วไสหัวไปเสียเถอะครับ ดีเสียอีก อย่างน้อยพี่ก็ยังรักษาชีวิตรอดออกไปจากหมู่บ้านนี้ได้"
รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของสองแม่ลูกสะท้อนลงในดวงตาคู่สวยที่เพิ่งเงยขึ้นสบ ไป๋ลี่หลินไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายตามบทบาทที่พวกเขาวาดหวัง
ดวงตาคู่นั้น... ลุ่มลึก ดำขลับ และคมกริบดุจใบมีดผ่าตัดที่อาบยาพิษ มันเป็นสายตาที่ทำให้จางฮุ่ยถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปวูกหนึ่งโดยไม่ทราบสาเหตุ
"พวกเธอคิดว่า... ทะเบียนบ้านฉบับนี้ และบ้านหลังนี้ เป็นสิทธิ์ขาดของพวกเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"
น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่าเล็กน้อยเนื่องจากความหนาวเหนทอส ทว่ากลับกังวานและทรงพลังอย่างน่าประหลาด มันไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
จางฮุ่ยหน้าเปลี่ยนสี นางถลึงตาใส่ลูกเลี้ยงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำ "นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาพูดจาสามหามแบบนี้! บ้านหลังนี้เป็นของพ่อแกที่ตายไปแล้ว และฉันเป็นภรรยาโดยชอบธรรม ทรัพย์สินทุกชิ้นในที่ดินแปลงนี้เป็นของตระกูลไป๋ แกเป็นแค่สะใภ้ที่สามีทิ้งขว้าง ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาในห้องโถงนี้ด้วยซ้ำ!"
"สะใภ้ที่สามีทิ้งขว้างอย่างนั้นหรือ?" ไป๋ลี่หลินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ความเจ็บปวดร้าวรานที่ข้อเท้าถูกสะกดกักไว้ด้วยสติอันเฉียบคม นางปัดเศษฝุ่นบนเสื้อนวมตัวเก่าอย่างใจเย็น ท่วงท่าอิริยาบถนั้นสง่างาม สูส่ง และเปี่ยมด้วยรัศมีบางอย่างที่กดทับให้คนมองรู้สึกหายใจไม่ออกโดยอัตโนมัติ
"หลี่กั๋วเฉียงสามีของฉัน แม้จะไปราชการลับในแนวหน้าและขาดการติดต่อนานร่วมปี แต่ตำแหน่งนายทหารสังกัดกองพลน้อยพิเศษของเขายังคงอยู่ เงินเดือนประจำตำแหน่งและเบี้ยเลี้ยงสนามรบที่ถูกโอนเข้าบัญชีของบ้านตระกูลไป๋ตลอดสามปีที่ผ่านมา... มันหายไปไหนหมดล่ะแม่เลี้ยงจาง?"
คำถามนั้นพุ่งตรงราวดอกธนูที่ปักเข้ากลางใจดำ จางฮุ่ยหน้าซีดเผือด สีหน้าเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความตื่นตระหนกในชั่วพริบตา
"แก... แกพูดเหลวไหลอะไร! เงินบ้าบออะไรกัน ฉันไม่เคยเห็นสักแดงเดียว!"
"ไม่เคยเห็น?" ไป๋ลี่หลินก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ ทุกย่างก้าวที่กดลงบนพื้นไม้สร้างแรงกดดันมหาศาล "สมุดบัญชีธนาคารเล่มสีแดงที่ซุกไว้ใต้พื้นกระดานห้องนอนของแม่เลี้ยง หรือจดหมายแจ้งการโอนเงินจากกองบัญชาการทหารภาคภูมิภาคที่เพิ่งมาถึงเมื่อสัปดาห์ก่อน... ต้องการให้ฉันไปหยิบมันออกมาอ่านให้ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการคอมมูนฟังตอนนี้เลยไหมล่ะครับ... อ้อ ไม่สิ ฉันควรจะเรียกว่า 'ยักยอกทรัพย์สินทางราชการและเงินสงเคราะห์ทหารผ่านศึก' ดีล่ะ?"
บรรยากาศในห้องโถงดิ่งวูบลงจนแทบเยือกแข็ง เสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวอยู่ภายนอกหน้าต่างกระจกฝ้าขาวโพลนกลายเป็นฉากหลังที่เงียบงัน ไป๋เฉียงหน้าถอดสี ถอยกรูดไปหลบอยู่ด้านหลังมารดา
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความรู้สึกร้อนผ่าวแปลกประหลาดก็แล่นพล่านขึ้นมาจากกลางฝ่ามือซ้าย
รอยสักรูปจันทร์เสี้ยวสีมรกตจางๆ ที่ข้อมือซ้ายของไป๋ลี่หลินเกิดเปล่งประกายแสงสีเขียวเรืองรองทะลุเนื้อผ้าออกมาวูบหนึ่ง พร้อมกับกระแสพลังงานอุ่นวาบที่ไหลทะลักเข้าสู่กระแสเลือด ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัวถึงขีดสุด มิติหยกโบราณที่หลับใหลอยู่ภายในจิตสำนึกกำลังตอบสนองต่อจิตสังหารและความเด็ดเดี่ยวของนาง!
พื้นที่ในมิติพิเศษขนาดมหึมาที่บรรจุคลังยาแผนโบราณ เครื่องมือแพทย์ล้ำยุค และตำราลับโบราณนับหมื่นเล่มแผ่ซ่านไอน้ำศักดิ์สิทธิ์ออกมาหล่อเลี้ยงร่างกายที่เหนื่อยล้าของนางให้กลับมาสมบูรณ์พร้อมรบในพริบตา
จางฮุ่ยตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว นางคว้าไม้กวาดทางมะพร้าวขึ้นมาเงื้อมือหมายจะฟาดลงบนศีรษะของลูกเลี้ยงตัวดี "นังสารเลว! วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกให้หลาบจำ!"
ทว่า ก่อนที่ไม้กวาดจะทันเหวี่ยงลงมา ประตูไม้สนหน้าบ้านก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล เสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหวทำให้หิมะบนหลังคาร่วงกราวลงมา
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มบ่าประดับอินทรธนูนายพัน ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางละอองหิมะโปรยปราย ไหล่กว้างปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำค้าง ไอความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนที่ดุดันและทรงอำนาจราวกับพญาอินทรีที่เพิ่งบินกลับมาจากสนามรบ
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสภาพความโกลาหลภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของสะใภ้ตระกูลหลี่ผู้ยืนหยัดอย่างองอาจท่ามกลางวงล้อม
"ใครบอกว่า... สามีของเธอตายซากไปแล้ว?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ พร้อมกับที่ผู้สวมเครื่องแบบนายทหารก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัว เปิดเผยใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ และแววตาที่จ้องมองมายังไป๋ลี่หลินด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
รี้ดเดอร์ที่รักทุกท่าน ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" ด้วยดีเสมอมานะครับ
บันทึกหยกโบราณข้ามภพแห่งยุคเจ็ดศูนย์•ตอนที่ 1
มิติหยกโลหิตกับฟางเส้นสุดท้าย
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหยกโบราณข้ามภพแห่งยุคเจ็ดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
