“ถ้าคุณจะลงมือตำพริกแกงด้วยท่าทางเกร็งเหมือนจับมีดเชฟมิชลินแบบนั้น พริกพวกนี้คงได้กลายเป็นน้ำพริกตาแดงรสจืดชืดไปเสียก่อนครับคุณกรณ์”
เสียงรินดังขึ้นพร้อมกับจังหวะที่เธอฉวยสากไม้ไปจากมือผมอย่างถือวิสาสะ เธอวางมันลงในครกหินใบเก่าที่สืบทอดมาจากรุ่นยาย ท่วงท่าของเธอหนักแน่นและแม่นยำ ไม่มีความปราณีให้กับพริกแห้งเม็ดโตที่นอนรอชะตากรรมอยู่ภายในนั้นเลยสักนิด
ผมยืนนิ่งมองคนตัวเล็กที่ดูจะมีพลังงานเหลือเฟือในขณะที่จิตใจของผมยังคงวนเวียนอยู่กับโทรศัพท์ที่วางนิ่งสนิทอยู่บนโต๊ะไม้หลังเรือนปลูกผัก เมื่อคืนนี้ข้อความจากหุ้นส่วนเก่าในกรุงเทพฯ ยังคงตามมาหลอกหลอนเรื่องเอกสารคดีความที่ผมพยายามจะฝังมันลงดินไปพร้อมกับความทรงจำแย่ๆ เหล่านั้น
“ผมแค่กำลังคิดอะไรอยู่นิดหน่อยน่ะครับ” ผมตอบพลางหยิบกระชายสดที่ล้างทำความสะอาดแล้วมาหั่นเป็นแว่นๆ กลิ่นสมุนไพรสดชื่นแตะจมูก มันเป็นกลิ่นของดิน กลิ่นของความจริงที่ไม่เคยหลอกลวงใครเหมือนผู้คนในเมืองใหญ่
“คิดเรื่องอดีตหรือคิดเรื่องทางออกครับ?” รินหยุดตำ มือข้างหนึ่งเสยผมที่ปรกหน้าขึ้น สายตาของเธอคมกริบราวกับจะมองทะลุผ่านความนิ่งเงียบที่ผมสร้างไว้ “คุณเลือกมาที่นี่เพื่อหนีจากสิ่งที่พังทลาย แต่ถ้าคุณไม่ยอมลงมือซ่อมมันจริงๆ ต่อให้ตำน้ำพริกจนครกแตก รสชาติมันก็ไม่มีวันอร่อยหรอกนะ”
ผมชะงัก มีดในมือหยุดกึก รินรู้ดีกว่าใครว่าอะไรที่ทำให้ผมเป็นคนแบบนี้ เธอไม่เคยถามจี้จุด แต่เธอมักจะเปรียบเทียบชีวิตกับรสชาติอาหารเสมอ
“งั้นก็สอนผมทีสิครับ... ว่าทำยังไงให้น้ำยาป่าหม้อนี้มันเผ็ดร้อนจนลืมเรื่องที่กวนใจได้บ้าง” ผมตัดสินใจวางความขุ่นมัวในใจลงชั่วคราว เดินเข้าไปใกล้ครกหิน กลิ่นเผ็ดฉุนของพริกแห้งและข่าแก่โชยขึ้นมา กระตุ้นความรู้สึกบางอย่างที่หลับใหลอยู่ลึกๆ
เราช่วยกันตำพริกแกงจนละเอียดเป็นเนื้อเดียว กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วครัวเปิดในฟาร์ม ลูกน้องและเพื่อนบ้านที่แวะเวียนมาช่วยงานต่างเริ่มล้อมวงเข้ามาช่วยกันหยิบจับ ขนมจีนเส้นสดที่กดออกมาจากพิมพ์ไม้สีขาวสะอาดตาถูกนำมาวางเรียงราย บรรยากาศความวุ่นวายที่อบอุ่นแบบนี้คือสิ่งที่ผมโหยหามาตลอดชีวิตการเป็นเชฟในร้านอาหารหรูที่เงียบกริบ
เมื่อกะทิในหม้อเริ่มแตกมัน ผมบรรจงเทพริกแกงที่ตำเองกับมือลงไป กลิ่นหอมหวนที่เกิดจากความตั้งใจผสมผสานกับวัตถุดิบอินทรีย์ที่ปลูกเองหลังบ้าน มันคือความสุขที่จับต้องได้ รินยืนดูผมอยู่ข้างๆ เธอช่วยหยิบน้ำปลาและน้ำปลาร้าชั้นดีส่งให้ จังหวะการทำงานของเราสอดประสานกันอย่างประหลาดโดยไม่ต้องพูดอะไร
“รสนี้แหละครับ...” ผมพึมพำขณะชิมรสชาติสุดท้าย น้ำยาป่ารสเผ็ดร้อนข้นคลั่กด้วยเนื้อปลาช่อนย่างสดใหม่ กลิ่นของกระชายและใบมะกรูดที่เด็ดสดๆ จากต้นทำให้รสชาติมันล้ำลึกอย่างบอกไม่ถูก
อาหารมื้อนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เผ็ดจนเหงื่อซึมแต่ทุกคนกลับวางช้อนไม่ลง ผมมองดูรินที่กินขนมจีนคลุกน้ำยาจนปากแดงก่ำ เธอหันมาสบตาผมด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจที่เหนื่อยล้าของผมเต้นเป็นจังหวะปกติอีกครั้ง
“อร่อยใช่ไหมคะ? อาหารที่ทำจากความสบายใจ รสชาติมันจะต่างจากอาหารที่ทำเพื่อพิสูจน์ตัวเองเสมอ”
ผมพยักหน้ายอมรับอย่างหมดใจ กำลังจะเอ่ยปากชมฝีมือตัวเองและเธอ แต่แล้วบรรยากาศที่แสนสุขก็ถูกทำลายลง เสียงรถยนต์หรูราคาแพงที่ขับเข้ามาจอดที่หน้าฟาร์มทำให้ทุกคนในวงอาหารหยุดชะงัก คนที่ก้าวลงมาจากรถคือคนที่ผมคิดว่าจะไม่มีวันได้พบกันอีกในที่แห่งนี้
เขาสวมชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศไร่นาอย่างสิ้นเชิง สายตาของเขาจ้องมองมาที่ผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“กรณ์... ผมหาคุณเจอเสียที” ชายคนนั้นกล่าวพลางกวาดสายตามองคนในฟาร์มที่กำลังตกตะลึง ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ผม “เรื่องที่บริษัทไม่ได้จบลงแค่นั้นอย่างที่คุณคิดหรอกนะ และถึงเวลาแล้วที่คุณต้องตัดสินใจว่าจะให้ผมทำอย่างไรกับ 'ของ' ที่คุณทิ้งไว้”
หัวใจของผมกระตุกวูบ มือที่ถือช้อนอยู่สั่นไหวเล็กน้อย สิ่งที่ผมพยายามหนีมาตลอดกำลังตามมาถึงหน้าบ้าน... หรือบางที สิ่งที่ผมทิ้งไว้ข้างหลัง อาจจะไม่ได้พังทลายอย่างที่ผมเข้าใจมาตลอดก็ได้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความสุขผ่านตัวอักษรกับฟาร์มเมอร์สุขใจนะครับ
กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 38
ขนมจีนน้ำยาป่าสูตรโบราณ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!