“คุณกรณ์ครับ ถ้าคุณยืนกรานจะเปิดทุกตารางนิ้วแบบนี้ ก็อย่าหาว่าพวกเราใจร้ายเลยนะครับ ถ้าสิ่งที่ผมเห็นในโรงเรือนหลังนั้นมันไม่ใช่อย่างที่คุณโฆษณาไว้”
เสียงทุ้มห้าวของชายวัยกลางคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องการร้องเรียนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ผมยืนอยู่บนคันนา สายตาปะทะกับกลุ่มชาวบ้านและผู้สื่อข่าวท้องถิ่นที่เริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ ‘ฟาร์มระวีสุข’ ความลับที่ผมเคยพยายามเก็บงำไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์ท้ายสวน ซึ่งรินเพิ่งจะเผลอทำกุญแจดอกสำคัญหลุดมือไปเมื่อครู่นี้ กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่อึดใจ
รินยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายผม มือของเธอสั่นเล็กน้อย เธอหันมาสบตาผม สายตาที่เคยร่าเริงเปี่ยมด้วยความมั่นใจตอนนี้กลับฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด
“คุณกรณ์... ถ้าเราเปิดตอนนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมด... มันจะจบลงจริงๆ ใช่ไหมคะ” เธอถามด้วยเสียงแผ่วเบา
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ผมสูดกลิ่นดินหลังฝนตกเข้าปอดลึกๆ กลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นที่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่ผมเลือกเดิน แต่ในขณะเดียวกัน กลิ่นดินนี้ก็กำลังเป็นพยานในความผิดพลาดที่ผมเคยทำไว้เมื่อหลายปีก่อน ผมหันไปสบตาผู้ที่มาเยือนทุกคน ก่อนจะหยิบลูกกุญแจขึ้นมาถือไว้มั่น
“เชิญครับ” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “เดินตามผมมานะครับ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในนั้น... แม้มันอาจจะไม่ได้งดงามอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ก็ตาม”
เราเดินมุ่งหน้าไปทางโรงเรือนไม้เก่าที่ท้ายฟาร์ม บรรยากาศเงียบเชียบจนได้ยินเสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นดินแห้งสลับเปียกเป็นจังหวะ แต่ละก้าวที่เดินไป หัวใจของผมเต้นระรัวเหมือนกำลังถูกบีบด้วยกรงเล็บล่องหน อดีตเชฟอาหารฝรั่งเศสที่เคยสง่างามในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดตาอย่างผม บัดนี้ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายมอมแมม ผมกำลังจะทำลายทุกอย่างที่ตัวเองสร้างขึ้นมาด้วยมือเพียงเพื่อความจริงใจที่ผมยึดถือ
เมื่อถึงหน้าประตูโรงเรือน ผมหยุดชะงัก รินวางมือลงบนแขนผมเบาๆ ราวกับจะให้กำลังใจ
“คุณไม่ใช่คนที่คุณเคยเป็นตอนนั้นแล้วนะ” เธอพึมพำ
ผมหันไปยิ้มให้เธอ เป็นยิ้มที่ฝืนทำได้ยากที่สุดในชีวิต ก่อนจะไขกุญแจและผลักบานประตูออก เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของผู้คนที่ยืนรอลุ้นอยู่ด้านหลัง แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านช่องว่างของผนังไม้ เข้าไปกระทบกับสิ่งที่อยู่ภายใน
ภาพที่เห็นไม่ใช่การลักลอบใช้สารเคมี หรือพืชจีเอ็มโออย่างที่ใครต่อใครกล่าวหา แต่มันคือห้องจัดเก็บอุปกรณ์และ ‘บันทึก’ บางอย่างที่ผมน่าจะเผาทิ้งไปตั้งนานแล้ว กล่องไม้เก่าคร่ำคร่าใบหนึ่งวางเด่นอยู่บนโต๊ะทำงานกลางห้อง บนนั้นมีรูปถ่ายของคุณตาและบันทึกสูตรอาหารที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำมันที่ผมเคยทำพังในวันที่ผมทำตัวเป็นเชฟที่ทระนงตัวเกินไป จนส่งผลให้กิจการร้านอาหารของคุณตาต้องปิดตัวลงอย่างไม่เป็นธรรม
“นี่คือความลับของคุณเหรอครับคุณกรณ์?” ชายคนเดิมก้าวเข้ามาหยิบบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดู “นี่มันเป็นแค่บันทึกสูตรอาหารเก่าๆ ของคนธรรมดา ไม่ใช่สารเคมีหรือการโกงฉลากอะไรเลยนี่!”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ผมนิ่งอึ้ง สิ่งที่ผมกลัวที่สุดไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่คือการที่ทุกคนจะรู้ว่าผมเคยเป็นเชฟที่ล้มเหลว เคยเป็นหลานชายที่ทำให้ความฝันของคนในครอบครัวแตกสลายจนต้องหนีความอับอายมาไกลถึงที่นี่
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงกับบันทึกเล่มนั้น รินก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่มุมห้อง เธอเบิกตากว้างและรีบเดินเข้าไปขวางทางไว้ แต่สายตาที่เฉียบคมของหัวหน้ากลุ่มชาวบ้านกลับเร็วกว่า เขาเดินตรงไปยังมุมมืดใต้โต๊ะตัวนั้นและกระชากผ้าใบเก่าๆ ที่คลุมของบางอย่างไว้ออก
ทันทีที่ผ้าใบหลุดออก เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก็ดังขึ้นจากทุกคนในห้อง
สิ่งที่อยู่ตรงนั้นไม่ใช่สารเคมี และไม่ใช่หลักฐานความผิด แต่มันคือ ‘ใบรับรองผลการตรวจสารตกค้างในดิน’ ที่ระบุชื่อของเจ้าของฟาร์มคนก่อน... ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับคนที่เคยเป็นศัตรูทางธุรกิจของคุณตาผมอย่างรุนแรง และมีลายเซ็นของคนที่ผมเพิ่งไล่ออกไปเมื่ออาทิตย์ก่อนกำกับอยู่ด้านล่าง
รินหันมามองผมด้วยความตกใจสุดขีด “คุณกรณ์... นี่มันหมายความว่าไง? คนที่ไล่ออกไปเมื่ออาทิตย์ก่อน คือคนที่ส่งข้อมูลเท็จพวกนี้มาให้ชาวบ้านเหรอ?”
หัวใจของผมหล่นวูบเมื่อเห็นเอกสารแผ่นนั้น แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้อธิบายอะไร เสียงรถยนต์คันหรูที่คุ้นเคยก็เบรกดังสนั่นอยู่ที่หน้าประตูฟาร์ม ร่างของชายในชุดสูทที่ผมไม่อยากพบที่สุดก้าวลงจากรถพร้อมกับเอกสารในมืออีกชุด
“คุณกรณ์ครับ” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น “ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันเรื่อง ‘กรรมสิทธิ์ที่ดิน’ ผืนนี้อีกยาวเลยนะครับ เพราะดูเหมือนว่าบันทึกที่คุณเพิ่งโชว์ให้ทุกคนดู จะกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้คุณต้องเสียฟาร์มแห่งนี้ไปในอีกไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงข้างหน้า”
ความหวังที่ผมเพิ่งจะรวบรวมมาได้พังทลายลงตรงหน้า... เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ฟาร์มระวีสุขมาจนถึงตอนนี้ครับ
กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข•ตอนที่ 40
วันเปิดฟาร์มพิสูจน์ความจริง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นดิน ไอฝน และปิ่นโตแห่งความสุข นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!