กุนซือหญิงแห่งยุคแปรผันกับท่านอ๋องผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 1

จิตวิญญาณกุนซือในร่างหลินซือ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"กราบเรียนท่านพ่อ... หากท่านต้องการให้ลูกสาวคนนี้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกเขี่ยทิ้งเพื่อแลกกับเศษเงินของตระกูลจาง ก็จงมั่นใจเสียว่ามือของท่านจะยังคงสะอาดสะอ้านอยู่ได้นานแค่ไหน หลังจากที่ลูกต้องแต่งเข้าจวนตระกูลนั้นไปเป็นม่ายไม่ถึงสามวัน!" คำพูดกร้าวแกร่งก้องกังวานดุจคมกระบี่ที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก เสียงของหลินหว่านซือไม่ได้สั่นเครือแม้แต่น้อย แม้ความเจ็บปวดจากการทะลุมิติจะยังแล่นริ้วอยู่ทั่วร่างราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงก็ตาม เธอขยับกายลุกขึ้นจากพื้นดินที่เย็นเฉียบด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้เสื้อผ้าผ้าฝ้ายสีหม่นที่สวมใส่จะขาดวิ่นและเปื้อนคราบดินโคลนจากการถูกผลักไส แต่นัยน์ตาคู่คมกริบของเธอกลับฉายแววอำนาจที่ทำให้ผู้ที่ได้สบตากระถดถอยด้วยความครั่นคร้าม นายหญิงหลิน แม่เลี้ยงผู้กุมบังเหียนอำนาจในบ้านตระกูลหลินแห่งยุค 70 บัดนี้กลับชะงักงัน นางหน้าถอดสี มือที่ถือสัญญาหมั้นหมายสั่นระริก "เจ้า... เจ้าหลินซือ! เจ้าไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากที่ใดถึงได้กล้าตวาดพ่อของเจ้าเช่นนี้!" นางแผดเสียง พยายามข่มความหวาดหวั่นที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง หว่านซือกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นของไม้ผุพังและกลิ่นคาวโคลนในอากาศบอกให้เธอรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่สนามรบที่เธอคุ้นเคย ทว่ากลยุทธ์ในการเอาตัวรอดนั้นเป็นสากลไม่ว่ายุคสมัยใดก็ตาม "พ่อหรือ?" หว่านซือยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่เย็นเยียบจนคนมองรู้สึกหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ "ท่านพ่อที่ยินยอมขายลูกสาวเพื่อแลกกับโควตาเข้าทำงานในโรงงานเหล็กและเงินค่าตอบแทนร้อยหยวนน่ะหรือ? ในยุคสมัยที่การปฏิรูปกำลังเข้มข้นเช่นนี้ การกระทำของท่านหากถึงหูหน่วยตรวจสอบวินัย... ผมบนหัวของท่านอาจจะอยู่ไม่ครบทุกเส้นนะครับ ท่านพ่อ" คำว่า 'ท่านพ่อ' ที่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชันทำเอาชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าถึงกับกัดฟันกรอด เขามองลูกสาวคนรองที่เคยอ่อนแอและขลาดกลัวราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แววตาของเธอในยามนี้เปี่ยมไปด้วยไหวพริบและเล่ห์เหลี่ยมที่เขายังมองไม่ทะลุ "เจ้าคิดว่าเจ้าจะรอดพ้นไปได้งั้นหรือ? มู่หรงเซียว... ชายผู้นั้นคือนายทหารที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัว เขาขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิตและเด็ดขาด เขาสั่งปลดคนมานับไม่ถ้วน! เจ้าคิดว่าร่างกายที่ไร้ค่าของเจ้าจะรักษาที่นั่งสะใภ้ในจวนมู่หรงไว้ได้นานสักกี่น้ำ!" แม่เลี้ยงตะโกนแทรก หว่านซือไม่ได้สะทกสะท้าน เธอเดินก้าวย่างอย่างมั่นคงไปที่กระจกเงาฝ้ามัวเบื้องหน้า ภาพสะท้อนของหญิงสาววัยสิบแปดปี ใบหน้าซูบตอบแต่ทว่ามีเค้าโครงของความงามที่ซ่อนเร้น นัยน์ตาคู่นี้... คืออาวุธที่เธอจะใช้พลิกชะตาชีวิตในยุคสมัยที่เธอไม่รู้จักนี้ ขณะที่ความตึงเครียดภายในห้องกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและสม่ำเสมอดังสะท้อนเข้ามาจากนอกประตูเรือน เป็นจังหวะการเดินที่บ่งบอกถึงผู้ฝึกฝนวิชาทหารอย่างเคร่งครัด จังหวะเท้าแต่ละก้าวหนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนพื้นดิน ทุกคนที่อยู่ในห้องเงียบกริบลงทันที ประตูไม้ถูกผลักออกอย่างรุนแรง เงาร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกปรากฏตัวขึ้น บ่าไหล่กว้างนั้นกดทับบรรยากาศในห้องจนอึดอัดดั่งมีภูเขาทับถม ใบหน้าคมสันดุจรูปสลักนั้นนิ่งสนิทราวกับหินผา แต่ทว่าแววตาเหยี่ยวคู่หนึ่งกลับกราดมองผ่านความมืดมิดเข้ามา และเมื่อสายตาคู่นั้นปะทะเข้ากับหว่านซือ เขาก็หยุดชะงัก มู่หรงเซียว... ชายผู้ที่ถูกร่ำลือว่าเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ขยับมุมปากเพียงเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่ดูไม่ออกว่าเป็นความเมตตาหรือความสมเพช "ข้าได้รับรายงานว่า ว่าที่เจ้าสาวของข้ากำลังทำพิธีสมรสด้วยความสมัครใจ... แต่ดูท่าทางที่ข้าเห็น ดูเหมือนจะเป็นความรื่นเริงที่เต็มไปด้วยความพยายามจะดิ้นรน" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากังวานกังขา หว่านซือหันไปเผชิญหน้ากับเขา เธอไม่มีท่าทีหวั่นเกรงแม้แต่น้อย แม้คนตรงหน้าจะกุมอำนาจกองทัพและมีรัศมีแห่งความตายแผ่ออกมา แต่สำหรับกุนซือผู้ผ่านศึกมานับร้อยสนามรบ เขาก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่มีจุดอ่อน "ความสมัครใจคือสิ่งที่คนฉลาดใช้แลกเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดค่ะท่านมู่หรง" หว่านซือเอ่ยพลางย่อกายทำความเคารพอย่างอ่อนช้อยแต่แฝงความหยิ่งผยอง "หากท่านต้องการภรรยาที่เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญ ท่านคงเสียเวลาเปล่า แต่หากท่านต้องการกุนซือที่ช่วยให้ท่านก้าวข้ามปัญหาในกองทัพที่กำลังสั่นคลอนอยู่ตอนนี้... บางทีเราอาจต้องเจรจากันใหม่" มู่หรงเซียวเลิกคิ้วขึ้น สายตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นสำรวจอย่างลึกซึ้ง เขาไม่คาดคิดว่าหญิงสาวที่ถูกขายมาจะกล้าเอ่ยเรื่อง 'การเจรจา' ในสถานการณ์ที่คอขาดบาดตายเช่นนี้ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นยาสมุนไพรจางๆ บนตัวเขาปะทะเข้ากับจมูกของหว่านซือ มู่หรงเซียวโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนในห้องต้องกลั้นหายใจ "หึ... ช่างเป็นกวางที่กล้าหาญยิ่งนัก แต่เจ้าลืมไปหรือไม่... ว่าในยุคสมัยที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์นี้ กุนซือที่ไร้ทัพหนุนหลัง ก็เป็นได้เพียงเศษซากที่รอเวลาถูกทำลาย และโชคร้ายหน่อยนะ... เพราะสัญญาแต่งงานฉบับนี้ มิใช่แค่เรื่องของความปรารถนา" เขายื่นมือหยาบกร้านออกมาเชยคางเธอขึ้น ก่อนจะวางถ้วยชาสีขาวนวลที่เตรียมมาลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง "ดื่มชานี้เสีย หากเจ้ามีปัญญาฝ่าความตายในถ้วยนี้ไปได้ ข้าจะอนุญาตให้เจ้าเดินเคียงข้างข้าไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต... แต่หากเจ้าล้มลงที่นี่ จวนตระกูลหลินแห่งนี้ จะเหลือเพียงเถ้าถ่านก่อนรุ่งสาง" หว่านซือมองถ้วยชาที่ไอระเหยออกมาเป็นสีจางผิดปกติ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธออีกครั้ง ครั้งนี้มันเป็นรอยยิ้มของยอดกุนซือที่มองเห็นทางรอดในหุบเหวแห่งความตาย ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายกุนซือนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคแปรผันกับท่านอ๋องผู้เยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%