"ผมให้เวลาพวกคุณเจ็ดวินาทีในการเก็บกระดาษเอกสารและออกไปจากตึกนี้..."
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดั่งระฆังแห่งความตายดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ของสำนักข่าว 'เดลี่ ทรูธ' สื่อสิ่งพิมพ์และแพลตฟอร์มออนไลน์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังสั่นคลอน ธันวายืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองผู้บริหารระดับสูงและบรรณาธิการอาวุโสที่เคยใช้อำนาจเงินและอิทธิพลมืดบิดเบือนความจริงมานับครั้งไม่ถ้วน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยจะดังขึ้นจาก 'กิตติ' บรรณาธิการบริหารผู้มากบารมี เขาพับแฟ้มเอกสารในมือลงแล้วมองเด็กหนุ่มที่เคยเป็นแค่พนักงานขายกระจอกๆ ด้วยหางตา
"นายคงเสียสติไปแล้วสินะ ธันวา คิดว่าการถือหุ้นแค่สิบเปอร์เซ็นต์ที่กว้านซื้อมาแบบลับๆ จะทำให้แกสั่งพวกเราได้งั้นรวยเหรอ? รู้ไหมว่าเบื้องหลังของสำนักข่าวนี้คือใคร... ตระกูลชัยชนะต่างหากล่ะ!" กิตติแค่นยิ้มหยัน พลางตบโต๊ะเสียงดังสนั่นเพื่อข่มขวัญ "เด็กกะפเรออย่างแก ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าวงการสื่อเขาขับเคลื่อนด้วยอะไร มันขับเคลื่อนด้วยอำนาจและเงินตรา ซึ่งแกไม่มีวันมีวันนั้นหรอก!"
รินรดา ซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างธันวาในชุดสูทสีขาวเข้ารูปเรียบหรู เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกิตติด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก
"คุณกิตติพูดถูกค่ะ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "วงการสื่อขับเคลื่อนด้วยอำนาจและเงินตรา... แต่ Unfortunately นะคะ (เอ๊ะ ขออภัยครับ ติดปากไปหน่อย) แต่น่าเสียดายจริงๆ ที่ตอนนี้อำนาจและเงินตราทั้งหมด... ย้ายมาอยู่ฝั่งพวกเราเรียบร้อยแล้วค่ะ... อ้อ ขออภัยครับ ผมหมายถึง 'พวกเราเรียบร้อยแล้วครับ'" เธอแก้คำพูดพร้อมส่งยิ้มหวานหยดให้ ชายหนุ่มข้างกายที่กำลังยิ้มมุมปาก
ธันวาปรายตามองนาฬิกาข้อมือหรูหราเรือนใหม่ที่เพิ่งปลดล็อกมาจากระบบ "หมดเวลาแล้วครับ..."
สิ้นคำพูดของธันวา ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง 'พิทักษ์' ทนายความมือหนึ่งของประเทศเดินนำหน้ากลุ่มเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีและทีมงานเทคโนโลยีสารสนเทศนับสิบชีวิต พร้อมด้วยกระเป๋าเอกสารโลหะที่อัดแน่นไปด้วยคำสั่งศาลและประกาศอายัดทรัพย์สิน
"เรียนท่านผู้บริหารทุกท่านครับ..." พิทักษ์ส่งยิ้มสุภาพตามวิชาชีพ แต่แววตากลับไร้ซึ่งความปรานี "ในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมายของท่านธันวา ผมขอแจ้งให้ทราบว่า ณ วินาทีนี้ ท่านธันวาได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของเครือข่ายสื่อเดลี่ ทรูธ ผ่านการทำ Tender Offer แบบไม่ทันตั้งตัวเรียบร้อยแล้ว และในขณะเดียวกัน..."
ทนายความหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อให้ข้อมูลอันน่าสะพรึงกลัวซึมซับเข้าสู่สมองของเหล่าผู้บริหารที่เริ่มหน้าซีดเผือด
"...บัญชีธนาคารทุกบัญชีของบริษัท รวมถึงทรัพย์สินส่วนตัวของท่านกิตติและบอร์ดบริหารที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและรับสินบนจากตระกูลชัยชนะ ถูกคำสั่งศาลอายัดไว้ทั้งหมดแล้วครับ เนื่องจากหลักฐานการฟอกเงินและบิดเบือนข่าวสารที่ท่านธันวาได้มอบให้ DSI เมื่อเช้าตรู่"
กิตติหน้าถอดสีทันที ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก เขาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำ "ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้! แกทำแบบนี้ไม่ได้นะ! ตระกูลชัยชนะจะไม่ปล่อยแกไว้แน่!"
"ตระกูลชัยชนะเหรอครับ?" ธันวาค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้กิตติทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นห้องประชุมดังสะท้อนดั่งเสียงกรับยมบาล "ชัยชนะผู้พ่อคงกำลังนั่งกุมขมับอยู่ในคุกพิเศษ ส่วนชัยชนะผู้ลูก... อย่างเจ้าชัยชนะ คงกำลังดิ้นรนหาเงินมาใช้หนี้กองโตที่ผมเพิ่งกว้านซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทมันมาทั้งหมด... คุณคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างผม จะปล่อยให้พวกมันมีลมหายใจมาเล่นตลกบนความเดือดร้อนของคนอื่นอีก?"
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เหล่าบรรณาธิการและนักข่าวที่เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกผู้คนต่างพากันคุกเข่าลงแทบเท้า ร้องขอความเห็นใจ แต่ธันวาไม่มีแม้แต่ความเวทนาในแววตา
เขาหันไปมองรินรดา หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา รินรดาลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาเคียงข้าง พร้อมกับยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงผลระบบควบคุมเครือข่ายสื่อทั่วประเทศให้เขา
"ธันวาคะ... ทุกสำนักข่าวในเครือพร้อมรับคำสั่งแล้วค่ะ ระบบกระจายข่าวสารอัตโนมัติเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล 'ระบบผู้กล้า' สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์" รินรดากระซิบเบาๆ แต่ชัดเจนก้องห้อง
ธันวารับแท็บเล็ตมาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอเพื่อเตรียมประกาศสงครามครั้งใหญ่กับตระกูลไฮโซจอมปลอมที่เหลืออยู่เป็นทอดสุดท้าย การสร้างอาณาจักรสื่อไม่ได้เป็นเพียงแค่การแก้แค้น แต่คือการสร้างเครื่องมือชำระล้างความเน่าเฟะของสังคมให้สิ้นซาก
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะกดปุ่มยืนยันการกระจายข่าวเปิดโปงคดีฉาวระดับชาติ หน้าจอแท็บเล็ตกลับดับวูบลงทันที พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบขึ้นทั่วทั้งตึกสำนักงานใหญ่
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
ไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องไปทั่วห้องประชุม ม่านหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืนค่อยๆ สะท้อนเงาของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศด้านนอก
ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์... แต่เป็นฝูงโดรนรบติดอาวุธล้ำสมัยนับร้อยลำกำลังปิดล้อมตึกสำนักข่าวแห่งนี้ไว้ทุกด้าน!
ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ประตูห้องประชุมก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงดันอากาศ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากอนามัยไฮเทคที่ปล่อยแสงสีฟ้าอ่อน ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังธันวา
"ยินดีด้วยนะ... ธันวา สำหรับชัยชนะอันหอมหวาน..." เสียงทุบปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากชายปริศนาคนนั้น "แต่ดูเหมือนว่า... นายจะลืมเช็คว่า 'ใคร' คือเจ้าของที่แท้จริงของระบบที่นายกำลังใช้งานอยู่กันแน่"
ธันวาหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบเมื่อระบบในหัวแจ้งเตือนเสียงดังลั่น: ⚠️ [WARNING: พบการแทรกแซงจากระบบปริศนา - ระดับพลังงานเหนือกว่าผู้ใช้งานหลัก!]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับตัวละครนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล•ตอนที่ 21
พายุแห่งการเปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!