นิ้วเรียวยาวของ ‘รินทร์’ เคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักแน่น แสงสีฟ้าจากหน้าจอมอนิเตอร์สามจอสะท้อนในแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงัดถูกทำลายลงด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำที่ดังขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะดับวูบไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ... แต่มันคือ ‘การทักทาย’ ที่จงใจเหลือเกิน
“ร่องรอยการเข้าถึง... ลบหายไปหมดแล้ว?” รินทร์พึมพำ เสียงแหบพร่าปนความหงุดหงิด เขาขยับแว่นสายตากรอบบางเล็กน้อย ก่อนจะรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วระดับมือโปร
เส้นสายของข้อมูลวิ่งพล่านราวกับกระแสน้ำเชี่ยว เขาไล่เช็ก Log ไฟล์ทุกบรรทัด ย้อนกลับไปวินาทีที่ระบบป้องกันชั้นที่ห้าถูกทะลวง สิ่งที่เขาพบทำให้ลมหายใจสะดุด มันไม่ใช่การพังประตูเข้ามา แต่มันคือการ ‘คัดลอกกุญแจ’ แล้วเดินเข้ามาอย่างสง่างามโดยไม่ทิ้งลายนิ้วมือไว้แม้แต่รอยเดียว
สมบูรณ์แบบเกินไป... น่ารังเกียจชะมัด
“คุณกำลังพยายามจะบอกอะไรผมกันแน่?”
เสียงทุ้มต่ำกังวานขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยหน้ากากอนามัยสีเข้ม ดวงตาเรียวรีคมกริบคู่นั้นกำลังหรี่มองเขาด้วยความสนุกสนานราวกับกำลังดูของเล่นชิ้นโปรดที่กำลังดิ้นรน
“คิว... นายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง” รินทร์กดเสียงต่ำ พยายามข่มอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งพล่าน “นี่มันเขตหวงห้าม ชั้นข้อมูลส่วนตัวของฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ นายไม่มีสิทธิ์เข้าถึง”
คิวหัวเราะหึในลำคอ ก้าวขาเดินเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ เขาเดินวนรอบโต๊ะทำงานของรินทร์เหมือนเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม “สิทธิ์เหรอครับ? ของพรรค์นั้นมีไว้สำหรับคนธรรมดา แต่สำหรับผม... กำแพงพวกนี้มันก็แค่ทางผ่านที่น่าเบื่อ”
“ออกไปก่อนที่ผมจะเรียกฝ่ายความปลอดภัย”
“เรียกสิครับ” คิวโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวสปอร์ตผสมกลิ่นอายความเย็นของอากาศจากแอร์คอนดิชั่นเนอร์พุ่งเข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของรินทร์ “แต่ถ้าเรียกมา แล้วพวกเขาเห็นร่องรอยการแฮกที่ผมเพิ่ง ‘จัดฉาก’ ทิ้งไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของคุณ... คิดว่าหัวหน้าทีมพัฒนาที่สมบูรณ์แบบอย่างคุณ จะอธิบายกับ ‘ธันวา’ ยังไงดี?”
รินทร์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน “นั่นนาย... เป็นคนทำ?”
“ผมแค่จัดระเบียบให้มันสวยงามขึ้น” คิวขยับหน้ากากลงเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยเลศนัย “รินทร์... คุณเก่งนะ แต่คุณติดกับดักของความเจ้าระเบียบมากเกินไป คุณเชื่อใจโค้ดของคุณจนลืมไปว่า ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน การมี ‘ช่องโหว่’ ไว้ให้ผมเล่นสนุกบ้าง... มันก็เป็นสีสันของชีวิตไม่ใช่เหรอครับ?”
“ฉันไม่ได้มาเล่นกับนาย” รินทร์ลุกขึ้นยืนประจันหน้า ความสูงที่ใกล้เคียงกันทำให้บรรยากาศระหว่างเขาสองคนกดดันจนแทบหายใจไม่ออก “ถ้าสิ่งที่นายทำมันส่งผลกระทบต่อโปรเจกต์ของบริษัท นายต้องรับผิดชอบ”
“ความรับผิดชอบเหรอ?” คิวยื่นมือไปแตะที่หน้าจอมอนิเตอร์ของรินทร์ นิ้วเรียวไล่ไปตามบรรทัดของโค้ดที่รินทร์เพิ่งเขียนค้างไว้ ก่อนจะกดปุ่ม Delete รัวๆ สองสามครั้ง “แบบนี้เรียกว่ารับผิดชอบ... ผมกำลังแก้ไขให้ต่างหาก”
“หยุดนะ!” รินทร์พุ่งตัวเข้าไปหมายจะผลักคนตรงหน้าออกไป แต่มือของคิวกลับไวกว่า เขาคว้าข้อมือของรินทร์ไว้ได้ทันท่วงที แรงบีบที่มั่นคงและหนักแน่นทำให้รินทร์ชะงัก สายตาที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหวด้วยความโกรธปนความประหลาดใจ
“ใจเย็นน่า... คุณหัวหน้า” คิวกระซิบข้างหู น้ำเสียงที่เคยยียวนเปลี่ยนเป็นความทุ้มลึกที่ชวนให้ใจสั่น “ถ้าผมจะทำลายคุณจริงๆ ผมคงไม่เสียเวลามาถึงที่นี่หรอก”
“งั้นนายต้องการอะไร”
“ผมต้องการให้คุณมองเห็นสิ่งที่ธันวาซ่อนไว้ใต้โปรเจกต์ที่ดูขาวสะอาดนั่น” คิวขยับตัวออกห่างช้าๆ ทิ้งความร้อนแรงไว้บนข้อมือของรินทร์ เขากดแป้นพิมพ์เพียงไม่กี่ครั้ง หน้าจอก็เปลี่ยนเป็นผังโครงสร้างของเซิร์ฟเวอร์ลับที่รินทร์ไม่เคยเห็นมาก่อน “รอยแฮกที่ว่าสมบูรณ์แบบ... จริงๆ แล้วมันคือ ‘ประตูหลัง’ ที่คนของธันวาแอบเปิดทิ้งไว้ เพื่อสูบข้อมูลลูกค้าไปขายต่อต่างหาก”
รินทร์เบิกตากว้าง ความเงียบงันปกคลุมห้องทำงานไปชั่วขณะ ข้อมูลตรงหน้ามันชัดเจนเสียจนเขาแทบไม่อยากเชื่อสายตา แต่ทักษะวิเคราะห์ของเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่คิวนำมาให้ คือหลักฐานชั้นยอด
“ทำไมถึงบอกผม?” รินทร์ถาม เสียงที่เคยแข็งกร้าวเริ่มมีความลังเล
คิวหันหลังกลับเดินไปที่ประตู ก่อนจะหยุดแล้วหันกลับมาส่งสายตาคมกริบ “เพราะผมเบื่อการเล่นไล่จับกับคนที่ไม่มีฝีมือ... และเพราะว่า ‘ของเล่น’ ชิ้นโปรดของผม ไม่ควรจะถูกไอ้คนทรยศนั่นทำลายทิ้งง่ายๆ”
ก่อนที่รินทร์จะทันได้ถามอะไรต่อ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของธันวาที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่นัยน์ตาของเขากลับไม่ยิ้มตามแม้แต่น้อย
“รินทร์ครับ... ผมได้ยินมาว่ามีคนแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัยในระบบ ดึกขนาดนี้แล้วคุณยังทำงานอยู่อีกเหรอ?” ธันวากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาที่มุมห้องซึ่งว่างเปล่าไปแล้ว “แล้วนั่น... คุณคุยอยู่กับใคร?”
รินทร์มองไปยังมุมห้องที่ไร้วี่แววของคิว ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับธันวาด้วยสายตาที่เย็นเยียบกว่าเดิม เขาปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ลงอย่างช้าๆ
“ไม่มีใครครับ... ผมแค่กำลังตรวจสอบความปลอดภัยของระบบตัวเอง” รินทร์ตอบนิ่งๆ “และผมก็พบความผิดปกติที่น่าสนใจมาก... คุณอยากจะลองดูหน่อยไหมครับ?”
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเริ่มต้นของเกมแมวไล่หนูในครั้งนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของนายวายร้ายไอที•ตอนที่ 1
โค้ดลับใต้หน้ากาก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายวายร้ายไอที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
