เงารอยร้าวในคฤหาสน์น้ำแข็ง•ตอนที่ 1

ภาพวาดที่ไร้เงา

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"คุณลบมันออกไม่ได้หรอกค่ะ พศิน" เสียงของลัลนาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับโถงทางเดินกว้างขวางของคฤหาสน์ ‘วินเทอร์เฟลล์’ กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานหนักเกินจำเป็นผสานกับกลิ่นไม้สนเก่าแก่ ราวกับกำลังสูบกลืนลมหายใจของผู้ที่ย่างกรายเข้ามา พศินหยุดฝีเท้าลงทันที แผ่นหลังกว้างในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับเกร็งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้หันกลับมามอง แต่ปลายนิ้วที่สวมแหวนทองคำขาวกลับบีบขอบกรอบรูปภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังจนขึ้นข้อขาว "ในเมื่อคุณรู้อยู่เต็มอกว่าภาพวาดนี้คือ 'มลทิน' ของตระกูลคุณ ทำไมยังเก็บมันไว้ล่ะคะ?" ลัลนาเดินเข้าไปใกล้ระยะประชิด ความหรูหราของชุดราตรีสีดาร์กช็อกโกแลตขับให้ผิวขาวจัดของเธอดูซีดเซียวราวกับหิมะในฤดูหนาว ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปยังภาพวาดบรรพบุรุษรุ่นที่สามของตระกูลอัครเดโช สตรีผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายแม่ของเธออย่างน่าขนลุก พศินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "ความตายของแม่เธอเป็นเรื่องบังเอิญ ลัลนา เลิกพยายามโยงทุกอย่างเข้ากับภาพวาดบ้าๆ นี่เสียที ชีวิตคนเราไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคำสาปหรอกนะ แต่มันขับเคลื่อนด้วยเงิน... ซึ่งดูเหมือนเธอจะลืมไปแล้วว่าเธอกำลังยืนอยู่บนแผ่นดินของใคร" ลัลนาไม่ได้หวั่นไหวกับถ้อยคำดูถูกนั้น เธอเพียงขยับเข้าไปยืนเคียงข้างเขา ก่อนจะยกนิ้วเรียวชี้ไปยังมุมล่างขวาของภาพวาดตรงจุดที่สีน้ำมันดูผิดแปลกไปจากส่วนอื่น—รอยแตกรานของเนื้อสีที่ดูเหมือนจะถูกขูดออกและวาดทับด้วยฝีแปรงที่หยาบกระด้างเกินงาม "คนอื่นอาจจะมองว่านี่คือรอยกาลเวลา แต่ฉันมองเห็น 'เงา' ค่ะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ "พศินคะ... คุณเห็นไหม? เงาของสตรีในภาพนี้ไม่มีอยู่จริงในมุมที่แสงตกกระทบ และที่สำคัญที่สุด... ในมือของเธอกำดอกไม้ที่ไม่มีวันบานในคฤหาสน์หลังนี้" พศินชะงักไปครู่หนึ่ง เขายอมหันกลับมามองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเคยผลักไสออกไปจากชีวิตด้วยความเฉยเมย ทว่าวันนี้ เธอกลับยืนอยู่นี่... แข็งแกร่งขึ้นจนเขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เขาก็อธิบายไม่ได้ "มันก็แค่ภาพวาดเก่าๆ ที่ถูกซ่อมแซมผิดพลาด" พศินตอบพลางพยายามเบี่ยงตัวหนี ทว่าลัลนาไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น เธอเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของเขาไว้ แรงบีบที่สื่อถึงความแค้นที่อัดแน่นมานานปีทำให้พศินต้องหยุดชะงัก "ฉันมีหลักฐานที่มากกว่าสีน้ำมันพวกนี้ค่ะ" ลัลนากระซิบชิดใบหูของเขา ลมหายใจของเธอกลิ่นจางๆ ของดอกกุหลาบสีดำ "รินรดากลับมาแล้วใช่ไหมคะ? เธอไม่ได้กลับมาเพื่อรื้อฟื้นความหลังกับคุณหรอก แต่เธอมาเพื่อปิดปากทุกคนที่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นในห้องใต้ดิน... รวมถึง 'ของขวัญ' ที่คุณพยายามจะซ่อนมันไว้จากฉันมาตลอดห้าปี" พศินตาขวางขึ้นทันที ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังเริ่มร้าวราน "เธอไปรู้อะไรมา ลัลนา?" "รู้ว่าในขณะที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงหิวเงิน คุณกลับทิ้ง 'หลักฐาน' ของความผิดพลาดนั้นไว้ในที่ที่ฉันคาดไม่ถึงที่สุด" ลัลนาผละออกจากเขาแล้วเดินตรงไปยังมุมห้อง เธอหยิบกล่องไม้แกะสลักใบเล็กที่วางอยู่บนฐานรูปปั้นออกมา พศินถลาเข้าหาเธอด้วยความรวดเร็ว แต่เขาช้าไปหนึ่งก้าว มือบางของลัลนาเปิดฝากล่องออก ภายในนั้นไม่ใช่เครื่องประดับหรือเงินตราอย่างที่เขาเคยยัดเยียดให้ แต่มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่มุมหนึ่งมีรอยไหม้ และผลการตรวจดีเอ็นเอที่เป็นกระดาษแผ่นบางๆ ซึ่งถูกพับไว้อย่างมิดชิดจนแทบขาด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าส้นสูงที่ดังกระทบพื้นหินอ่อนอย่างจังหวะจะโคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลัง รินรดาปรากฏตัวขึ้นในชุดสีแดงเพลิง ใบหน้าของเธอแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดีแต่แฝงไปด้วยพิษร้าย ในมือของเธอถือซองเอกสารอีกฉบับที่ดูคุ้นตาเป็นพิเศษ "ถ้าฉันเป็นคุณ ลัลนา ฉันจะไม่เปิดมันออกมาตอนนี้หรอกนะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหู "เพราะสิ่งที่เธอถืออยู่น่ะ... มันคือใบเบิกทางไปสู่หลุมศพ ไม่ใช่ความจริงที่เธอโหยหาหรอก" พศินหันไปมองรินรดา ก่อนจะมองกลับมาที่ลัลนา ความสับสนในดวงตาของเขาฉายชัด เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าขณะที่ลัลนาเปิดกล่องนั้น ปลายกระดาษที่หลุดออกมาไม่ได้มีเพียงแค่ชื่อของเธอ แต่มันคือชื่อของ 'เด็กน้อย' ที่เขาเพิ่งเห็นในฝันร้ายเมื่อคืนนี้—เด็กที่มีนัยน์ตาสีเดียวกับเขาเป๊ะไม่มีผิดเพี้ยน ลัลนาคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้พศินรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง "ถ้าจะให้ตาย... ก็ต้องตายด้วยความจริงสิคะ รินรดา" เธอหยิบเอกสารขึ้นมาและจ้องมองพศินด้วยสายตาที่ไร้เยื่อใย "คุณจำได้ไหมคะพศิน... ในคืนที่หิมะตกหนักที่สุด คุณเคยถามว่าฉันจะไม่มีวันให้อภัยคุณใช่ไหม? วันนี้ฉันมีคำตอบให้แล้ว... แต่ก่อนจะฟัง มัน คงต้องดูให้แน่ใจก่อนว่า 'ลูก' ของเรา... ยังมีลมหายใจอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหรือเปล่า" พศินหน้าถอดสีทันที เขาคว้าซองเอกสารจากมือเธอมาอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวถอยหลังราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เพราะในหน้านั้นไม่ได้ระบุแค่เรื่องดีเอ็นเอ แต่มีรูปถ่ายที่แนบมาด้วย—รูปของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอดตุ๊กตาหมีท่ามกลางกองซากปรักหักพังของบ้านพักตากอากาศที่เขาเพิ่งสั่งรื้อถอนไปเมื่อสัปดาห์ก่อน! ลมหายใจของพศินติดขัด เขากำเอกสารจนยับยู่ยี่ "นี่มันหมายความว่ายังไง ลัลนา! เด็กคนนี้... เด็กคนนี้อยู่ที่ไหน!" ลัลนาไม่ตอบ เธอเพียงแค่มองไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของพวกเขาในกระจกเงาต้องสาปที่แขวนอยู่บนผนัง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแต่เด็ดเดี่ยว "ไปถามคนข้างหลังคุณสิคะ... ก่อนที่รอยร้าวในคฤหาสน์หลังนี้จะพังทลายลงมาทับเราทุกคนจนตายไปพร้อมกับความลับที่ไม่มีวันได้เปิดเผย" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงารอยร้าวในคฤหาสน์น้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%