แสงนีออนสีขาวโพลนจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของ ดร.ธีรภัทร จนเกิดเงาทอดยาวบนผนังกระจกนิรภัยของห้องควบคุมศูนย์วิจัยกาลเวลา ตัวเลขชุดสุดท้ายที่เพิ่งปรากฏขึ้นบนจออินเทอร์เฟซยังคงสั่นไหวเล็กน้อย คล้ายกับชีพจรของคนที่กำลังจะขาดใจ รหัสผ่านระดับสูงสุดที่ถูกป้อนเข้าสู่ระบบเพื่อเปิดประตูนิรภัย ไม่ใช่ชุดโค้ดสุ่มจากอัลกอริทึม แต่เป็นตัวเลขสี่หลักที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำสีเทาหม่นของเขา วันเดือนปีเกิดของ "กรณ์" เพื่อนสนิทผู้ล่วงลับจากเหตุการณ์วิกฤตการณ์ควอนตัมเมื่อสามปีก่อน
ความเงียบงันภายในห้องทำงานกว้างขวางถูกกัดกินด้วยเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ที่ดังฮัมต่ำๆ คล้ายเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในกรงขัง
"คุณกำลังบอกผมว่า..." สารวัตรศศิธรเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่แฝงไว้ด้วยกระแสความกดดันที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกน เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ตัวสูงเพรียวในชุดสูทเข้ารูปขยับเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันเย็นเยียบของความตึงเครียด "รหัสผ่านที่เปิดล็อกห้องนิรภัยของสถาบัน ซึ่งมีระบบป้องกันแน่นหนาที่สุดในประเทศ ถูกถอดรหัสด้วยวันเกิดของคนที่ตายไปแล้วอย่างนั้นหรือครับ—อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง... อย่างนั้นหรือคะ... เอ๊ย ไม่ใช่"
ศศิธรชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตคมกริบกะพริบปริบๆ ด้วยความประหลาดใจระคนฉุนเฉียวเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดเพี้ยน เธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจว่าเหตุใดในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เขากลับมีท่าทีนิ่งสงบเกินมนุษย์
ธีรภัทรเงยหน้าขึ้นจากจอภาพ ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเยือกเย็นและคำนวณอยู่ตลอดเวลา บัดนี้กลับไหววูบคล้ายผิวน้ำในยามพายุเข้า เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสุภาพตามเคย
"ไม่ใช่ความผิดของคุณหครับ... เอ๊ย ครับ" ธีรภัทรแก้คำพูดของตนเองทันทีด้วยความประหม่าชั่วขณะ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจางๆ อย่างควบคุมไม่ได้เมื่อเผลอหลุดสำนวนที่คล้ายคลึงกัน "ผมหมายถึง... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอนครับ สารวัตร"
ศศิธรหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณของนักสืบมือฉมังบอกเธอว่าเบื้องหลังตัวเลขสี่หลักนั้นมีเรื่องราวสกปรกเน่าเฟะซ่อนอยู่ เธอยื่นมือเรียวสวยไปแตะที่ขอบโต๊ะโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันให้เขาพูดความจริงทั้งหมด
"ถ้า ดร.อนันต์ ซึ่งเป็นอาจารย์และผู้บังคับบัญชาของคุณ เป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงชุดข้อมูลนี้ร่วมกับเพื่อนที่ตายไปแล้ว... นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ ธีรภัทร?" ศศิธรจงใจเน้นเสียงที่ชื่อของเขา บรรยากาศรอบตัวทั้งคู่ลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก
"มันหมายความว่า... อาจารย์อนันต์อาจไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่เราคิดครับ" ธีรภัทรตอบเสียงเบา แต่ทุกคำพูดหนักแน่นราวกับตอกหมุดลงบนโลงศพ "และที่สำคัญกว่านั้น... ระบบพยากรณ์ไม่ได้กำลังคำนวณอนาคตเพื่อป้องกันหายนะ แต่มันกำลัง 'สร้าง' หายนะขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับตัวเลขที่ถูกป้อนเข้าไปล่วงหน้า"
ก่อนที่สารวัตรสาวจะได้ซักไซ้ไล่เลียงไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนฉุกเฉินเด้งขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า พิกัด GPS ลึกลับกลางย่านเมืองเก่าที่ถูกรกร้าง พุ่งตรงมาจากระบบพยากรณ์ควอนตัมโดยตรง และระบุเวลาเกิดเหตุไว้อย่างชัดเจน—*อีกยี่สิบนาทีข้างหน้า*
"พิกัด 04-B เขตโกดังสินค้าเก่าริมแม่น้ำ" ธีรภัทรดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อโค้ทตัวยาวขึ้นมาสวมทับอย่างรวดเร็ว "ระบบทำนายว่า... จะมีศพแรกเกิดขึ้นที่นั่น ในอีกสิบเก้าควอนตัมนาทีข้างหน้าครับ"
ศศิธรไม่รอช้า เธอสะบัดหน้าไปทางประตูทันที "ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่มีเวลามานั่งวิเคราะห์จิตวิทยาตื้นๆ กันแล้วครับ... เอ๊ย ไปกันเถอะครับ!" เธอกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความหงุดหงิดที่เผลอหลุดสำนวนตามเขาอีกจนได้ ก่อนจะสาวเท้าก้าวยาวๆ นำหน้าไปยังลิฟต์นิรภัย
รถยนต์ตรวจการณ์สมรรถนะสูงพุ่งทะยานผ่านสายฝนปรอยยามค่ำคืนของมหานครแห่งนี้ แสงไฟนีออนตามตึกสูงละลานตาพร่ามัวผ่านกระจกหน้ารังสี เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโดยสาร ไม่มีใครพูดอะไรออกมาตลอดการเดินทางครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เคมีระหว่างคนทั้งสองอัดแน่นไปด้วยความระแวงสงสัย ความดึงดูดทางปัญญา และความกดดันจากเวลาที่กำลังเดินถอยหลังอย่างโหดร้าย
ธีรภัทรนั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสาร สายตาจดจ่ออยู่กับแท็บเล็ตในมือที่กำลังรันโค้ดข้อมูลมหาศาลเพื่อคำนวณความน่าจะเป็น ขณะที่ศศิธรทำหน้าที่เหยียบคันเร่งด้วยความเร็วสูง มือเรียวกำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"คุณเชื่อเรื่องโชคชะตาไหมครับ ธีรภัทร?" ศศิธรเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถนนเบื้องหน้า น้ำเสียงของเธอเจือความเย้ยหยันเล็กน้อย
"ในฐานะนักสถิติ ผมไม่เชื่อเรื่องโชคชะตาครับ" ธีรภัทรตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น "ผมเชื่อแค่ความน่าจะเป็น ความเป็นเหตุเป็นผล และชุดข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้... แต่อย่างไรก็ตาม บางครั้งตัวเลขก็น่ากลัวเกินกว่าที่เราจะยอมรับความจริง"
"แปลว่าคุณกลัวสินะครับ" ศศิธรหันมามองเสี้ยวหน้าของเขาแวบหนึ่ง
"ผมไม่ได้กลัวความตายครับ สารวัตร" ธีรภัทรเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคมกريบสะท้อนแสงไฟถนน "ผมกลัวว่า... สิ่งที่เรากำลังจะไปเห็นที่ปลายทาง จะเป็นสิ่งที่เราไม่มีวันแก้ไขมันได้ต่างหาก"
รถยนต์หักเลี้ยวเข้าสู่เขตโกดังสินค้าเก่าริมแม่น้ำอย่างกะทันหัน ยางรถยนต์ส่งเสียงกรีดร้องไปกับพื้นถนนเปียกชื้น ศศิธรดับเครื่องยนต์ทันที ความมืดมิดและกลิ่นอายของความชื้นและสนิมเหล็กเข้าโอบล้อมรอบตัวพวกเขาทันที มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟกระพริบติดๆ ดับๆ ที่สาดส่องลงมา
ทั้งคู่ก้าวลงจากรถโดยสัญชาตญาณมืออาชีพ ธีรภัทรหยิบอุปกรณ์สแกนควอนตัมขึ้นมาถือไว้มั่น ขณะที่ศศิธรปลดล็อกซองปืนพกที่สะโพกอย่างเงียบเชียบ สัญชาตญาณนักสืบของเธอบอกว่าบรรยากาศรอบตัวในรัศมีร้อยเมตรนี้ผิดปกติอย่างยิ่ง มันเงียบเกินไป เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นระรัว
"ตามพิกัด... จุดที่เรายืนอยู่ตอนนี้ คือจุดศูนย์กลางของเหตุการณ์ครับ" ธีรภัทรพึมพำ สายตากวาดมองผ่านหน้าจออุปกรณ์สแกนที่กำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ *ตี๊ด... ตี๊ด... ตี๊ด...*
ศศิธรเดินนำหน้าเข้าไปยังซอกระหว่างโกดังเหล็กขึ้นสนิม สองข้างทางเต็มไปด้วยลังไม้เก่าๆ และคราบน้ำมันสีดำทะมัดทาแมลง เธอยกไฟฉายขึ้นส่องกราดไปรอบทิศทาง แสงสีขาวนวลกวาดผ่านความมืดจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่... กองผ้าใบสีซีดที่กองอยู่บนพื้นคอนกรีต
"ตรงนั้น..." ศศิธรชะงักฝีเท้า เธอสูดลมหายใจเข้าลึก
ธีรภัทรก้าวตามมาหยุดยืนเคียงข้างเธอ แสงจากไฟฉายในมือของเขาส่องกระทบเข้ากับบางสิ่งที่โผล่อออกมาจากใต้ผ้าใบสีซีด—รองเท้าหนังสีดำขัดมันที่คุ้นตาอย่างประหลาด และข้อมือมนุษย์ซีดเซียวที่มีนาฬิกาข้อมือเรือนหรูเรือนหนึ่งกำลังเดินติ๊กๆ อยู่ท่ามกลางความเงียบ
นักสถิติหนุ่มเข่าทรุดลงไปเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เมื่อตัวเลขบนหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเขากระพริบแจ้งเตือนเป็นสีแดงเข้มสุดขีด พร้อมกับเสียงระบบสังเคราะห์เสียงที่ดังขึ้นอัตโนมัติ
[ยืนยันเป้าหมาย... ตรวจพบศพแรกตรงตามเวลาพยากรณ์อย่างไร้รอยต่อ ความแม่นยำ 100%]
ศศิธรค่อยๆ ใช้ปลายเท้าเขี่ยผ้าใบสีซีดออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าของผู้ตายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น คราบเลือดแห้งกรังยังคงติดอยู่ที่ขมับขวา ดวงตาเบิกโพ้างค้างเติ่งด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
ธีรภัทรกลั้นหายใจ ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เมื่อเขาจำใบหน้าของผู้ตายรายนี้ได้ทันที—ไม่ใช่คนแปลกหน้าจากที่ไหน แต่เป็นตัวเขาเองในอนาคตอีกสามชั่วโมงข้างหน้า ที่นอนเสียชีวิตอยู่ตรงนี้ โดยมีรอยกระสุนปืนที่ขมับขวา ซึ่งตรงกับกระบอกปืนที่ศศิธรกำลังถืออยู่พอดีเป๊ะ
ศศิธรชะงักกึก เธอหันขวับกลับมามองหน้า ดร.ธีรภัทรทันที ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาของนักสถิติหนุ่มกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน... และก่อนที่เธอจะทันได้เหนี่ยวไกปืนเพื่อป้องกันตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง พร้อมกับกระบอกปืนเย็นเฉียบที่จี้เข้าที่ท้ายทอยของเธออย่างกะทันหัน!
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับห้วงเวลานี้ด้วยกันนะครับ
คำพยากรณ์วันสิ้นโลกจากปากนักสถิติหนุ่ม•ตอนที่ 3
ศพที่ยังไม่เกิดขึ้น
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คำพยากรณ์วันสิ้นโลกจากปากนักสถิติหนุ่ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
