สืบจากรอยเลือดในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา•ตอนที่ 1

ศพปริศนาใต้แสงนีออน

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"คุณตำรวจหญิงผู้ทรงเกียรติแห่งกองปราบ กำลังใช้สิทธิ์อะไรบุกรุกเข้ามาในเขตกักกันระดับสามของพิพิธภัณฑ์ไร้เงาหลังเที่ยงคืนแบบนี้หรือครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังขึ้น ท่าوَะความมืดมิดที่ถูกแต่งแต้มด้วยแสงนีออนสีแดงฉานจากป้ายเตือนภัยฉุกเฉิน กลิ่นอายของความตายและฟอร์มาลีนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง รัญชิดา (รัญ) ชะתอฝีเท้าลงทันที ปลายรองเท้าส้นสูงของเธอหยุดห่างจากร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินอ่อนขัดเงาเพียงคืบเดียว ร่างนั้นคือศพมนุษย์ที่ถูกจัดแต่งท่าทางอย่างประณีต ราวกับงานศิลปะชิ้นเอกในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำ แต่สิ่งที่ทำให้ขนหัวลุกไม่ใช่ความตาย หากแต่เป็นรอยกรีดลึกบนลำคอที่ไม่มีหยดเลือดไหลออกมาเลยแม้แต่หยดเดียว มันแห้งสนิท ดั่งถูกสูบเอาชีวิตออกไปจากวิญญาณ รัญชิดาไม่แม้แต่จะหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้มนั้นทันที เธอย่อตัวลง สวมถุงมือสีดำสนิท ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนขอบเสื้อของศพด้วยความคุ้นเคยกับความตายยิ่งกว่าลมหายใจของตนเอง สัมผัสพิเศษที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิดเริ่มทำงานทันที อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบ ภาพความทรงจำสีเทาหม่น เสียงกรีดร้องโหยหวน และเศษเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะดับลง พรั่งพรูเข้ามาในหัวของเธอราวกับกระแสน้ำวน "สารวัตรภาคินคงไม่ได้บอกคุณกระมังครับว่า ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของตำรวจนอกแถวอย่างคุณ" เสียงนั้นขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งรัญชิดารับรู้ได้ถึงไออุ่นจากกายของอีกฝ่ายที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของชายผู้นี้ มันเป็นอำนาจดิบเถื่อนที่ถูกขัดเกลาด้วยความเยือกเย็น จนเธอต้องตวัดสายตาดุดันกลับไปมอง "ถ้าฉันเป็นตำรวจนอกแถว แล้วคุณล่ะ... เป็นใคร? เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพสติไม่ดีที่ใส่สูทสั่งตัดราคาเจ็ดหลักเดินดุ่มๆ อยู่ในโซนต้องห้ามยามวิกาลอย่างนั้นหรือ?" รัญชิดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลกาฬของคู่สนทนาอย่างไม่เกรงกลัว ไร้ซึ่งความหวั่นไหว แม้ว่าส่วนสูงของเธอจะต้องเงยขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับเขาก็ตาม คณิน (คิน) ขยับมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา มันช่างเย็นชาและอันตราย ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีดำสนิทไร้ที่ติสะท้อนแสงนีออนสีแดงจนดูราวกับปีศาจจำแลง เขากวาดสายตามองสำรวจรัญชิดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจระคนทึ่ง แววตาคู่นั้นไม่มีความเกรงอกเกรงใจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหลงใหลในความดื้อรั้นและสติปัญญาที่ฉายชัดผ่านแววตาของเธอ "ผมคือคนที่กำลังจะทำให้คดีที่คุณกำลังไขอยู่กลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่า... ถ้ารัญชิดาคนนี้ยังดึงดันจะเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงในเกมที่ใหญ่เกินกว่าจะรับไหว" คณินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกย้ำลงกลางใจ "ปากดีไม่เบานี่ครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันไม่ได้อนุญาตให้คุณมาตัดสินว่าอะไรใหญ่เกินไปสำหรับฉัน" รัญชิดาแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เธอขยับเข้าไปประชิดตัวเขาอีกก้าวหนึ่ง จนกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้ลอยเข้าแตะจมูก "ถ้าคุณรู้เรื่องของศพนี่ดีนัก ก็ช่วยบอกหน่อยสิครับว่า ทำไมรอยกรีดถึงไร้เลือด หรือว่าสมาคมใต้ดินของคุณกำลังเปิดแฟรนไชส์โรงงานเชือดมนุษย์กันแน่?" บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากสายตา ความเงียบงันภายในห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการโบราณวัตถุกดดันให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัว คณินไม่ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธอมากขึ้น จนลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกัน ระยะห่างที่อันตรายนี้ทำให้หัวใจของรัญชิดากระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบหลายปี "อยากรู้ขนาดนั้นเชียวหรือครับ..." คณินกระซิบชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มนุ่มและเปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งที่ชวนให้ใจสั่น "ถ้าคุณยอมมาเป็นผู้ช่วยพิเศษของผมเพียงลำพัง... ผมจะบอกทุกอย่างที่คุณอยากรู้ แม้กระทั่งชื่อของฆาตกรที่แท้จริง" ก่อนที่รัญชิดจะได้ทันอ้าปากตอกกลับด้วยวาจาเชือดเฉือน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของสารวัตรภาคินก็ดังแหวกความมืดเข้ามาจากทางโถงทางเดินหลัก "รัญชิดา! คุณอยู่ที่ไหน! สั่งให้คุณหยุดการกระทำทั้งหมดเดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่งศาล!" แสงไฟฉายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบคันสาดส่องเข้ามาภายในห้องโถงจัดแสดงจนสว่างวาบ รัญชิดาหันไปมองทิศทางนั้นเพียงเสี้ยววินาที แต่พอเธอกล่าวหันกลับมามองด้านข้าง— ที่ตรงนั้น... ว่างเปล่า คณินหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาไม่เคยยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก มีเพียงความเย็นเยือกจากอากาศรอบตัวและนามบัตรสีดำสนิทขอบทองคำเปลวใบหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้บนศพปริศนา รัญชิดาก้มลงหยิบนามบัตรแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดู หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ผสม The Thrill ของการไล่ล่าและความปรารถนาอันตรายที่เพิ่งก่อตัวขึ้น บนนามบัตรไม่มีข้อความใดๆ นอกจากตัวเลขชุดหนึ่งและสัญลักษณ์รูปประตูมิติแปดเหลี่ยมอันลึกลับ ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความธนาคารบนสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเธอก็สั่นสะเทือนขึ้นมาพร้อมกัน รัญชิดาหยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยความฉงน ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง ยอดเงินในบัญชีลับของเธอถูกโอนเข้ามาเพิ่มสูงถึงสิบล้านบาทถ้วน... จากผู้ส่งนิรนามที่ใช้ชื่อย่อว่า "K." พร้อมข้อความแนบท้ายที่ทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจแก Piqued curiosity: *[เงินจำนวนนี้สำหรับค่าเสียเวลาที่คุณต้องมาเล่นเกมกับผม... และวงเงินบัตรเครดิตสีดำในซองจดหมายด้านหลังนามบัตร จะช่วยให้คุณซื้อพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ทั้งหลัง หากคุณต้องการจะไล่ล่าผมให้ทัน]* ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบจากรอยเลือดในพิพิธภัณฑ์ไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%