ฮันเตอร์หมอเทวะ: ขอโทษที พอดีเงินในระบบมันเยอะไปหน่อย•ตอนที่ 27

ใครกล้าแตะเมียผม?

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
“น้องสาวคนนี้หน้าตาจิ้มลิ้มไม่เบานี่หว่า... สนใจไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนพวกพี่สักแก้วไหม? รับรองว่าคืนนี้มีทิปให้ไม่อั้น!” เสียงทุ้มต่ำเจือแอลกอฮอล์ดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือหยาบกร้านที่ยื่นตรงเข้าหาเรียวแขนเนียนนุ่มของลินดา บรรยากาศภายในร้านอาหารหรูระดับห้าดาวพลันเงียบกริบลงทันตา ลูกค้าโต๊ะอื่นต่างรีบเบือนหน้าหนีด้วยความกลัว ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวกับ ‘เฉินฮ่าว’ และสมุนนักเลงรับจ้างจากกิลด์ใต้ดินที่มีอิทธิพลล้นมือในย่านนี้ ลินดาขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าสวยสง่าฉายแววรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง เธอถอยหลัง1ก้าวเพื่อหลบหลีกการคุกคาม พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “กรุณาให้เกียรติด้วยครับ... เอ้ย... ให้เกียรติด้วยค่ะ... เอ้ย... ด้วยครับ!” (เธอเกือบเผลอหลุดปากพูดตามความเคยชิน แต่ก็ดึงสติกลับมาทัน) “พวกคุณกำลังทำตัวเสียมารยาท!” “โอho! มีDOKดี ปากกล้าซะด้วยวะลูกพี่!” หนึ่งในลูกน้องหัวเกรียนหัวเราะร่วน แววตาโลภมากกวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรของลินดาตั้งแต่หัวจรดเท้า “ผู้หญิงของใครวะเนี่ย ถึงได้แต่งตัวดูแพงแต่ไร้การคุ้มกัน... หรือว่าผัวแกมันจนกรอบจนไม่มีปัญญาปกป้องวะ?” ลินดาเม้มริมฝีปากแน่น มือบางกำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาว แม้เธอจะผ่านความยากลำบากเคียงบ่าเคียงไหล่กับหลินเฟยมาในวันที่เขาตกอับ แต่การเผชิญหน้ากับอันธพาลไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ก็ยังทำให้หัวใจเต้นระส่ำด้วยความโกรธ ทว่า... ในวินาทีที่ฝ่ามือสกปรกนั้นกำลังจะแตะโดนผิวเนื้อของลินดาอีกครั้ง *แปะ.* เสียงดีดนิ้วเบา ๆ ดังขึ้นราวกับเสียงกิโยตินที่ตกลงมาตัดขั้วหัวใจ “มือข้างที่แกยื่นออกไป... แกอยากให้มันขาดจากร่างตอนนี้เลย หรือจะรอให้ฉันเป็นคนเลื่อยมันทิ้งเองดีล่ะ?” น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นจนกระดูกสันหลังของผู้ฟังต้องเสียววาบดังขึ้นจากด้านหลัง หลินเฟยค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินผ่านร่างของภรรยามาอย่างมั่นคง มือขวายังคงถือบัตรเครดิตสีดำสนิทที่ปรากฏแสงไฟกะพริบถี่รัวจากการทำธุรกรรมวงเงินมหาศาล ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รังจิต殺 (จิตสังหาร) ระดับฮันเตอร์แรงก์ SSS ที่ถูกกดไว้ใต้ความสุขุมทะลักทะลายออกมาจนอากาศรอบโต๊ะdinnerหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก เฉินฮ่าวชะงักกึก มันหันกลับมามองหน้าชายหนุ่มชุดสูทเรียบหรูที่ดูไม่มีพิษมีภัย แต่พอสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น หัวใจของอันธพาลผู้ผ่านการฆ่าฟันมาโชกโชนกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ “ไอ้หนู! แกเป็นใครวะ? กล้าดียังไงมาเสือกเรื่องของกิลด์เหยี่ยวทมิฬ!” เฉินฮ่าวแสร้งทำเป็นตะคอกกลบเกลื่อนความหวาดกลัวในใจ มันชักมีดสั้นเคลือบพิษพุ่งออกมาจากแหวนมิติแล้วจ่อตรงมาที่ลำคอของหลินเฟย “อยากตายนักใช่ไหม ถึงได้มาทำเป็นฮีโร่ต่อหน้าสาว?” หลินเฟยไม่แม้แต่จะหลบคมมีด สายตาของเขาจ้องมองปลายมีดนั้นด้วยความเวทนา ราวกับกำลังมองมดปลวกที่กำลังดิ้นรนอยู่บนฝ่ามือ “ฮีโร่เหรอ?” หลินเฟยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ... ผมไม่ใช่ฮีโร่” เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเฉินฮ่าวด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ปรกติจนมองตามไม่ทัน! *พรึบ!* “อ๊กก—!” เฉินฮ่าวเบิกตาโพสต์กว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อลำคอหนาถูกมือแกร่งราวกับคีมเหล็กของหลินเฟยบีบเอาไว้แน่น แรงมหาศาลกดทับจนมันลอยขึ้นจากพื้นอย่างไร้การต่อ抗 ร่างกายของอันธพาลหนุ่มดิ้นพล่าน ขาถีบกลางอากาศ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำด้วยความขาดอากาศหายใจ “ลูกพี่!” บรรดาลูกน้องที่เหลือหน้าถอดสี พวกมันชักอาวุธออกมาหมายจะพุ่งเข้าใส่หลินเฟยพร้อมกัน “ใครกล้าขยับ... คนนั้นจะได้ไปยมโลกก่อนลูกพี่ของพวกแก” หลินเฟยเอ่ยเบา ๆ แต่ทรงพลังราวกับคำประกาศิตแห่งเทพเจ้า มือซ้ายที่ว่างอยู่สะบัดออกเบา ๆ *ตูมมม!* คลื่นพลังมานาบริสุทธิ์ระเบิดออกเป็นวงกว้าง กระแทกร่างของลูกน้องนับสิบคนกระเด็นทะลุกำแพงร้านอาหารออกไปกองรวมกันที่ถนนด้านนอก เลือดสด ๆ พุ่งทะลักออกจากปากพวกมันจนหมดสติคาที่ในกระบวนท่าเดียว! ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ลูกค้าและพนักงานในร้านต่างอ้าปากค้าง สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ ภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นฉับไวและเด็ดขาดไร้ความปรานี ทำให้ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังแม้แต่แอะเดียว หลินเฟยปรายตามองเฉินฮ่าวที่กำลังจะหมดสติคามือ เขาคลายมือออกเล็กน้อยเพื่อให้มันสูดอากาศหายใจได้ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบข้างหู “จำใส่สมองของพวกแกไว้... ผู้หญิงคนนี้คือ ‘ลินดา’ ภรรยาของหลินเฟยคนนี้” หลินเฟยลากเสียงยาวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “และบัตรในมือผมนี่... สามารถซื้อกิลด์เหยี่ยวทมิฬของพวกแกสิบกิลด์เพื่อเอามาให้ภรรยาผมใช้เหยียบเล่นยังได้เลยด้วยซ้ำ” เฉินฮ่าวสั่นเทาไปทั้งตัว น้ำตาและน้ำมูกไหลนองหน้าด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด มันเพิ่งรู้ตัวว่าวันนี้มันเตะเข้ากับเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรเข้าเสียแล้ว ลินดาก้าวเข้าไปใกล้สามี มือเรียวแตะเบา ๆ ที่แขนเสื้อของหลินเฟย แววตาของเธอฉายประกายความอบอุ่นและภาคภูมิใจ แม้ในอดีตพวกเขาจะเคยลำบากด้วยกัน แต่ในวินาทีนี้... ผู้ชายคนนี้ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้เพื่อปกป้องเธออย่างแท้จริง “คุณครับ... พอเถอะครับ เดี๋ยวเสื้อผ้าคุณจะเปื้อนเลือด” ลินดาเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลินเฟยหันกลับมามองภรรยา รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่พลันละลายหายไป กลายเป็นสายตาสุดคลั่งรักที่อ่อนโยนจนคนรอบข้างต้องอิจฉา “ตามใจคุณครับที่รัก... เรื่องขยะพวกนี้ เดี๋ยวผมให้ระบบจัดการเคลียร์ให้สะอาด” เขายกบัตรเครดิตสีดำในมือขึ้นอีกครั้ง หน้าจอโฮโลแกรมสีทองอร่ามปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นชัดเจนในหัว [ติ๊ง! ยืนยันการทำธุรกรรมสำเร็จ: ซื้อกิจการทั้งหมดของ 'กิลด์เหยี่ยวทมิฬ' ด้วยวงเงิน 1,500,000,000 เครดิต] [สถานะปัจจุบัน: ท่านได้กลายเป็นเจ้าของสิทธิ์ขาดเหนือดินแดนและอิทธิพลทั้งหมดในเขตนี้เรียบร้อยแล้ว] หลินเฟยแย้มยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหันไปมองกลุ่มคนชุดสูทสีดำนับร้อยคนที่เพิ่งวิ่งกรูเข้ามาล้อมร้านอาหารด้วยความเคารพยำเกรง พร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่บินมาจอดนิ่งสนิทบนดาดฟ้าตึกเพื่อรอรับพวกเขาทั้งสอง ทว่า... ในจังหวะที่หลินเฟยกำลังจะจูงมือลินดาเดินออกจากร้าน ประตูลิฟต์ตัวสุดท้ายที่เชื่อมต่อมาจากชั้นใต้ดินสุดลึกลับก็เปิดออกพร้อมกับร่างของชายแก่ในชุดคลุมโบราณที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก พร้อมกับเสียงพูดที่ทำให้หลินเฟยต้องหยุดฝีเท้าลงทันที "ฮ่าๆๆๆ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คือ 'หมอเทวะแรงก์ SSS' ผู้กุมระบบเงินตรานี่เอง... แต่แกรู้ไหมว่า ผู้หญิงที่แกกำลังปกป้องอยู่นั้น แท้จริงแล้วกำลังถือคำสาปแห่งความตายที่แกไม่มีวันแก้ได้?" (โปรดติดตามตอนต่อไป) จากใจ หมอเทวะแรงก์ SSS: หวังว่าทุกท่านจะสะใจกับฉากตบหน้าพวกปากเสียในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์หมอเทวะ: ขอโทษที พอดีเงินในระบบมันเยอะไปหน่อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%