เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมหินอ่อนราคาแปดหลักดังสะท้อนก้องห้องกระจกใสชั้นสี่สิบห้า ราวกับเสียงประกาศิตจากยมบาลที่พร้อมจะพิพากษาลมหายใจของบริษัทในเครือภัทรพงศ์ให้ดับสิ้นภายในพริบตาเดียว
คีรินทร์ไม่ได้ชายตาแลแฟ้มเอกสารตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสีเงินราคาแพงระยับคู่นั้นกำลังจดจ้องอยู่เพียงแก้วคริสตัลใสที่บรรจุของเหลวสีอำพันเข้มข้น ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มั่นคง—จังหวะแห่งผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อในกรงขังไม่มีทางหนีรอดไปได้
"คุณคีรินทร์ครับ... นี่มันหมายความว่ายังไง การกว้านซื้อหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายในตลาดแบบบล็อกทรดเมื่อคืนนี้ มันเกินกว่าวงเงินที่คณะกรรมการอนุมัติไว้เกือบสามเท่า!"
เสียงของประธานอาวุโสแห่งบอร์ดบริหารสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าย่นยู่ชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ แม้เขาจะผ่านสมรภูมิธุรกิจมาค่อนชีวิต แต่ไม่เคยมีใคร... ไม่เคยมีปีศาจตนไหนที่ใช้วิธีทุบโต๊ะด้วยเงินสดหลักหมื่นล้านเพื่อซื้อกิจการคู่แข่งแบบหักดิบในชั่วข้ามคืนเช่นนี้มาก่อน
คีรินทร์ยกแก้วขึ้นจิบนิ่งๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยเสียงที่ดังพอจะทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท
"เงินไม่ใช่ปัญหา... ถ้าเป้าหมายคือการลบชื่อ 'ศิริวัฒน์กรุ๊ป' ออกไปจากตลาดหลักทรัพย์ถาวร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความรู้สึก แววตาคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และเต็มไปด้วยร่องรอยของความแค้นฝังหุ่นที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยกองเพลิงแห่งความสูญเสียในอดีต "ผมให้เวลาพวกมันถึงเที่ยงวันนี้ ถ้ายังไม่เซ็นใบยอมจำนน ก็เตรียมตัวไปเก็บของออกจากตึกได้เลย"
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทุกคนรู้ดีว่าคีรินทร์ไม่ได้พูดเล่น ทายาทมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมเศรษฐกิจครึ่งประเทศผู้นี้ คือเครื่องจักรสังหารทางธุรกิจที่ไร้ความปรานี เงินในบัญชีของเขาคืออาวุธนิวเคลียร์ที่พร้อมจะถล่มใครก็ตามที่บังอาจขวางทาง
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันกำลังจะบดขยี้สติสัมปชัญญะของทุกคนในห้อง ประตูบานใหญ่หุ้มหนังแท้สีดำสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท
ไม่ใช่เสียงเคาะ... แต่เป็นการผลักบานประตูเข้าไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ห้องประชุมลับของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล แต่เป็นห้องนั่งเล่นในบ้านของเธอเอง
คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบหวาดระแวงเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย้ยหยัน เขาเงยหน้าขึ้นเพื่อเตรียมจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาลากคอคนที่บังอาจรบกวนเวลาอันมีค่า... แต่ทว่า คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อภาพเบื้องปรากฏชัดเจนเต็มสองตา
ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทตัดกับผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ ก้าวย่างเข้ามาด้วยจังหวะที่สง่างาม เยือกเย็น และเปี่ยมด้วยอำนาจสะกดสายตา เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่เฉียบคมราวกับรูปสลัก แต่สิ่งที่ทำให้คีรินทร์ถึงกับชะงักงัน คือรอยยิ้มมุมปากที่ส่งตรงมาให้เขา—รอยยิ้มที่เขาเคยหลงใหลและเกลียดชังที่สุดในคราเดียวกัน
*ลินิน...*
ผู้หญิงคนที่หายสาบสูญไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามปีก่อน ผู้หญิงคนที่ถือครองความลับทั้งหมดเกี่ยวกับการล่มสลายของครอบครัวเขา และตอนนี้... เธอกลับยืนอยู่ที่นี่ ในฐานะอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
"ขอโทษที่ทำให้รอนะคะท่านประธาน... พอดีการจราจรในกรุงเทพฯ เช้านี้มันค่อนข้างแย่ แต่ดูเหมือนว่าฉันจะมาทันเวลาสนุกพอดี"
เสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อบรรยากาศกดดันรอบตัวเลยแม้แต่น้อย ลินินกวาดสายตามองหน้าบรรดาบอร์ดบริหารที่อ้าปากค้างด้วยความตกตะก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ
คีรินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากตัวเขาราวกับคลื่นพายุ แต่ลินินกลับไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้าน เธอยังคงก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่หน้าเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา ห่างกันเพียงแค่โต๊ะประชุมกั้นกลาง
"เธอ... กล้าดียังไงถึงโผล่หัวมาที่นี่" คีรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดำสนิทจ้องมองหญิงสาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนานปะทุขึ้นในอก "คิดว่าหายหัวไปสามปีแล้วกลับมาทำเป็นเก่ง แล้วจะไม่มีใครกล้าทำอะไรเธออย่างนั้นเหรอ?"
ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟัง เธอยื่นแฟ้มเอกสารสีขาวสะอาดตาอีกแฟ้มหนึ่งลงบนโต๊ะ เลื่อนมันตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าคีรินทร์อย่างถือวิสาสะ
"สามปีที่ผ่านมา ฉันไม่ได้ไปไหนไกลหรอกค่ะคุณคีรินทร์... ฉันแค่ใช้เวลาไปกับการเตรียมตัว เพื่อที่จะกลับมาเป็น 'ศัตรูคนสุดท้าย' ที่คุณจะต้องไม่มีวันชนะต่างหาก"
คีรินทร์ก้มมองแฟ้มเอกสารตรงหน้า ดวงตาคมหรี่แคบลงด้วยความระแวง เขายื่นมือไปเปิดแฟ้มนั้นออกอย่างช้าๆ และทันทีที่เห็นข้อความบรรทัดแรกข้างใน นัยน์ตาของมหาเศรษฐีผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ความตกใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเขา
มันไม่ใช่สัญญาซื้อขายกิจการธรรมดา... แต่มันคือเอกสารโอนกรรมสิทธิ์หุ้นใหญ่ร้อยละห้าสิบเอ็ดของบริษัทในเครือคีรินทร์เอง ที่ถูกทยอยกว้านซื้อผ่านบริษัทนอมินีต่างประเทศ โดยมีลายเซ็นผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่กำόกับไว้อย่างชัดเจน... ชื่อของ 'ลินิน'
"เซอร์ไพรส์ไหมคะ?" ลินินโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวขยับเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคย รอยยิ้มของเธองดงามเย้ายวนแต่กลับเย็นชาเสียจนเยือกแข็ง "เงินที่คุณใช้ทุบศิริวัฒน์กรุ๊ปเมื่อคืน... แท้จริงแล้วมันถูกโอนเข้าบัญชีบริษัทลูกของฉัน เพื่อใช้ซื้อหุ้นบริษัทแม่ของคุณเองต่างหากล่ะคะ"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้งราวกับโลกหยุดหมุน บรรดาบอร์ดบริหารต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก คีรินทร์ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้น ความโกรธระลอกใหญ่ตีรวนขึ้นมาในอก แต่ทว่าลึกๆ ลงไปในใจ กลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง—ความเร้าใจของเกมที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
คีรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความกระหายชัยชนะ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่อันตรายและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"เก่งมาก... ลินิน" คีรินทร์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเท้าอ้อมโต๊ะประชุมเข้าไปประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางเกือบชิดติดขอบกระจกใส ปลายจั๊กจี้ของลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้มเธอ "เธอคิดว่าถือหุ้นแค่ครึ่งเดียวแล้วจะล้มฉันได้งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ..."
พูดจบ คีรินทร์ก็ควักสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษหน้าจอไพลินขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อสูท นิ้วเรียวกดปลดล็อกด้วยระบบสแกนใบหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดโทรหาเลขานุการส่วนตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดราวน้ำแข็งขั้วโลก
"ยกเลิกคำสั่งซื้อทั้งหมดเมื่อคืน... แล้วเตรียมโอนเงินสดสำรองส่วนตัวของผมทั้งหมด 'ห้าหมื่นล้าน' เข้าบัญชีกลางของบริษัททันที... ไม่ต้องสนอัตราแลกเปลี่ยน เริ่มปฏิบัติการกว้านซื้อหุ้นคืนทั้งหมดแบบรวบยอดเดี๋ยวนี้!"
ลินินชะงักไปเล็กน้อย สีหน้ามั่นอกมั่นใจเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด เธอมองหน้าเขาด้วยความไม่เชื่อสายตา ห้าหมื่นล้านสดๆ ในพริบตาเดียว... มีเพียงปีศาจทางการเงินอย่างคีรินทร์เท่านั้นที่จะกล้าใช้เงินจำนวนเท่าประเทศเล็กๆ มาเล่นเกมเอาชนะเธอในวินาทีนี้
หน้าจอโทรศัพท์มือถือของคีรินทร์สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนการทำธุรกรรมวงเงินมหาศาลที่ผ่านการอนุมัติจากระบบธนาคารระดับโลกอย่างไร้ที่ติ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในห้วงลึกแห่งเกมการแก้แค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — ต้นไม้ริมระเบียง
มหาเศรษฐีไร้ใจกับศัตรูคนสุดท้ายที่ผมหลงรัก•ตอนที่ 1
หมากกระดานแรกเริ่ม
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีไร้ใจกับศัตรูคนสุดท้ายที่ผมหลงรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
