มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต•ตอนที่ 5

เสียงครวญจากใต้ถุน

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์เสื่อมสภาพและฝุ่นผงอิฐบล็อกคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่ทำให้ธาวินต้องหยุดชะงักฝีเท้าลง ไม่ใช่กลิ่นซากอารยธรรมที่ถูกทิ้งร้างแห่งนี้ หากเป็นรอยร้าวรูปก้นหอยบนเสาคานคอนกรีตเบื้องหน้า ซึ่งกำลังเต้นตุบๆ ราวกับมีชีพจรของสิ่งมีชีวิต "อย่าเพิ่งก้าวเท้าขวาค่ะคุณธาวิน อาณาเขตตรงนั้นถูกตีตราจองไว้ตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนแล้ว" เสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดดังมาจากด้านหลัง รินรดาในชุดเสื้อคลุมกันเปื้อนสีเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรง The Row กวาดมองโครงสร้างเหล็กเส้นขึ้นสนิมที่บิดงอผิดรูปด้วยความระแวดระวัง ในมือของเธอถือคบเพลิงกระดาษสาที่เคลือบด้วยน้ำมันจันทน์ ซึ่งตอนนี้เปลวไฟสีนวลกำลังลุกไหม้อย่างเงียบเชียบ ไม่มีควันดำแม้แต่น้อย ธาวินผ่อนลมหายใจยาว ปรับโฟกัสสายตาผ่านเลนส์แว่นพิเศษที่ออกแบบขึ้นมาเอง ในมุมมองของสถาปนิกหนุ่ม ตึกร้างย่านเมืองเก่าแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเศษซากปูนพังทลาย แต่โครงสร้างโครงสร้างทั้งหมดกำลัง "กรีดร้อง" ออกมาเป็นริ้วรอยพลังงานสีแดงฉาน รอยร้าวแต่ละเส้นเชื่อมโยงกันเป็นตาข่ายอาถรรพ์ กักเก็บความโกรธแค้นและความทรงจำอันบิดเบี้ยวของเหตุการณ์ตึกถล่มเมื่ออดีต "ผมเห็นรอยร้าวตรงฐานเสาต้นนั้นครับ... รินรดา" ธาวินเอ่ยเสียงเบา ขณะใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนสมุดบันทึกภาคสนาม "มันไม่ใช่รอยร้าวจากการรับน้ำหนักเกิน แต่มันถูกกรีดด้วยของมีคมทางไสยเวท แรงกระแทกจากด้านในพยายามดันให้คานนี้ทรุดตัวลงซ้ำสอง" "ถูกต้องค่ะ และนั่นคือสาเหตุว่าทำไมคนงานก่อสร้างสามคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในช่วงเดือนที่ผ่านมา ถึงเลือกที่จะเดินลงมายังชั้นใต้ดินแห่งนี้" รินรดายกคบเพลิงขึ้นสูง แสงสีนวลขับให้ใบหน้าเรียวสวยดูเคร่งขรึมขึ้น "พวกเขาไม่ได้หลงทาง พวกเขาถูก 'เรียกตัว' ด้วยโครงสร้างที่อาฆาต" ทั้งคู่กำลังยืนอยู่ภายในโครงการก่อสร้างคอมפล็กซ์หรูที่ถูกสั่งระงับกิจการกะทันหัน หลังเกิดอุบัติเหตุเครนถล่มทับคนงานเสียชีวิตหลายรายเมื่อสี่ปีก่อน แต่สิ่งที่สำนักงานเขตไม่เคยรู้คือ มีบางสิ่งที่ถูกฝังกลบเอาไว้ใต้รากฐานตึก... บางสิ่งที่เติบโตขึ้นทุกครั้งที่มีหยาดเลือดหยดลงบนพื้นคอนกรีต ธาวินก้มตัวลงต่ำ ใช้ไฟฉายคาดศีรษะส่องสำรวจรอยแตกบริเวณพื้นซีเมนต์ บริเวณนี้มีคราบสีน้ำตาลเข้มจางๆ กระจายอยู่ รอยแยกของพื้นปูนมีลักษณะคล้ายรอยเท้าขนาดใหญ่ที่เดินวนซ้ำไปมา ณ จุดเดิม ปมในใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวาบ ภาพเหตุการณ์ในอดีตวันที่ครอบครัวของเขาต้องสูญเสียทุกอย่างจากตึกถล่มผุดขึ้นมาในความทรงจำ แต่วินาทีนี้ ไม่มีเวลาให้ความอ่อนแอเข้าครอบงำ เขารู้ดีว่าความรอบคอบและหลักการทางสถาปัตยกรรมผสมผสานกับไสยเวทเท่านั้นที่จะไขปริศนาได้ "ถ้าเราคำนวณจากจุดศูนย์กลางของแรงกดโครงสร้าง..." ธาวินพึมพำกับตัวเอง มือเรียวหยิบตลับเมตรเลเซอร์ขึ้นมาวัดระยะห่างระหว่างเสาหลัก "จุดที่ลึกที่สุดของชั้นใต้ดิน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า 'ห้องเครื่องใต้ถุน' คือจุดที่พลังงานวนเวียนหนาแน่นที่สุด รอยร้าวทั้งหมดไม่ได้พังทลายอย่างไร้ทิศทาง แต่มันกำลังทำหน้าที่เหมือน 'เสาเข็มวิญญาณ' ตรึงบางสิ่งไว้ไม่ให้ผุดขึ้นมา" "แปลว่าใต้ถุนนั่น ไม่ได้มีแค่ดวงวิญญาณเร่ร่อนค่ะ" รินรดาหันมาสบตาเขา แววตาคมกริบสะท้อนประกายไฟจากคบเพลิง "แต่มันคือคุก... และใครบางคนกำลังพยายามพังประตูห้องขัง" บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นสาบสางที่จู่ๆ ก็โชยเข้าจมูก เสียงฝีเท้าหนักๆ ลากยาวมาจากความมืดเบื้องล่าง ราวกับมีบางอย่างที่มีน้ำหนักมหาศาลกำลังก้าวเดินขึ้นบันไดทีละขั้น... ทีละขั้น... ธาวินไม่รอช้า เขาหยิบยันต์กระดาษสาหมึกชาดจากกระเป๋าเสื้อ ออกแรงสะบัดข้อมือส่งมันไปแปะติดแน่นกับเสาต้นที่ใกล้ที่สุด ท่องคาถากำหนดเขตที่รินรดาเพิ่งสอนให้อย่างคล่องแคล่ว แสงสีทองเรืองรองขึ้นวับหนึ่ง สะกดรอยร้าวที่กำลังขยายตัวให้หยุดนิ่งลงชั่วขณะ "เก่งมากค่ะคุณธาวิน พัฒนาการเร็วกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะคะ" รินรดายิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่สร้างความอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บได้อย่างน่าประหลาด "เตรียมตัวให้พร้อมค่ะ เราจะลงไปข้างล่างกัน" ทั้งสองก้าวเดินผ่านบันไดวนลงสู่ชั้นใต้ดินที่มืดสนิท เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานไปกับเสียงหยดน้ำที่ดังติ๋งๆ ก้องกังวาน ยิ่งเดินลึกเท่าไหร่ แรงกดดันทางอากาศก็ยิ่งสูงขึ้นจนแก้วหูอื้ออึง ธาวินกระชับไฟฉายในมือแน่น สายตาสอดส่องหารอยร้าวตามผนังที่ตอนนี้แตกแขนงออกไปราวกับใยแมงมุมยักษ์ จนกระทั่งพวกเขามาถึงหน้าประตูเหล็กบานใหญ่ที่ขึ้นสนิมเขรอะ ตรงกลางประตูมีรอยยุบตัวขนาดใหญ่คล้ายรอยกระแทกจากด้านใน และที่น่าตกใจที่สุดคือ มีหมวกนิรภัยสีเหลืองของคนงานก่อสร้างตกอยู่บนพื้น สภาพมันบิดเบี้ยวผิดรูปราวกับถูกบดขยี้ด้วยมือเปล่า "นั่น..." ธาวินชี้ไปยังรอยขูดขีดบนบานประตู มันไม่ใช่รอยเล็บ แต่เป็นรอยขูดของเหล็กเส้นแหลมคม รินรดาก้าวไปข้างหน้า ยกคบเพลิงขึ้นส่องใกล้รอยเหล่านั้น เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง "รอยพวกนี้... ไม่ใช่ฝีมือของวิญญาณคนงานที่หายตัวไปหรอกค่ะ" ก่อนที่ธาวินจะได้เอ่ยถามสิ่งใด เสียงเคาะโลหะดัง "ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!" สามครั้งจากด้านหลังบานประตูเหล็ก ก็ดังสะท้านขึ้นตัดความเงียบ ตามมาด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ข้างหูของสถาปนิกหนุ่มโดยที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น *“...ช่วย... ถอด... แบบ... ให้... กู... ที...”* พร้อมกันนั้น หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเฉพาะสายตาของธาวิน ก็ส่งเสียงแจ้งเตือนเตือนภัยระดับสูงสุดขึ้น พร้อมข้อความกระพริบถี่รัว: *[ระบบตรวจพบพลังงานอาถรรพ์ ระดับ SSS: "สถาปนิกเงาผู้สาบสูญ" กำลังตื่นจากการหลับใหล]* *[คำเตือน: โครงสร้างชั้นใต้ดินทั้งหมดกำลังจะพังทลายภายใน 3 นาที]* รินรดาเบิกตากว้าง คว้าแขนเสื้อของธาวินไว้แน่น "ถอยหลังค่ะ! มันไม่ใช่คนงาน... แต่มันคือสิ่งก่อสร้างมีชีวิตที่กลืนกินวิญญาณคนงานไปทั้งหมด!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับพวกเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มัคคุเทศก์วิญญาณกับสถาปนิกผู้เห็นรอยร้าวในอดีต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%