คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต•ตอนที่ 19

ลมหายใจเย็นเฉียบ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
“อย่าหันหลังกลับไปมอง... ต่อให้ได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยที่สุดก็ตาม” อาคมกล่าวเสียงต่ำ นัยน์ตาของเขาจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ซึ่งเวลานี้มิได้เป็นเพียงความมืดทางกายภาพ หากแต่เป็นกลุ่มก้อนพลังงานอัปมงคลที่กำลังบีบอัดอากาศภายในโถงเรือนไทยไม้สักเก่าแก่ให้กลายเป็นกรงขังที่มองไม่เห็น รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มือของเธอสั่นเทาจนต้องกำชายเสื้อของอาคมไว้แน่น กลิ่นสาบสางของโคลนตมและกลิ่นดอกลั่นทมที่เหี่ยวเฉาอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ทั้งที่ในเรือนหลังนี้ไม่มีต้นลั่นทมปลูกอยู่แม้แต่ต้นเดียว ความเย็นยะเยือกไม่ได้มาจากกระแสลม หากแต่ซึมลึกผ่านพื้นไม้กระดานขึ้นมา สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่เหมือนลิ้นของคนตายที่กำลังไล้เลียไปตามข้อเท้าของเธอ “คุณอาคม... ฉัน... ฉันรู้สึกเหมือนมีคนยืนอยู่ข้างหลัง” เสียงของรินรดาแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบงันที่แสนอึดอัด อาคมขยับตัวกั้นขวางระหว่างรินรดากับเงามืดที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างสูงใหญ่ตรงสุดทางเดิน เขากระชับยันต์อักขระในมือแน่นขึ้น พลางขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน แม้ในใจจะตระหนักดีว่าศัตรูที่กำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นหาใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะรับมือได้โดยง่าย “หลวงวิจิตรบรรณการ... ท่านมาเร็วเกินไป” อาคมเอ่ยเรียกชื่อวิญญาณร้ายนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่เขาพยายามรวบรวมจากสมาธิขั้นสูง ความเงียบตอบกลับมาในรูปแบบของเสียงไม้ลั่น—*เปรี๊ยะ!* พื้นเรือนบริเวณที่เงาดำทาบผ่านเริ่มขึ้นรอยรานเหมือนถูกกัดกร่อนด้วยกรด ความเย็นทวีความรุนแรงขึ้นจนลมหายใจของรินรดากลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในอากาศ เธอเห็นเงาสะท้อนในกระจกโบราณติดผนังค่อยๆ บิดเบี้ยว ไม่ใช่ใบหน้าของเธอที่ปรากฏในนั้น แต่เป็นใบหน้าของชายชราในชุดราชปะแตน ดวงตาที่แห้งผากราวกับหลุมศพกำลังจ้องเขม็งมาที่เธอ “พวกมึง... บังอาจนัก” เสียงคำรามต่ำดังสะท้อนออกมาจากทุกทิศทาง ไม่ได้มาจากปากของวิญญาณตนใดตนหนึ่ง แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากเนื้อไม้และเสาเรือน ราวกับว่าบ้านหลังนี้ทั้งหลังกำลังแผดเสียงก่นด่าผู้บุกรุก รินรดาหอบหายใจถี่ด้วยความหวาดหวั่น เธอสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังที่รุนแรงราวกับคลื่นทะเลที่ซัดสาดเข้าหาฝั่ง วิญญาณของคุณหลวงไม่ได้แค่ต้องการไล่พวกเขาไป แต่ต้องการกัดกินตัวตนของเธอเพื่อยึดครองร่างนี้เป็นภาชนะถาวร “ริน... ฟังผมนะ” อาคมเอี้ยวตัวมากระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาหนักแน่น “เขาไม่ได้พยายามจะฆ่าคุณ เขาต้องการดึงคุณเข้าไปอยู่ในเงาของเขา เพื่อชดใช้ความแค้นที่เขามีต่อบรรพบุรุษของคุณ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสัมผัสตัวคุณได้ เขาจะสูบเอาวิญญาณคุณไปขังไว้ในห้องใต้ถุนเรือนนั่นตลอดกาล” “แล้วเราจะทำอย่างไรคะ... จะมีวิธีไหนที่หนีไปจากที่นี่ได้” รินรดาถามด้วยเสียงสะอื้น “ไม่มีทางหนีครับ” อาคมตอบสั้นๆ ก่อนจะดึงมีดหมออาคมลงอาคมออกมาจากฝัก “เพราะนับตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเท้าเข้าสู่เขตรั้วเรือนนี้... ประตูทุกบานก็ปิดตายลงแล้ว เราเหลือเพียงทางเดียว คือการเผชิญหน้ากับความตายที่เขาสร้างขึ้น” ขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ย่ำลงบนพื้นไม้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ *ตึก... ตึก... ตึก...* ทุกจังหวะที่เท้ากระทบพื้น ความเย็นจะยิ่งแผ่ซ่านเข้ามาเกาะกินหัวใจ รินรดาเริ่มเห็นภาพหลอน—เลือดสีดำข้นค่อยๆ ซึมออกมาจากรอยแยกของไม้กระดาน ไหลนองมารอบเท้าของเธอ เธอสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ เงามืดที่อยู่เบื้องหน้าไม่ได้ขยับตามแรงลม แต่มันกำลังค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็นชายในชุดโบราณที่ดูสง่างามทว่าน่าสะพรึงกลัว ดวงตาสีขุ่นมัวของเขาจ้องมองมาที่รินรดาด้วยความหลงใหลที่บิดเบี้ยว “ริน... ดูที่พื้นดินนั่น” อาคมเตือนสติพลางร่ายมนต์สกัดกั้น รินรดาก้มมองตามคำบอกและต้องผงะ... ที่พื้นดินใต้เรือนที่เธอมองลอดช่องไม้ลงไป มิใช่พื้นดินธรรมดา แต่มันคือหลุมฝังศพจำนวนนับไม่ถ้วนที่ถูกขุดทิ้งไว้ ศพแล้วศพเล่าถูกฝังซ้อนทับกัน และหนึ่งในนั้น... เธอเห็นสร้อยข้อมือทองคำที่แม่ของเธอเคยสวมใส่ ก่อนจะหายตัวไปอย่างปริศนาเมื่อสิบปีก่อน ทันใดนั้นเอง คุณหลวงก็ก้าวพ้นเงามืดออกมา ร่างของเขาโปร่งแสงจนเห็นโครงกระดูกที่อยู่ภายใน แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจไม่ใช่รูปลักษณ์นั้น หากแต่เป็นเสียงกระซิบที่ดังมาจากด้านหลังของเธอเอง—เสียงกระซิบของแม่ที่ขาดหายไปนานแสนนาน *“รินรดา... แม่รออยู่ตรงนี้นานเหลือเกิน... เข้ามาหาแม่สิลูก”* มือที่เย็นเฉียบและผอมแห้งราวกับกิ่งไม้แห้งของผู้หญิงคนหนึ่งเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของเธอช้าๆ รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอค่อยๆ หันกลับไปมองช้าๆ ตามแรงดึงดูดประหลาด และสิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่แม่... แต่เป็นร่างของเธอเองในสภาพที่ไร้วิญญาณ กำลังยืนมองเธอด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู อาคมที่อยู่ข้างๆ ทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีด้วยความตกใจก่อนจะตะโกนสุดเสียง “ริน! อย่ามองมัน! นั่นไม่ใช่คน!” แต่ทว่า... ความเงียบงันกลับถูกทำลายด้วยเสียงหัวเราะที่ก้องกังวานมาจากทั่วทั้งเรือน ร่างของรินรดาอีกร่างค่อยๆ เอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากของเธอ และในวินาทีที่ปลายนิ้วเย็นจัดนั้นสัมผัสผิวหนัง... รินรดาก็รู้สึกเหมือนความทรงจำทั้งหมดของเธอกำลังถูกฉีกกระชากออกจากขั้วสมองไปอย่างรวดเร็ว ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดและเผชิญชะตากรรมไปกับรินรดาในบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คฤหาสน์ร้อยวิญญาณ: ปริศนาคำสาปเงาอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%