กลิ่นคาวสนิมเหล็กปะปนกับกลิ่นสาบป่าเน่าเฟะไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมสำหรับคนใช้ชีวิตอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย แต่สิ่งที่กำลังส่งกลิ่นคละคลุ้งอยู่เบื้องหน้าในเพิงพักกลางป่าลึกของเขาสามยอด กลับทำให้ปลายนิ้วด้านกร้านที่กุมด้ามปืนไรเฟิลคู่ใจของสิงห์ต้องออกแรงบีบแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ
ความเงียบงันของผืนป่าในยามวิกาลไม่ได้สงบอย่างที่ควรจะเป็น มันคือความเงียบอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับสรรพชีวิตกำลังก้มหัวให้บางสิ่งที่ทรงอำนาจและชั่วร้ายเกินกว่าจะจินตนาการ
“ตายมาไม่ต่ำกว่าสี่สิบแปดชั่วโมง แต่สภาพศพยังสดเหมือนเพิ่งถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างเมื่อครู่... นายพรานสิงห์ คุณคิดว่ารอยแผลฉีกที่อกซ้ายนี่ เกิดจากกรงเล็บของสัตว์ป่าชนิดไหนในตำนานกันล่ะครับ”
น้ำเสียงราบเรียบ ทุ้มนุ่ม แต่มั่นคงจนน่าประหลาดดังขึ้นจากมุมมืดของเพิงพัก อาจารย์เมฆก้าวเท้าพ้นเงาไม้เข้ามา แสงจากตะเกียงเจ้าพายุส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เรียบเฉยไร้ความหวาดกลัว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะไม่ได้มองมาที่สิงห์ แต่มันกำลังจดจ้องอยู่บนร่างไร้วิญญาณของนายพรานท้องถิ่นผู้เคราะห์ร้าย บนหน้าอกของศพถูกควักเอาอวัยวะภายในออกไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงช่องว่างกลวงโบ๋และรอยแผลที่ถูกกรีดด้วยของมีคมโบราณ ไม่ใช่รอยข่วนจากกรงเล็บสัตว์อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ
สิงห์ปรายตามองหมอผีเฒ่าผู้มาเยือนด้วยแววตาวาวโรจน์ เขาขยับตัวบังร่างของศพไว้เล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอึดอัดระคนไม่ไว้วางใจก่อตัวขึ้นในอก ชายวัยฉกรรจ์ผู้ผ่านกระสุนปืนมานับไม่ถ้วนเกลียดชังพวกใช้คาถาอาคมมาโดยตลอด และยิ่งเป็นอาจารย์เมฆ ผู้ชายที่ลือกันว่ามีวิชาอาคมแก่กล้าและรู้ลึกเรื่องไสยเวทดำ ยิ่งทำให้สิงห์ต้องระแวดระวังเป็นพิเศษ
“อย่ามาทำเป็นไขสืบแถวนี้เลย อาจารย์เมฆ” สิงห์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณ “นี่มันเรื่องของคนหากินในป่า ไม่ใช่เรื่องของหมอผีที่จะมาเดินเตะฝุ่นหาเศษหาเลยกับความตายของชาวบ้าน”
อาจารย์เมฆไม่โกรธเคืองต่อถ้อยคำแดกดันนั้น มุมปากของหมอผีเฒ่ายกขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะที่คราบเลือดสีดำคล้ำบนพื้นดิน พินิจพิเคราะห์ร่องรอยสัญลักษณ์ประหลาดที่ถูกเขียนด้วยเลือดสดๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนายพรานหนุ่มตรงๆ
“คนหากินในป่า... หรือคนที่กำลังวิ่งหนีอดีตของตัวเองกันแน่ครับ นายพรานสิงห์” อาจารย์เมฆเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจ “รอยแผลแบบนี้ รอยยันต์เลือดแบบนี้... คุณไม่ได้เห็นมันเป็นครั้งแรกหรอกจริงไหมครับ? เมียกับลูกสาวของคุณเมื่อสี่ปีก่อน ก็มีสภาพไม่ต่างจากไอ้หนุ่มนี่เลยนี่นา”
ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ สิงห์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกونتไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว ปืนไรเฟิลในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงไปยังอกของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ เสียงปลดเซฟดังคลิกท่ามกลางความเงียบงัดของป่าลึก บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ
“พูดพล่อยระวังปากจะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนนะ อาจารย์เมฆ” สิงห์คำรามในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รังจิตสังหารแผ่พุ่งออกจากร่างของนายพรานผู้เจนจัดอย่างไม่ปิดบัง “ถ้าคิดว่ารู้ดีนัก ทำไมไม่ถอนตัวออกไปซะ ก่อนที่ผมจะส่งกระสุนนัดนี้ฝังหัวคุณแทนที่จะเป็นวิญญาณชั่วร้ายพวกนั้น”
อาจารย์เมฆหาได้สะทกสะทอ้านต่อปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งยองๆ อยู่ในท่าเดิม สายตาคู่คมมองทะลุปากกระบอกปืนไปสบตาสิงห์อย่างไร้ความหวาดกลัว ความนิ่งสงบของหมอผีเฒ่ากลับยิ่งสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับนายพรานหนุ่ม
“ปืนของคุณสะสมกระสุนไว้ปลิดชีพอีแอบและสัตว์ร้ายได้ทุกตัวในผืนป่านี้... แต่น่าเสียดายนะครับ นายพรานสิงห์ กระสุนเงินหรืออาคมกระสุนคตของคุณ ไม่มีวันยิง ‘ความจริง’ ที่กำลังตามล่าคุณให้ตายได้หรอก” อาจารย์เมฆลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ช้าๆ ทว่ามั่นคง เขาก้าวเข้าไปประชิดปากกระบอกปืนจนปลายเหล็กเย็นเฉียบแนบชิดกับอกเสื้อของตนเอง “คดีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฆาตกรรม แต่มีคนกำลังใช้ชีวิตของคนในหมู่บ้านนี้ เพื่อเปิดประตูขุมทรัพย์โบราณที่ถูกสาปแช่ง ถ้าคุณยังเอาแต่ใช้ความโกรธนำทาง รับรองได้เลยว่า... ศพต่อไปจะไม่ใช่คนอื่น แต่จะเป็นคนที่คุณกำลังปกป้องอยู่ต่างหาก”
สิงห์ขมวดคิ้วแน่น สมองประมวลผลคำพูดของหมอผีเฒ่าอย่างรวดเร็ว “หมายความว่ายังไง... ใครคือคนที่ผมกำลังปกป้อง?”
ก่อนที่อาจารย์เมฆจะทันได้เอ่ยปากตอบคำถาม เสียงฝีเท้าฝ่าพงหญ้าแห้งดังกรอบแกรบมาจากความมืดเบื้องหลังพุ่มไม้ทึบ ทิศทางมาจากกระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านที่พุดจีบ หญิงสาวชาวป่าผู้กุมเบาะแสสำคัญกำลังหลบซ่อนตัวอยู่
ทั้งสิงห์และอาจารย์เมฆหันขวับไปมองพร้อมกันด้วยสัญชาตญาณนักล่า
ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้แสงจันทร์ มีเงาร่างหนึ่งวิ่งโซซัดโซเซพุ่งทะลุกิ่งไม้หนาทึบออกมา ร่างนั้นล้มลงกระแทกพื้นดินตรงหน้าเพิงพักอย่างแรง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบเลือดสดๆ
พุดจีบนั่นเอง!
หญิงสาวหอบหายใจโยนตัวด้วยความหวาดกลัว ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองมาที่สิงห์และอาจารย์เมฆสลับกัน ร่างกายสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ก่อนที่เธอจะตะโกนออกมาด้วยเสียงอันแหบพร่าและสั่นเครือ
“พี่สิงห์... หนี! หนีไปซะ! มัน... มันไม่ได้มาคนเดียว!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนของสัตว์ป่าผสมผสานกับเสียงหัวเราะเยาะเยือกเย็นดังแว่วมาจากยอดไม้เบื้องบน ท้องฟ้าสีดำสนิทพลันปรากฏกลุ่มควันสีดำประหลาดม้วนตัวเข้าหากันเป็นรูปร่างของดวงตาขนาดมหึมาที่กำลังจ้องมองลงมายังพวกเขาทั้งสาม
อาจารย์เมฆหันขวับกลับมามองหน้าสิงห์ แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้ปรากฏร่องรอยของความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเร่งรีบแต่นิ่งสนิท
“ของจริงมาแล้วครับ นายพราน... ดูเหมือนว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องร่วมมือกันแล้วล่ะ”
สิงห์กัดฟันกรอด ลดปากกระบอกปืนลงช้าๆ แต่ความระแวงยังคงพลุ่งพล่านในอก เขาเหลือบมองพุดจีบที่นอนตัวสั่นอยู่กับพื้น ก่อนจะตวัดสายตากลับไปมองเงาดำบนยอดไม้ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ทุกที
ในวินาทีที่สิงห์กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธหรือยอมจำนนต่อสถานการณ์ สายตากลับเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างที่ร่วงหล่นอยู่ข้างมือของพุดจีบ—มันคือสร้อยคอหินหยกโบราณสลักลวดลายประหลาด ซึ่งเป็นเส้นเดียวกับที่พี่ชายของพุดจีบผู้ล่วงลับเคยสวมใส่ติดตัวตลอดเวลา... แต่มันกลับมีคราบเลือดสดๆ ใหม่ๆ ย้อยหยดลงมา ทั้งที่พี่ชายของเธอตายไปตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน!
เพชรตาเสือโบราณ
นายพรานมือเก๋าปะทะหมอผีเฒ่า•ตอนที่ 1
ศพปริศนากลางไพร
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นายพรานมือเก๋าปะทะหมอผีเฒ่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!