เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ•ตอนที่ 14

เงาที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
กริ๊ก… เสียงเข็มกลัดโลหะที่กระทบกันเบาหวิวในความมืด ดังก้องกังวานเสียยิ่งกว่าเสียงระฆังโบสถ์ในความรับรู้ของผม เรย์ กัดฟันแน่นจนกรามแทบ แหลกสลาย ไอความเย็นยะเยือกของรัตติกาลยามตีสองภายในเขตหอพักเวทมนตร์ชั้นสูงไม่ได้ทำให้ผมกังวลเท่ากับคราบหมึกสีชาดที่หยดลงบนพื้นหินอ่อนเบื้องหน้า มันไม่ใช่หมึกธรรมดา แต่มันคือสารละลายเวทมนตร์ประเภท ‘สลายโครงสร้าง’ ที่พวกมันใช้สะกดรอยตามตัวตนของฟีเรียและผมมาตลอดสามกิโลเมตรเต็มตั้งแต่ห้องสมุดร้าง "เรย์…" เสียงกระซิบของฟีเรียสั่นเครือเล็กน้อย เธอซ่อนตัวอยู่หลังเสาหินแกรนิตสลักลายรูปงูสורย์ มือเรียวบางสั่นเทาจนแทบประคองคทาเวทประจำตัวไม่อยู่ "ตัวเลข… ตัวเลขพิกัดที่เธอกำลังคำนวณอยู่ มันบอกอะไรเราบ้าง พวกมัน… อยู่ห่างแค่ไหนแล้ว" ผมไม่ตอบทันที ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสะท้อนแสงสีฟ้าจางๆ จากอินเทอร์เฟซระบบคณิตเวทที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ นิ้วมือทั้งสองข้างขยับรัวกลางอากาศราวกับกำลังดีดพิณร่องหน ทุกๆ ตัวเลขและสมการอนุพันธ์อันซับซ้อนถูกป้อนเข้าไปเพื่อประเมินความหนาแน่นของมานาในบรรยากาศ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลังกายที่ผมเสียเปรียบอย่างราบคาบ แต่ที่นี่… สนามประลองแห่งตรรกะและพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ คือดินแดนที่ผมคุมกฎ [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบร่องรอยการร่ายอาคมประเภท ‘ศรเงาไร้เสียง’ (Silent Shadow Arrow) จำนวน 4 จุด] [ระยะห่างเป้าหมาย: 12 เมตร, 8 เมตร, และ 5 เมตรตามลำดับ] [คำเตือน: ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเป้าหมายเร็วกว่าอัตราการตอบสนองทางกายภาพของมนุษย์ปกติ 3.4 เท่า] "ประชิดตัวเกินไปแล้วครับ" ผมกระซิบตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาความนิ่งสงบในน้ำเสียงเพื่อไม่ให้ฟีเรียตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ "พวกมันไม่ได้มาเพื่อจับเป็น ฟีเรีย… รอยหยดของหมึกเวทเมื่อครู่พิสูจน์แล้วว่า เป้าหมายของหน่วยล่าสังหารนี้คือการลบเราออกสารบบของโรงเรียนอย่างถาวร" ตุบ…! เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับขนนกกระทบลงบนพื้นเบื้องบน ตรงระเบียงทางเดินชั้นสอง ไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง ไร้ซึ่งร่องรอยการมีอยู่ หากใช้เพียงประสาทสัมผัสทางหูหรือตาธรรมดา เราคงกลายเป็นศพไปก่อนที่จะรู้ตัวว่าถูกโจมตีด้วยซ้ำ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับผม… คนที่มองเห็นโลกใบนี้เป็นเพียงชุดตัวเลขและสมการคณิตศาสตร์ ผมยื่นมือไปแตะที่ไหล่ของฟีเรียเบาๆ ส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นใจไปให้เธอ "ฟีเรีย จำทฤษฎีบทเศษเหลือของโพลินอมีย์ที่เราเคยถกกันเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ไหมครับ?" ฟีเรียเบิกตากว้างเล็กน้อยในความมืด แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด แต่ประกายความฉลาดก็ยังคงทอแสงอยู่ในดวงตาคู่สวยของเธอ "เธอหมายถึง… การแยกตัวประกอบของพลังงานส่วนเกินที่พวกมันปล่อยออกมาเพื่อพรางตาอย่างนั้นเหรอ?" "ถูกต้องครับ" ผมยิ้มมุมปากเล็กน้อย "พวกมันคิดว่าการซ่อนตัวในเงามืดและเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงจะทำให้ตรรกะของเวทมนตร์ปั่นป่วน แต่ในทางคณิตศาสตร์แล้ว ยิ่งวัตถุเคลื่อนที่เร็วเท่าไหร่ รอยรั่วของพลังงานที่ทิ้งไว้เบื้องหลังก็ยิ่งเป็นสัดส่วนผกผันกับความเสถียรของตัวมันเอง" ฉับพลัน! ผมสะบัดมือขวาออกไปเบื้องหน้า อากาศธาตุสั่นพับๆ เกิดเป็นเส้นตารางแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาในความมืดมิด มันคืออาคมขั้นพื้นฐานที่สุด 'เส้นตรงขนาน' แต่ถูกปรับแต่งด้วยสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยจนกลายเป็นตาข่ายดักจับมานาที่ทรงอานุภาพ *ฟิ้ว—!* เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านความมืดเข้าใส่เราด้วยความเร็วสูง ร่างของมือสังหารในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นพร้อมกับใบมีดอาคมที่เปล่งประกายแสงสีม่วงน่ากลัว เป้าหมายของมันคือการปลิดชีพผมในดาบเดียว! "เรย์ระวัง!" ฟีเรียกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เธอยกคทาขึ้นหมายจะร่ายเวทป้องกัน แต่ช้าเกินไป… ทว่า… ผมไม่ได้ขยับเขยื้อnหนีไปไหนเลย "ยินดีต้อนรับสู่สมการของผมครับ" ผมพึมพำเบื้องหน้าคมดาบที่พุ่งเข้ามาห่างเพียงแค่คืบ ตารางแสงสีทองที่ผมสร้างขึ้นก่อนหน้านี้ทำหน้าที่เป็น 'ตัวกรอง' สมบูรณ์แบบ พลังงานเวทมนตร์ของมือสังหารที่ถูกส่งผ่านมาปะทะเข้ากับโครงสร้างตรรกะ ค่าความต้านทานถูกคำนวณและหักล้างจนเป็นศูนย์ในเสี้ยววินาที แรงกระแทกทั้งหมดถูกดูดซับและกระจายออกไปตามแนวแกน X และ Y จนหมดสิ้น! มือสังหารชะงักกึก ดวงตาภายใต้หน้ากากสีเงินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง มันไม่เคยเจอเวทมนตร์รูปแบบไหนที่สามารถ ‘หักล้าง’ การโจมตีทางกายภาพด้วยอาคมได้โดยไม่ต้องใช้โล่ป้องกันแม้แต่น้อย "ในทางเรขาคณิต เส้นขนานไม่มีวันบรรจบกัน… เช่นเดียวกับพวกคุณและลมหายใจในคืนนี้ครับ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นัยน์ตาคมกริบมองตรงไปยังมือสังหาร ก่อนที่นิ้วชี้ข้างขวาจะเคาะลงไปกลางอากาศเบื้องหน้าหนึ่งครั้ง… *ปัง!* แรงสะท้อนกลับของมานาพุ่งย้อนกลับเข้าหาร่างของมือสังหารอย่างรุนแรงราวกับคลื่นสึนามิ ร่างในชุดคลุมปลิวทะลุกำแพงหินแกรนิตออกไปด้านนอกตึกหอพัก ร่วงหล่นลงสู่ความมืดเบื้องล่างด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหว แต่ความตึงเครียดไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย… [แจ้งเตือนระบบระดับวิกฤต: ตรวจพบคลื่นพลังงานมาหนาแน่นสูงระดับ A จำนวน 3 จุดกำลังเคลื่อนตัวปิดล้อมทางหนีทีไล่ทั้งหมด] [และ… ตรวจพบการเข้าถึงรหัสผ่านประตูมิติระดับผู้อำนวยการ!] ฟีเรียหอบหายใจถี่รัว เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้า เธอหันมามองผมด้วยความหวาดระแวงขั้นสุด "เรย์… ทางออกถูกปิดตายหมดแล้ว แบบนี้เราจะรอดออกไปจากเขตโรงเรียนได้ยังไง?" ผมกวาดสายตามองหน้าจอระบบที่กระพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเครื่องจักรกลเวท ตัวเลขมหาศาลไหลผ่านหัวใจและสมองราวกับสายน้ำหลาก ไม่มีทางหนี… ถ้ามองตามตรรกะปรกติ แต่ในคณิตศาสตร์… ทุกปมปัญหาที่ซับซ้อนที่สุด มักจะมี 'ตัวแปรลับ' ที่ถูกซ่อนเอาไว้อยلเสมอ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากสุดปลายทางเดินที่มืดมิด เงาสูงโปร่งทอดยาวผ่านแสงคบเพลิงที่ริบหรี่ กลิ่นอายเวทมนตร์อันเก่าแก่และทรงพลังกดทับจนอากาศรอบตัวแทบกลายเป็นของแข็ง บุคคลปริศนาก้าวออกมาหยุดอยู่ตรงแสงจันทร์สาดส่อง เผยให้เห็นรอยยิ้มเยียบเย็นและใบหน้าที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ "เก่งมาก… เจ้าหนูคณิตเวท" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ซ่อนความลับอันน่าสะพรึงกลัวเอาไว้ "แต่ดูเหมือนเธอจะลืมคำนวณตัวแปรสำคัญที่สุดไปอย่างหนึ่ง… ตัวแปรที่ชื่อว่า *‘ผู้ทรยศภายใน’* เองนะ" สิ้นเสียงนั้น ฟีเรียที่ยืนอยู่ข้างกายผมก็สะดุ้งเฮือก เธอก้มมองมือของตัวเองที่จู่ๆ ก็เปล่งแสงสีดำสนิทออกมา… แสงอาคมที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งตรรกะและเวทมนตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%