กลิ่นอับของฝุ่นปูนซีเมนต์เก่าแก่อายุร่วมครึ่งศตวรรษคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นความชื้นจากคราบน้ำฝนที่ซึมผ่านผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผุกร่อนจนเห็นสนิมเหล็กด้านใน บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างของอาคารพาณิชย์ร้างย่านใจกลางเมืองยามบ่ายคล้อย ช่างอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าความกดอากาศภายนอกดูจะเบาบางไปเลยเมื่อเทียบกับแรงเสียดทานทางอารมณ์ระหว่างคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังแห่งนี้
"ถ้าคุณคิดจะใช้ไม้บรรทัดเหล็กกับฉากโค้งพังๆ นี่ ผมเกรงว่าคุณคงต้องเตรียมใจไปนอนร้องไห้ที่สำนักงานทุกคืนจนกว่าจะเกษียณนะครับ, คุณรวิภา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นทำลายความเงียบ ทินกรยืนพิงเสาคอนกรีตที่กะเทาะจนเห็นเนื้อใน มือข้างหนึ่งถือม้วนกระดาษพิมพ์เขียวเก่าเก็บที่ขึ้นรา สภาพของมันไม่ต่างอะไรจากตัวอาคารที่กำลังจะกลายเป็นสุสานชื่อเสียงของพวกเขาทั้งคู่ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างโปร่งระหงของสถาปนิกสาวที่ยืนตัวตรงแหน่วราวกับถูกดามด้วยเหล็กเส้น
รวิภาไม่ได้หันไปมองหน้าวิศวกรหนุ่มทันที เธอยังคงจดจ้องอยู่กับรอยร้าวรูปกากบาทบนผนังรับน้ำหนักเบื้องหน้า นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวลูบไล้ไปตามรอยแยกนั้นอย่างเชื่องช้าและทะนุถนอม ราวกับกำลังสัมผัสผิวเนื้อบอบบางของคนไข้บนเตียงผ่าตัด
"ระเบียบแบบแผนไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นได้หรอกนะครับ, คุณทินกร" รวิภาเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และราบเรียบจนแทบไร้คลื่นอารมณ์ เธอค่อยๆ หมุนตัวกลับมาสบตาเขา แววตาของเธอแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยกำแพงป้องกันตัวที่สูงตระหง่าน "โครงสร้างจะมั่นคงได้ ก็ต่อเมื่อมันยอมจำนนต่อตัวเลขทางเรขาคณิตที่ถูกต้อง ไม่ใช่การประนีประนอมกับความทรุดโทรมแล้วปล่อยให้มันพังทลายลงมาตามใจชอบแบบที่คุณถนัด"
ทินกรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายที่อีกฝ่ายเอาแต่ก้มหน้าก้มตาบูชาความสมบูรณ์แบบในตำรา โดยไม่ยอมมองความจริงอันแสนโสโครกตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
"ความถูกต้องทางเรขาคณิตงั้นหรือครับ?" ทินกรก้าวเท้าเข้ามาใกล้ระยะประชิด กลิ่นบุหรี่จางๆ เจือจางอยู่บนปกเสื้อสูทของเขา "ตึกหลังนี้ถูกสั่งให้ปิดตายมาสิบปีเพราะมัน 'ถูกต้องตามแบบ' เกินไปนี่แหละครับ สถาปนิกผู้ล่วงลับของคุณวาดเส้นสายทุกอย่างไว้อย่างไร้ที่ติ แต่ลืมคิดไปว่าแผ่นดินใต้ตึกนี้มันขยับได้... ความสมบูรณ์แบบที่คุณไขว่คว้า มันก็แค่คำลวงโลกที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกคนตาบอดไม่ให้กลัวความตายเท่านั้นเอง"
คำพูดนั้นเฉียบคมราovใบมีดโกน รวิภากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อบริเวณกรามขยับไหว ดวงตาคู่สวยไหววับชั่วขณะก่อนจะถูกควบคุมให้กลับมานิ่งสนิทดังเดิม ปมในใจจากการถูกหล่อหลอมให้ต้องเป็นที่หนึ่ง ไม่เคยพ่ายแพ้ และไม่เคยทำอะไรผิดพลาดแม้แต่กระเบียดนิ้ว ถูกกระตุ้นขึ้นมาด้วยคำพูดเย้ยหยันของวิศวกรจอมกวนประสาทผู้นี้
นี่คือโปรเจกต์บูรณะอาคารสำนักงานเก่าแก่ "เดอะ นอร์ת ทาวเวอร์" ที่ไม่มีบริษัทสถาปนิกหรือวิศวกรหน้าไหนกล้าแตะต้อง เนื่องจากประวัติการก่อสร้างที่มีรอยด่างพร้อย และงบประมาณที่ถูกตัดทอนจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ นลิน คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของรวิภา เป็นคนผลักดัน (หรือพูดให้ถูกคือ กลั่นแกล้ง) โครงการนี้ให้ตกมาอยู่ในมือของเธอ โดยมีทินกรถูกส่งตัวมาเป็นวิศวกรคู่หูบังคับร่วมงาน เพื่อให้มั่นใจว่าความเปราะบางของรวิภาจะถูกขย้ำจนแหลกค่ายิ่งกว่าตัวตึก
"ถ้าคุณคิดว่างานนี้มันเป็นแค่เรื่องตลกไร้สาระ ทำไมคุณถึงไม่เดินออกไปจากประตูนั้นซะล่ะครับ?" รวิภากวาดสายตาไปยังทางเข้ามืดทึบ "ไม่มีใครเอาปืนจี้หัวให้คุณมารับงานสวะนี่หรอก"
ทินกรหยุดฝีเท้าลงห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อมองสบตาผู้หญิงที่พยายามแสดงออกว่าเข้มแข็งที่สุดในโลก ดวงตาคู่นั้นมีความเจ็บปวดซ่อนอยู่ลึกๆ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขา... สลัดสายตาไปจากเธอไม่ได้
"เพราะผมอยากรู้เหมือนกันครับ..." ทินกรกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มเยือกเย็น "ว่าผู้หญิงที่กลัวความล้มเหลวที่สุดในชีวิตอย่างคุณ จะทนเห็นภาพความพังทลายของตึกหลังนี้... หรือภาพความพังทลายของตัวคุณเองได้นานสักแค่ไหน"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการท้าทายประเด็นอุดมการณ์ ทำให้พื้นที่แคบๆ เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต รวิภาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวน เธอยกแฟ้มเอกสารในมือขึ้นเตรียมจะโต้แย้งด้วยข้อกฎหมายการก่อสร้าง ทว่าก่อนที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปาก...
*แอ๊ด... โคร้ม!*
เสียงไม้เก่าแก่ลั่นเปรี๊ยะดังมาจากชั้นบนสุดของอาคาร ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเดินอยู่บนพื้นไม้ปาร์เกต์ผุกر่อน ทั้งรวิภาและทินกรชะงักกึก สัญชาตญาณมืออาชีพทำให้พวกเขานิ่งสนิทและเงี่ยหูฟัง
ที่นี่ควรจะถูกปิดตาย และไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขาสองคนในเวลานี้
ทินกรขยับตัวเข้ามาขวางรวิภาไว้โดยอัตโนมัติ มือหนาคว้าท่อนเหล็กเส้นที่วางอยู่ใกล้ตัวขึ้นมาถือไว้มั่น สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังบันไดมืดทึบที่นำขึ้นสู่ชั้นสอง
และในวินาทีนั้นเอง ที่ปลายบันได... แสงไฟจากไฟฉายดวงเล็กก็สาดส่องลงมา พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างใครบางคนในชุดสูทสีเข้ม ที่ก้าวลงมาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่พวกเขารู้จักดี
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวแรกในโลกอันมืดหม่นและงดงามนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สถาปนิกเงาในเงื้อมเงาแสง•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวที่ไม่ถูกออกแบบ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาในเงื้อมเงาแสง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
