คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 33

ตามล่าหาความจริง

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
“ถ้าคุณก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว ปารมี... เราทั้งคู่จะไม่ใช่แค่ติดคุก แต่จะหายไปจากแผนที่โลกใบนี้อย่างถาวร” น้ำเสียงของกันต์เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่ามือที่เขากำลังปลดล็อกแฟ้มข้อมูลลับในห้องทำงานของอดีตผู้อำนวยการหน่วยสืบสวนกลับมั่นคงอย่างน่าประหลาด ปารมีที่ยืนระวังหลังอยู่ตรงประตูห้อง กวาดสายตามองผ่านช่องว่างของบานพับ ประสาทสัมผัสของเธอตื่นตัวถึงขีดสุด กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้เธอนึกถึงห้องเก็บหลักฐานในกรมตำรวจที่เธอเคยเดินผ่านในคืนที่ฝนตกหนักเมื่อหลายปีก่อน คืนที่ทุกอย่างเริ่มต้นและจบลงด้วยความว่างเปล่า “ฉันไม่ได้กลัวการหายไป แต่ฉันกลัวการมีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าใครคือฆาตกรตัวจริงที่พรากทุกอย่างไปจากฉันต่างหาก กันต์... เร่งมือหน่อย สัญญาณเตือนภัยสำรองกำลังจะเริ่มทำงานในอีกไม่กี่นาที” ปารมีกระซิบตอบ สายตาสีเทาเข้มของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว เธอในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปดูราวกับนักล่าที่กำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อ กันต์หันมามองเธอเพียงเสี้ยววินาที แววตาของสถาปนิกหนุ่มลึกล้ำจนยากจะอ่านออก มันมีความปรารถนาบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นนั้น ความปรารถนาที่มักจะทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเสมอ เสียงคีย์บอร์ดดังขึ้นเป็นจังหวะต่อเนื่อง กันต์กำลังเจาะข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสไว้ห้าชั้น ในหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สลัวราง ปรากฏโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ดูคุ้นตา... มันคือพิมพ์เขียวของอาคารเก่าแก่ใจกลางเมืองที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งในความเป็นจริง สถานที่แห่งนั้นถูกระบุในผังเมืองว่าเป็นพื้นที่สีเขียวที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ “เจอแล้ว... โครงสร้างใต้ดินชั้นที่สาม นี่ไม่ใช่แค่ที่เก็บเอกสาร แต่มันคือห้องนิรภัยที่เชื่อมต่อกับพิธีกรรมที่คุณเคยพูดถึง” กันต์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย “ปารมี พวกเขาไม่ได้แค่ทำลายหลักฐาน แต่มันกำลังถูกย้ายไปที่ ‘สุสานกาลเวลา’” ปารมีขมวดคิ้วแน่น “หมายความว่าอย่างไรที่ว่าย้ายไป? ใครเป็นคนสั่งย้าย” “สารวัตรธนา” กันต์ตอบสั้นๆ ทว่าชัดเจนราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจ ปารมีชะงักไปครู่หนึ่ง ก้อนเนื้อในอกกระตุกวูบ เธออยากจะปฏิเสธ แต่ความจริงที่เธอสัมผัสได้จากพฤติกรรมของธนาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มประกอบร่างเป็นภาพที่ชัดเจน ความเป็นห่วงที่ดูเกินงาม การขัดขวางไม่ให้เธอเข้าใกล้คดี... ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อปกป้องเธอ แต่เพื่อปกปิดบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่จังหวะการเดินของยามรักษาความปลอดภัย แต่มันคือจังหวะที่มั่นคงและคุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัว เสียงนั้นหยุดลงหน้าประตูห้องที่ทั้งคู่กำลังซ่อนตัวอยู่ กันต์รีบดึงแฟลชไดรฟ์ออกมา ก่อนจะคว้าข้อมือของปารมีแล้วดึงให้หลบเข้าหลังตู้เอกสารขนาดใหญ่ ความมืดมิดในห้องบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ ปารมีสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างสูงของกันต์ที่เบียดชิดอยู่ข้างๆ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนที่ติดตัวเขามาทำให้อารมณ์ความรู้สึกที่เธอพยายามกดทับไว้เริ่มสั่นคลอน “ถ้าเขาเข้ามา คุณต้องหนีไปทางหน้าต่าง” กันต์กระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินจนเธอขนลุกชัน “อย่าหันกลับมามอง ไม่ว่าผมจะตกอยู่ในสภาพไหนก็ตาม” “ฉันไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวแน่” ปารมีตอบกลับด้วยน้ำเสียงดุดัน แม้ในยามวิกฤต เธอก็ยังคงเป็นทนายสาวผู้ไม่เคยยอมสยบให้แก่ความพ่ายแพ้ ลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนอย่างช้าๆ แสงสว่างจากโถงทางเดินลอดเข้ามาเป็นเส้นตรง ตัดผ่านความมืดภายในห้อง เสียงเหล็กกระทบกันดังแกร๊ก สันดานของนักสืบในตัวปารมีบอกเธอว่านี่ไม่ใช่การตรวจตราตามปกติ แต่เป็นการตามล่า เมื่อบานประตูเปิดออกกว้าง ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบที่เธอกคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ปรากฏตัวขึ้น ธนายืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู แววตาของเขามืดมนจนไม่มีที่ว่างให้กับความเห็นอกเห็นใจใดๆ ในมือเขามีปืนพกประจำกายที่ชักออกมาในท่าเตรียมพร้อม “ผมรู้ว่าพวกคุณอยู่ในนี้” ธนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงด้วยกระแสอำนาจ “ปารมี... ออกมาเถอะ อย่าทำให้ผมต้องเป็นคนลงมือเองเลย” ปารมีขยับตัวเตรียมจะก้าวออกไป แต่กันต์กลับกดไหล่เธอไว้แน่น เขาส่งสายตาเป็นเชิงห้าม ก่อนจะตัดสินใจทำสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง เขาโยนบางอย่างไปอีกฟากหนึ่งของห้องเพื่อให้เกิดเสียงดึงความสนใจ ขณะที่ธนาเบนความสนใจไปตามเสียง กันต์ก็พุ่งตัวออกไปจากที่ซ่อน ปะทะเข้ากับร่างของสารวัตรหนุ่มอย่างจัง การต่อสู้ในที่แคบดำเนินไปอย่างดุเดือด ทั้งคู่แลกหมัดและอาศัยเหลี่ยมมุมของเฟอร์นิเจอร์เป็นอาวุธ ปารมีกัดฟันแน่น เธอไม่ได้หนีอย่างที่กันต์สั่ง แต่เธอกำลังใช้โอกาสนี้สอดส่องหา ‘หลักฐานสำรอง’ ที่กันต์เพิ่งกล่าวถึง ภายใต้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ เธอพบแผ่นโลหะที่มีสัญลักษณ์แปลกประหลาดสลักอยู่—สัญลักษณ์เดียวกับที่พบในคดีฆาตกรรมหน้ากากหินที่เคยเป็นปริศนามานานนับปี เธอกำมันไว้แน่น ความเย็นของโลหะปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างในตัวเธอ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะลุกขึ้น เสียงปืนก็ดังสนั่นก้องไปทั่วห้อง! ปารมีชะงัก ร่างของกันต์ทรุดลงกับพื้นข้างตู้เอกสาร ในขณะที่ธนายืนนิ่งอยู่เหนือร่างนั้น ปืนในมือเขายังมีควันจางๆ พุ่งออกมา ทันใดนั้น ธนาก็หันกระบอกปืนมาทางเธอ แววตาที่เคยเป็นเพื่อนสนิทกลับกลายเป็นคนแปลกหน้าที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จัก “น่าเสียดายนะปารมี... ถ้าเธอไม่รู้มากเกินไป เราอาจจะจบเรื่องนี้ด้วยมิตรภาพที่สวยงาม” ธนากล่าว พลางก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ “แต่ในเมื่อเธอเลือกที่จะขุดคุ้ยความตาย เธอก็ต้องยอมรับชะตากรรมของมัน” ปารมีถอยหลังไปจนติดผนัง มือที่กุมแผ่นโลหะสั่นเทา เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางสู้กับเขาได้ในสภาพนี้ แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าอกของธนา... รอยสักสีดำสนิทที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ตออกมาเพียงเสี้ยวเดียว รอยสักที่ยืนยันถึงความสัมพันธ์ของเขากับองค์กรเงาเบื้องหลัง “ธนา... นายเป็นคนทำลายหลักฐานในคดีพ่อฉัน ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?” ปารมีถาม เสียงของเธอสั่นเครือทว่าแฝงด้วยความเคียดแค้น ธนาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะกดปืนแนบขมับของเธอ “ถามคำถามที่น่าตื่นเต้นกว่านี้หน่อยสิ... อย่างเช่นว่า เธอจะตายก่อนที่จะได้รู้ว่าใครคือคนสั่งให้ฆ่าพ่อเธอกันล่ะ?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง ในวินาทีที่ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ปลายนิ้ว ปารมีก็ได้ยินเสียง ‘คลิก’ ที่เบาหวิวมาจากมุมมืดของห้อง—เสียงของกลไกบางอย่างที่กำลังทำงานอยู่ใต้พื้นห้องที่พวกเขายืนอยู่ และมันไม่ได้มาจากฝีมือของใครทั้งสิ้น พื้นห้องเริ่มสั่นสะเทือน ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผืนแผ่นดินกำลังถูกเผยออกมาด้วยแรงระเบิดจากโครงสร้างนิรภัยที่กันต์แอบตั้งเวลาไว้ก่อนหน้านี้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปกับ ‘เงาจันทราลี้ลับ’ นะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%