สถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบกับผู้จัดการกองถ่ายสายลุย•ตอนที่ 1

พิมพ์เขียวแรกที่ไร้รอยต่อ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“ถ้าคุณยังเดินย่ำต๊อกเข้ามาด้วยรองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนคู่เก่งนั่นอีกล่ะก็ ฉันจะถือว่าคุณจงใจทำลายหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นสุดท้ายในตึกนี้ค่ะ คุณสถาปนิก” เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นตลบอบอวลของโรงงานทอผ้าเก่าแก่ยุค 70 ที่ถูกทิ้งร้างมานานนับทศวรรษ พรีมยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยที่กะเทาะจนเห็นเหล็กเส้นขึ้นสนิม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตากันแดดสีชาตวัดมองร่างสูงโปรดของชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามด้วยความไม่สบอารมณ์ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้ลวกๆ เป็นมวยสูงเผยให้เห็นลำคอระหงและหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้า ทว่าท่าทีของเธอกลับไม่ได้ดูเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด—ตรงกันข้าม เธอดูเหมือนแม่เสือสาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อทุกเมื่อที่เข้ามาล้ำเขต กรณ์หยุดฝีเท้าลงทันที ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกและกางเกงสแลคเข้ารูปดูขัดแย้งกับบรรยากาศซากปรักหักพังรอบตัวอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำเตือนนั้นแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีเข้มคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองไปรอบพื้นที่ด้วยสายตาวิพากษ์วิจารณ์ ก่อนจะเลื่อนกลับมาหยุดอยู่ที่ร่างบางตรงหน้า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน “ถ้าผมไม่เดินเข้ามาด้วยรองเท้าคู่นี้ แล้วคุณจะเอาอะไรมาเป็นข้ออ้างในการโวยวายใส่ผมตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มงานล่ะครับ คุณผู้จัดการกองถ่าย” เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับบาดลึกจนคนฟังอยากจะเขวี้ยงประแจในมือใส่หน้าหล่อๆ นั่นให้รู้แล้วรู้รอด “นี่!” พรีมก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นซิตรัสผสมกับกลิ่นฝุ่นดินและเหงื่อไคลตีรวนอยู่ในอากาศ “นี่มันพื้นที่ทำงานของกองถ่ายภาพยนตร์ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาเดินตรวจงานด้วยความมั่นหน้ามั่นโหนแบบนี้ ทีมงานฉันเพิ่งจัดฉากมุมนี้เสร็จไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน และคุณ... คุณกำลังเดินเหยียบสายไฟกองโตที่เพิ่งเซ็ตระบบเสร็จ!” กรณ์ก้มมองลงที่พื้นตามนิ้วเรียวที่ชี้กราด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “สายไฟราคาถูกที่ต่อโยงกันมั่วซั่วจนเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรน่ะเหรอครับ? ถ้าผมไม่เหยียบให้มันขาดออกจากกัน ป่านนี้กองถ่ายทำหนังฟอร์มยักษ์ของคุณคงได้กลายเป็นกองเพลิงสมชื่อจริงๆ ไปแล้วมั้งครับ” “คุณ...!” พรีมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่านที่พุ่งขึ้นมาจุกอก ยัยตัวแสบอย่างเธอไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับจอมเผด็จการหรือดาราดังระดับประเทศ แต่กลับต้องมาเสียอาการให้กับสถาปนิกปากจัดคนนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ “นั่นมันระเบียบการเซ็ตฉากของเรา! ทีมงานเขามีมืออาชีพคอยดูแล ไม่จำเป็นต้องรบกวนสถาปนิกอีโก้สูงอย่างคุณมาช่วยกรุณาตักเตือนหรอกค่ะ!” “มืออาชีพเหรอครับ?” กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมก้าวร้าวขึ้นวูบหนึ่งเมื่อกวาดสายตามองไปทั่วโกดังที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์วางเกะกะ “การปล่อยให้คานเหล็กรับน้ำหนักด้านบนขึ้นสนิมจนแอ่นตัวลงมาสามเซนติเมตร แล้วเอาฉากผ้าใบมาขึงบังไว้เพื่อตบตากล้องเนี่ยนะ... เขาเรียกความมักง่าย ไม่ใช่มืออาชีพ” คำพูดจี้จุดดำทำเอาพรีมชะงักไปชั่วขณะ เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ เพราะสิ่งที่เขาพูดมันคือความจริง... คานเหล็กตรงโซนนั้นเป็นจุดบอดที่ผู้กำกับสั่งให้มองข้ามเพราะงบประมาณจำกัด แต่เธอกำลังหาทางแก้ไขมันอยู่พอดีโดยที่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากบอกใคร แล้วมนุษย์น้ำแข็งนี่รู้ได้ยังไงกัน? “ถึงมันจะมีปัญหา ฉันก็จัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้คุณมา...” “ถ้าคุณจัดการเองได้ ป่านนี้โครงสร้างตึกนี้คงไม่สั่นสะเทือนทุกครั้งที่คุณสั่งให้ทีมงานเปิดเครื่องปั่นไฟตัวใหญ่ยักษ์นั่นหรอกครับ” กรณ์พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้พรีมพูดไม่ออก เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดจนเธอต้องเงยหน้ามอง ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกับแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตขาวนั่น “จำไว้ร้อยครั้งนะครับ คุณผู้จัดการ... ตึกนี้คือผลงานการรีโนเวทชิ้นเอกที่ผมกำลังจะรับผิดชอบ ถ้าที่นี่พังเพราะความสะินของกองถ่ายคุณ ผมนี่แหละที่จะเป็นคนแรกที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจนคุณไม่มีปัญญาจ่ายเลยทีเดียว” “คุณมัน...!” พรีมกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความโกรธผสมปนเปไปกับความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อตรรกะที่เถียงไม่ออก ทำให้ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำอย่างน่าเอ็นดูในสายตาของคนมอง กรณ์จ้องมองดวงตากลมโตที่ฉายแววพยศนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ กลับสะดุดลงวูบหนึ่งเมื่อได้กลิ่นอายความดื้อรั้นจากหญิงสาวตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะลดอุณหภูมิลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนทั้งคู่ ไดอะล็อกเชือดเฉือนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต พรีมรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากร่างสูงที่โน้มตัวลงมาใกล้เรื่อยๆ จนเธอต้องเอนตัวหนีไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาปูนแข็งทึบอย่างไร้ทางหนี กรณ์ยกมือข้างหนึ่งขึ้นยันกับเสาปูนกักขังเธอไว้ในวงแขน สายตาคมก้าวร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่ยากจะคาดเดา เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนขนลุกซู่ “แต่ถ้าคุณยอมคุยกับผมดีๆ ตั้งแต่แรก...” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดริมฝีปาก เคลือบด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาสตรีผู้ไม่เคยยอมใครอย่างเธอถึงกับสมองตื้อ “ผมอาจจะยอมเซ็นอนุมัติให้กองถ่ายของคุณใช้พื้นที่ต่อได้... แบบไม่ต้องเสียค่าปรับสักบาทเลยก็ได้นะครับ” พรีมเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกและไม่ทันตั้งตัว เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี ทว่า... ก่อนที่คำด่าทอชุดใหญ่จะหลุดออกจากริมฝีปากอิ่ม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอก็แว่วมาจากทางประตูด้านหน้า “คุณพรีมครับ! แย่แล้วครับ! ผู้กำกับบอกว่าไฟหลักโซนเอเกิดช็อตขึ้นมาเมื่อกี้ ทีมงานกำลังจะวิ่งไปสับคัทเอาท์ แต่...!” กรณ์ผละตัวออกห่างจากเธอช้าๆ อย่างเสียดดาย นัยน์ตาสีเข้มหันไปมองทางต้นเสียงก่อนจะหันกลับมาสบตากับพรีมที่กำลังยืนหน้าตื่น รอยยิ้มมุมปากของเขากลับมาอีกครั้ง พร้อมกับประโยคสุดท้ายที่ทิ้งระเบิดไว้กลางอกเธอ “ดูเหมือนว่า ‘มืออาชีพ’ ของคุณกำลังจะทำให้ตึกนี้กลายเป็นจุลจริงๆ แล้วล่ะครับ... ไปดูกันหน่อยไหมครับ ว่าคุณจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้ายังไงต่อดี?” —-------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระอุของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบกับผู้จัดการกองถ่ายสายลุย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%