วิศวกรถ่านหินกับปืนกลในอ้อมกอด•ตอนที่ 1

กลิ่นดินปืนและฝุ่นแร่

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นควันปืนจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นดินฝุ่นแดงของหุบเขาเหมืองถ่านหิน แผ่ซ่านคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่ร้อนระอุจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาบีบกระเป๋าเดินทางหนังแท้ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองสภาพความแห้งแล้งและดิบเถื่อนรอบตัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งชิงชัง เด็ดเดี่ยว และพร้อมจะเผชิญหน้ากับนรกบนดินที่ชื่อว่า ‘ไร่เหมืองอัคคี’ แห่งนี้ นี่คือดินแดนที่พายุ เจ้าพ่อเหมืองแร่ผู้ทรงอิทธิพลและไร้ความปรานี ปกครองด้วยกฎเหล็กและกระบอกปืน เขาล/้างผลาญครอบครัวเธอจนย่อยยับ และวันนี้... วิศวกรสาวอย่างเธอเดินทางมาเพื่อทวงคืนทุกอย่าง ไม่ใช่ในฐานะผู้เสียหาย แต่ในฐานะผู้ล่าที่จะกระชากหน้ากากซาตานออกมาให้โลกเห็น "คิดว่าก้าวเข้ามาเหยียบที่นี่แล้ว จะมีปัญญาเดินออกไปทั้งเป็นอย่างนั้นหรือครับ คุณวิศวกรคนสวย" เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด รินรดาผับร่างหันขวับ ดวงตาดุดันจ้องมองไปยังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นขนัดและรอยสักดิบเถื่อน แววตาคมกริบของพายุกำลังมองเธอราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องเหยื่อในกรง "ฉันมาทำงานตามสัญญาจ้างค่ะ ไม่ได้มาให้คุณต้อนรับด้วยวาจาทุเรศๆ แบบนี้" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา พายุแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนมุมปากหนา เขาไม่พูดเปล่า แต่ก้าวเท้าเข้าประชิดจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องทำงานเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอายความเป็นชายดิบเถื่อน ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายเหงื่อจางๆ โอบล้อมร่างบางไว้ทุกทิศทาง จนเธอรู้สึกเหมือนอากาศในปอดกำลังจะหมดลง "สัญญาอะไรกันล่ะ... รินรดา" พายุโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหูจนเธอรู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้ออ่อน "ในเหมืองของฉัน กฎมีข้อเดียว... ฉันคือคนกำหนด และเธอก็เป็นแค่สมบัติชิ้นใหม่ที่เพิ่งถูกส่งมาให้ฉันขยี้จนแหลقคามือเท่านั้น" เขายื่นมือหนาขึ้นมาล็อกคางสลวยไว้ด้วยความรุนแรง บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้เธอยอมจำนนต่ออำนาจดิบเถื่อนที่ไร้การประนีประนอม สัมผัสหยาบกร้านจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวแก้มจนร้อนผ่าว ทว่าในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณลึกๆ กลับสั่นสะเทือนด้วยแรงปรารถนาอันมืดมนที่เธอเกลียดชังตัวเองนักที่เผลอไผลไปกับมัน "ปล่อยฉันนะ ไอ้คนป่าเถื่อน!" รินรดาพยายามสะบัดหน้าหนี แต่พายุกลับยิ่งบีบกรามแน่นขึ้น แววตาของเขาพราวระยับด้วยประกายไฟแห่งความกระหายใคร่รู้และต้องการเอาชนะ "ปากเก่งแบบนี้... ไม่รู้ว่าจะยังอวดดีได้สักกี่น้ำ" พ.ายุหัวเราะต่ำในลำคอ สายตากวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้นด้วยความรู้สึกกระหายอยากจะบดขยี้ให้แหลکคามือ "คืนนี้ พายุลูกใหญ่กำลังจะถล่มเหมืองนี้... และเธอก็เตรียมตัวรับมือกับพายุของฉันได้เลย" ก่อนที่รินรดาจะทันได้เปล่งเสียงด่าทอใดๆ ออกมา ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงกระหึ่มของฟ้าฝ่าที่คำรามลั่นสนั่นหุบเขา ด้านนอก... เมฆฝนสีดำทะมัดทะแมงกำลังเคลื่อนตัวปกคลุมผืนแผ่นดิน เผยให้เห็นเงาร่างของศิลา มือขวาคนสนิทที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน พร้อมกับกระดาษโทรเลขฉุกเฉินในมือที่สั่นเทา "นายครับ... มีเรื่องใหญ่แล้ว" ศิลาตะโกนแทรกเสียงฝน "คลังแสงระเบิด... และทางหลวงเส้นทางเดียวที่จะออกจากเหมืองถูกตัดขาดแล้วครับ!" พายุชะงัก รอยยิ้มเยียบเย็นบนใบหน้าคมคายค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาดุดันอำมหิต เขาก้มลงมองรินรดาที่ยังคงถูกเขาตรึงไว้กับผนัง ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นอีกครั้งด้วยความหมายที่ซ่อนเร้นบางอย่างที่ทำให้สันหลังของเธอวาบหวิว "ดูเหมือนว่า... เราสองคนจะต้องติดอยู่ในนรกขุมเดียวกันยาวๆ แล้วล่ะครับที่รัก" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่หุบเหมืองแห่งเพลิงแค้นนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรถ่านหินกับปืนกลในอ้อมกอด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%