เสียงกระแทกของถาดสเตนเลสที่ถูกวางลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนดัง *เคร้ง!* สะท้อนก้องไปทั่วห้องครัวเปิดโล่งของร้านอาหาร ‘Key’s Table’ ร้านอาหารสุดหรูที่จองคิวยากที่สุดในย่านนี้ ทว่าบรรยากาศในเวลานี้กลับไม่ได้หรูหราตามราคาอาหารแม้แต่น้อย
“กลับไปซะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และไร้ซึ่งเยื่อใยดังขึ้นจากชายหนุ่มในชุดเชฟสีดำสนิท ใบหน้าคมคายราวกับถูกแกะสลักขึ้นมาด้วยความตั้งใจไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่คมกริบมองจานอาหารตรงหน้าด้วยหางตาราวกับมันเป็นเศษขยะมูลฝอย ไม่ใช่ผลงานสร้างสรรค์จากความตั้งใจของมนุษย์
เรนินสูดลมหายใจเข้าลึก, มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน หญิงสาวสะบัดหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาคมกริบกลับไปหาเจ้าของร้านปากร้ายทันที
“คุณยังไม่ได้ชิมมันด้วยซ้ำนะคะ คุณคีย์!” เรนินเอ่ยท้วง เสียงหวานใสแต่เต็มไปด้วยความพยศและกรุ่นโกรธดังลอดไรฟัน “ตัดสินใจไล่คนอื่นทั้งที่จานยังไม่ทันแตะลิ้น แบบนี้เขาไม่เรียกว่าวิจารณ์ค่ะ... เขาเรียกว่าอคติ”
“อคติเหรอ?” คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ กลิ่นอายความเป็นผู้นำและความกดดันแผ่ซ่านจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ “ผมไม่จำเป็นต้องเอาลิ้นสกปรกๆ ไปสัมผัสของเสียที่ทำส่งเดชเพื่อแลกกับการประเมินหรอกนะ คุณเรนิน... อาหารจานนี้ของคุณ มันไม่มีจิตวิญญาณ”
คำว่า *‘ไม่มีจิตวิญญาณ’* พุ่งเข้าปักอกเชฟสาวไฟแรงเข้าอย่างจัง เรนินตาโต เปลวเพลิงแห่งความทิฐิพุ่งพล่านขึ้นมาร้อนผ่าวในอก เธอไม่ได้บินกลับมาเพื่อยอมก้มหัวให้เชฟมือหนึ่งที่เอาแต่ถือตัวหลงตัวเองคนนี้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเล่นหรอกนะ!
“ถ้าอาหารจานนี้ไม่มีจิตวิญญาณ แล้วรสชาติที่ฉันบรรจงปรุงมันขึ้นมาตลอดสองชั่วโมงคืออะไรล่ะคะ? ผีหลอกหรือไง!” เรนินก้าวเท้าเข้าไปประชิดขอบเคาน์เตอร์บ้าง ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงแรงปะทะทางอารมณ์ที่คุกรุ่น “คุณบอกว่าฉันทำอาหารไร้จิตวิญญาณ งั้นเชิญพิสูจน์สคะ! ถ้าชิมแล้วมันห่วยแตกอย่างที่คุณปากดีจริงๆ ฉันจะเดินออกไปจากร้านนี้เองโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ!”
คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลไหววูบชั่วขณะเมื่อได้สบเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววดื้อรั้นและเปล่งประกายท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวใคร ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ คล้ายกลิ่นสตรอว์เบอร์รีจางๆ ลอยแตะจมูก สวนทางกับบุคลิกห้าวหาญตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ขยับถอยหลังออกไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว แต่สีหน้ายังคงความเย็นชาไร้ความปรานีไว้เช่นเดิม
“หึ ความมั่นใจสูงเกินฝีมือมันน่าสมเพชนะคุณ” คีย์เอ่ยเสียงเรียบ หยิบช้อนเงินขึ้นมาตักซอสสีแดงสดบนจานพาสต้าฝีมือเธอขึ้นมาชิมช้าๆ
เรนินกลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความหวาดหวั่น แม้ปากจะบอกว่ามั่นใจในฝีมือตัวเองแค่ไหน แต่การถูกตัดสินโดยเชฟระดับตำนานผู้กวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลก ก็ทำให้มือไม้อ่อนแรงลงไปถนัดตา
เวลาผ่านไปเพียงเสี้ยววินาทีที่ยาวนานราวกับเป็นชั่วโมง คีย์เคี้ยวอาหารในปากช้าๆ ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้การแสดงออกใดๆ จนเดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
เรนินจ้องมองริมฝีปากหยักนั้นตาไม่กระพริบ ลุ้นเสียยิ่งกว่าผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย
“เป็นยังไงคะ...” เรนินถามเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว ความพยศเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความกังวลที่ฉายชัดบนใบหน้าสวย
คีย์วางช้อนลงกระทบจานเสียงดัง *กริ๊ง* ดวงตาสีนิลคมกริบตวัดกลับมามองเธอตรงๆ ใบหน้าหล่อเหลานั้นบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิม
“รสชาติใช้ได้... แต่มันก็แค่นั้น” คีย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “มันคืออาหารที่ทำตามตำราอย่างไร้ที่ติ ปรุงแต่งรสชาติเอาใจลิ้นคนส่วนใหญ่ ไร้ซึ่งความกล้าหาญ ไร้เอกลักษณ์ และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีตัวตนของคุณอยู่ในจานนี้เลยสักนิด”
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้เรนินหน้าชาวาบ ความโกรธระลอกใหม่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว มือบางกำชายเสื้อกันเปื้อนแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุ
“คุณกำลังบอกว่าฉันลอกคนอื่นมางั้นเหรอคะ!”
“ผมไม่ได้บอกว่าคุณลอกใคร แต่คุณกำลังซ่อนตัวอยู่หลังสูตรอาหารที่ปลอดภัย” คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังและเฉียบคมจนเรนินเถียงไม่ออก “ผมไม่รับคนขี้ขลาดเข้ามาทำงานในครัวของผมหรอกนะ เชิญกลับไปซะ!”
สิ้นคำพูดตัดเยื่อใยนั้น คีย์ก็หันหลังให้เธอทันที ร่างสูงเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในห้องครัวด้านในเพื่อจัดการวัตถุดิบต่อ ปิดตายโอกาสทั้งหมดของเธอลงตรงนั้น
เรนินยืนนิ่งสนิท น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่เธอรีบกะพริบไล่่มันกลับไปอย่างรวดเร็ว ความพ่ายแพ้ไม่ใช่ทางเลือกของเธอในวันนี้!
ในจังหวะที่คีย์กำลังจะก้าวเท้าพ้นเคาน์เตอร์ เสียงกระดิ่งลมเหนือประตูทางเข้าร้านก็ดังขึ้น *กริ๊งกร๊าง!* พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า
“คุณคีย์ขา! แย่แล้วล่ะค่ะ พอดีทางรายการโทรทัศน์ติดต่อมาด่วน บอกว่าเชฟรับเชิญพิเศษเกิดอุบัติเหตุมาไม่ได้ แล้วทางเราต้องอัดเทปสดบ่ายนี้แล้วด้วย!”
เรนินสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองผู้มาใหม่สลับกับแผ่นหลังกว้างของเชฟหนุ่มที่หยุดชะงักฝีเท้าลงทันที
คีย์ค่อยๆ หันกลับมามองแขกผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่ดวงตาสีนิลคู่นั้นจะเหลือบกลับมามองเรนินที่ยืนกำมือแน่นอยู่ข้างเคาน์เตอร์ด้วยสายตาคมกริบที่แฝงไปด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
บรรยากาศในร้านพลันเงียบงันลงชั่วขณะ ก่อนที่คีย์จะเอ่ยประโยคที่ทำให้เรนินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้สายไหมคนนี้นะคะ!
กับดักรสหวานของยัยตัวร้ายที่เผลอใจให้เชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 1
รสชาติที่ถูกปฏิเสธ
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรสหวานของยัยตัวร้ายที่เผลอใจให้เชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
