"นังสะใภ้ขี้เกียจ! แกคิดจะนอนอืดกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนกัน! แป้งข้าวโพดก้นไหหมดเกลี้ยงแล้ว แกยังกล้าซมหัวนอนทำตัวเป็นภาระอยู่บนเตียงอีกรึ!"
เสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกดังทะลุกรอบหน้าต่างกระดาษเก่าๆ ที่ขาดวิ่นเข้ามาในโสประสาท พร้อมกับแรงกระชากผ้าห่มผืนหยาบออกไปอย่างไร้ความปรานี ความหนยะเย็นยะเยือกของอากาศยามสายในชนบทเดือนตุลาคมพุ่งเข้าปะทะผิวกายทันทีจนต้องสะดุ้งเฮือก
หลินมู่สูดลมหายใจเข้าลึก, สติที่หลุดลอยไปชั่วขณะจากการหักโหมทดลองสูตรซอสหมักเนื้อวัวสามสิบสองชนิดติดต่อกันสามวันสามคืนในครัวกลางดึงกลับมาเข้าร่าง ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยจับแต่มีดเชฟดามัสคัสราคาแพงสะท้อนแสงไฟนีออน บัดนี้กลับหยาบกร้านและมีรอยแผลพุพองจากการทำงานหนัก
นี่ไม่ใช่ห้องครัวสเตนเลสสตีลปลอดเชื้อในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอีกต่อไปแล้ว...
กลิ่นอับของดินโคลน กลิ่นควันฟืนจางๆ และภาพผนังดินเหนียวสีหม่นตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย เธอย้อนเวลากลับมาอยู่ในยุคเจ็ดศูนย์อันแร้นแค้น ในร่างของ 'หลินมู่' ภรรยาแต่งเข้าบ้านตระกูลจ้าวผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวภาระและสะใภ้จอมขี้เกียจ
"ยังจะมาทำหน้าตาเลיתลอยใส่อีก! ถ้าวันนี้แกไม่ลุกไปขุดมันฝรั่งหลังบ้านมาต้มให้ตระกูลจ้าวของเรากินเป็นมื้อเที่ยง ก็ไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ!"
แม่สามี หรือ 'นางจาง' ยืนเท้าสะเอวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเล็กหยีจ้องมองหลินมู่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ในมือยังถือไม้กวาดทางมะพร้าวเก่าๆ ที่เพิ่งใช้กวาดพื้นเรือนมาหมาดๆ ท่าทางพร้อมจะฟาดลงมาทุกเมื่อหากอีกฝ่ายขยับตัวขัดคำสั่ง
หลินมู่ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงเตาอิฐดินเหนียวที่ยังหลงเหลือไออุ่นจางๆ ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก ความอ่อนแอ ความหวาดกลัว และความอดอยากที่ถูกกดขี่ข่มเหงมาตลอดครึ่งปีหลังแต่งงาน ถูกส่งต่อมายังความรู้สึกของเธอ แต่น่าเสียดาย... วิญญาณที่อยู่ในร่างนี้ตอนนี้ ไม่ใช่เด็กสาวชาวบ้านหัวอ่อนคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
แต่คือเชฟระดับท็อปเทนผู้เคยตบหน้าเชฟมิชลินสามดาวมาแล้วด้วยฝีมือปลายจวัก และความเจ้าเล่ห์ทันคนระดับเซียน!
"แม่พูดจบหรือยังครับ... เอ๊ย พูดจบแล้วใช่ไหมคะ... เอ่อ หมายถึง พูดจบแล้วใช่ไหมครับ" หลินมู่เกือบเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมา แต่ปรับน้ำเสียงให้มีความเรียบเฉยและเย็นชาแทน ดวงตากลมโตฉายแววคมกริบกวาดมองแม่สามีตั้งแต่หัวจรดเท้า
นางจางชะงักไปชั่วขณะ นางไม่เคยเห็นแววตาแบบนี้จากสะใภ้คนรองมาก่อน ปกติหลินมู่จะต้องก้มหน้าตัวสั่นน้ำตาคลอเบ้าและรีบวิ่งออกไปทำงานทันที แต่วันนี้... ทำไมนังเด็กนี่ถึงดูน่ากลัวแปลกๆ?
"แก... แกกล้าดียังไงมามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น! นังตัวดี อยากลองดีกับฉันใช่ไหม!" นางจางยกไม้กวาดขึ้นสูงเพื่อขู่ขวัญ
หลินมู่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันทำให้นางจางชะงักมือที่กำลังจะฟาดลงมาอย่างงุนงง
"ตระกูลจ้าวบอกว่าข้าวสารก้นไไหหมด เกลี้ยงจนต้องมาไล่ให้ฉันไปขุดมันฝรั่งประทังชีวิต..." หลินมู่ก้าวลงจากเตียงช้าๆ เดินไปหยิบเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีซีดมาสวมทับอย่างใจเย็น ท่าทางสุขุมเยือกเย็นนั้นตัดกับบรรยากาศร้อนรนในห้องอย่างสิ้นเชิง "แต่ถ้าข้าวสารหมดจริง ทำไมเมื่อคืนตอนดึกดื่น... ฉันถึงได้กลิ่นน้ำมันหมูทอดโชยออกมาจากห้องครัวฝั่งตะวันออก ที่แม่กับน้องสาวสามีกำลังแอบกินซาลาเปาไส้หมูสับกันอยู่สองคนล่ะครับ?"
สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของนางจางเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวทันที ริมฝีปากอิบอิ่มด้วยความโกรธสั่นระริก
"เหลวไหล! นังบ้า! แกพูดจาเพ้อเจ้ออะไรออกมา ใครแอบกินซาลาเปากัน! แกกำลังใส่ร้ายแม่นะ!" นางจางแผדเสียงกลบเกลื่อนความผิดพิรุธที่แสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน
"ใส่ร้ายเหรอครับ?" หลินมู่เดินเข้าไปใกล้แม่สามีทีละก้าว แววตาคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งจิตใจ "ที่มุมเตาไฟในครัวยังมีคราบน้ำมันหมูกระเด็นติดอยู่ และเศษต้นหอมซอยยังคาอยู่บนเขียงไม้ ถ้าไม่เชื่อ ตอนนี้เราไปเรียกผู้ใหญ่บ้านมาตรวจสอบก้นหม้อและคราบไขมันในครัวด้วยกันดีไหมครับ ว่าตระกูลจ้าวอดอยากยากจนข้นแค้น หรือว่ามีคนเห็นแก่ตัวแอบอมเสบียงไว้กินคนเดียวเงียบๆ กันแน่!"
"แก...! นังสารเลว!" นางจางหน้าถอดสี มือที่ถือไม้กวาดสั่นเทาด้วยความกลัว หากเรื่องนี้แพรพรายออกไปว่าครอบครัวนางแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินกันเองในยุคที่ทุกคนต้องอดอยากตามนโยบายปันส่วน รับรองว่าภาพลักษณ์ที่สามีของนางเป็นถึงอดีตทหารผ่านศึกและลูกชายคนโตที่เป็นหัวหน้ากลุ่มการผลิตต้องเสื่อมเสียอย่างแน่นอน
"ถ้าไม่อยากให้คนอื่นรู้ ก็หุบปากแล้วเลิกใช้วิธีสกปรกมารังแกฉันเสียที" หลินมู่กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบขาด บดบังรัศมีของแม่สามีจนต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลจ้าวมา งานหนักในไร่ งานบ้าน และการดูแลทุกคน ฉันทำไม่เคยขาดตกบกพร่อง แต่พวกท่านกลับให้ฉันกินเศษข้าวต้มก้นหม้อน้ำใสแจ๋ว ส่วนเนื้อหมูชิ้นโตถูกเก็บไว้ให้ลูกสาวสุดที่รักกินจนอ้วนพี แบบนี้มันยุติธรรมแล้วหรือครับ?"
"แก... แกมันไม่ใช่หลินมู่คนเดิม!" นางจางชี้หน้าลูกสะใภ้ด้วยความตกใจกลัวราวกับเห็นผี
"ใช่ครับ ผมไม่ใช่คนเดิมแล้ว และนับจากวันนี้เป็นต้นไป... ใครก็ตามที่คิดจะเอาเปรียบหลินมู่คนนี้ จะต้องชดใช้คืนเป็นร้อยเท่า!"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเสื้อโค้ททหารสีเขียวเข้มเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านก้าวเข้ามา ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแต่ไร้รอยยิ้ม ดวงตาสคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเหตุการณ์ในห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ภรรยา
'จ้าวเฟิง'... สามีนายทหารผู้เงียบขรึมและเย็นชา ที่เพิ่งได้รับอนุญาตให้ลาพักร้อนกลับบ้านมาเมื่อคืนนี้ และเป็นผู้ชายคนเดียวในตระกูลจ้าวที่แม่สามีหวาดกลัวเกรงใจที่สุด
จ้าวเฟิงก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางระหว่างมารดาและภรรยา สายตาคมกริบมองสำรวจหลินมู่ที่ใบหน้ายังคงมีร่องรอยความซีดเซียว ก่อนจะหันไปมองมารดาด้วยแววตาที่ทำให้นางจางต้องกลืนน้ำลายลงคอ
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างราบคาบ
หลินมู่เงยหน้าขึ้นมองสามีในนามคนนี้ ความทรงจำบอกว่าเขาแต่งกับเธอตามคำสั่งของผู้ใหญ่ และมักจะถูกส่งตัวไปปฏิบัติภารกิจต่างจังหวัดอยู่เสมอ จนแทบไม่มีเวลาใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน แต่สัมผัสแรกที่เธอได้รับจากตัวเขาในตอนนี้ กลับไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่คิด
จ้าวเฟิงไม่ได้เอ่ยตำหนิเธอแม้แต่คำเดียว แต่เขากลับยื่นมือหนากรำแดดมาจับข้อมือเธอไว้เบาๆ แรงบีบที่อบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยมาให้โดยไม่ต้องเอ่ยคำหวานใดๆ
แต่ก่อนที่หลินมู่จะได้อ้าปากอธิบายสถานการณ์ทั้งหมด เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"พี่จ้าวเฟิง! คุณนายจาง!แย่แล้วครับ! ทางกองเสบียงหมู่บ้านประกาศกะทันหันว่า ปีนี้โควต้าแป้งสาลีและน้ำมันพืชของบ้านเราถูกตัดลดลงครึ่งหนึ่ง! แถมหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อจากสหกรณ์อำเภอกำลังเดินทางมาตรวจโกดังเก็บเสบียงของเราในอีกสิบนาทีนี้แล้วครับ!"
สีหน้าของนางจางเปลี่ยนเป็นสีเทาทันทีเมื่อได้ยินคำประกาศนั้น เพราะในโกดังเล็กหลังบ้าน... เต็มไปด้วยแป้งสาลีชั้นดีและเนื้อเค็มที่ครอบครัวนางแอบซ่อนไว้จากการตรวจสอบ!
****************************************
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปกับกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารและความสะใจครั้งนี้ด้วยกันนะครับ - ลมทะเลพัดรัก)
สูตรลับฉบับเชฟมือฉมังกับคลังเสบียงในมิติไร้พรมแดน•ตอนที่ 1
วิญญาณใหม่ในร่างสะใภ้ตัวร้าย
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับเชฟมือฉมังกับคลังเสบียงในมิติไร้พรมแดน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
