กลิ่นคาวสนิมเหล็กและคราบเขม่าควันจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัว แม้เพลิงแห่งความพินาศจะมอดดับลงไปแล้วก็ตาม
"คุณแน่ใจแล้วหรือครับ ริน... ว่าเส้นทางหลังจากนี้ จะไม่มีวันหันหลังกลับ"
เสียงทุ้มต่ำของศิลาเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของซากปรักหักพังแห่งอดีต ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มสะท้อนเงาของเปลวไฟดวงสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในเตาผิงเก่าๆ แผ่นหลังที่เคยแบกรับความแค้นและคราบน้ำตาของครอบครัว บัดนี้ดูผ่อนคลายลงบ้างเล็กน้อย ทว่ายังคงไว้ซึ่งความระแวดระวังตามสัญชาตญาณของคนที่เคยเดินผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดกระดาษบันทึกคดี ซึ่งรวบรวมหลักฐานมัดตัวธันวาเอาไว้จนดิ้นไม่หลุด ดวงตาคู่สวยของเธอไหววับ เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้ความอ้างว้างของค่ำคืนนี้ทำหน้าที่ตอกย้ำความจริงที่ว่า บาดแผลของพวกเขาทั้งคู่ยังคงสดใหม่
"ฉันไม่มีวันหันหลังกลับหรอกค่ะ... เอ้ย... ครับ" รินรดาเผลอหลุดอุทานแก้คำพูดตัวเองเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนที่มุมปาก เมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นชิน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจังขึ้น "ฉันหมายถึง... คนเราเติบโตขึ้นได้เพราะความเจ็บปวดไม่ใช่หรือคะ... เอ๊ย ครับ ศิลา คุณเองก็รู้ดีกว่าใครนี่นา"
ศילהเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งในรอบหลายปี รอยยิ้มที่ไม่ได้เคลือบแค้นชิงชัง แต่เป็นรอยยิ้มแห่งความเข้าใจอันลึกซึ้ง
นิ้วเรียวของชายหนุ่มเอื้อมไปสัมผัสแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะเลื่อนมันส่งคืนให้หญิงสาวอย่างแผ่วเบา สัมผัสจากปลายนิ้วที่ชนกันเพียงชั่วเสี้ยววินาที กลับสร้างกระแสความอบอุ่นที่แปลกประหลาดท่ามกลางความหนาวเหน็บของค่ำคืนนี้ ธันวาผู้ทรงอิทธิพลถูกโค่นล้มแล้ว ความลับสีเทาที่ปกคลุมเมืองนี้มาเนิ่นนานกำลังจะถูกเปิดเผยโดยนักข่าวสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่ออำนาจมืด แต่ทว่า... เส้นทางชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนหลังจากนี้ กลับต้องแยกย้ายไปเผชิญหน้ากับบททดสอบของตนเอง
"ความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ริน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นกว่าเดิม "และคุณก็จ่ายมันไปมากพอแล้วสำหรับการเดินทางครั้งนี้"
"แต่ฉันไม่เคยเสียดายเลยสักนิดเดียวค่ะ..." รินรดากลืนคำพูดตนเองอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่เตือนสลับกับรอยยิ้มขบขันของชายหนุ่ม เธอจึงรีบแก้ไขด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ผมไม่เคยเสียดายเลยครับ... ที่เลือกเดินร่วมทางกับคุณ"
บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิด กลายเป็นภาษาเดียวที่เข้าใจกันได้ดีที่สุดในวินาทีนี้ ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่า คดีของธันวาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของระบบโครงสร้างอันเน่าเฟะที่ยังต้องได้รับการชำระล้าง รินรดามีภารกิจต้องเดินทางไปยังส่วนกลางเพื่อเปิดโปงเครือข่ายทั้งหมดผ่านสำนักข่าวระดับประเทศ ขณะที่ศิลายังมีรอยแผลในใจที่ต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาความหมายที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่ต่อไป โดยปราศจากเงาแห่งความแค้นคอยครอบงำ
รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกนิด กลิ่นอายเฉพาะตัวของศิลา—กลิ่นฝนจางๆ ผสมกับความเย็นชาที่เจือความอ่อนโยน—ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ เธอยื่นมือออกไปเบื้องหน้า นิ้วมือเรียวยาวแบออกเล็กน้อย เป็นสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาที่ไร้ซึ่งคำมั่นสัญญาใดๆ ทางกฎหมาย
ศิลามองมือนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือหนาของตนเองเข้าไปกุมมือของหญิงสาวไว้แน่น สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านจากฝ่ามือหนาไปยังหัวใจที่เคยแตกสลายของทั้งคู่
"สัญญาได้ไหมครับ..." เสียงของศิลาทุ้มต่ำและจริงจัง กวาดสายตามองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพของเขา "ว่าเราจะพบกันอีกครั้ง... ในวันที่โลกใบนี้สดใสกว่านี้"
รินรดากะพริบตาเพื่อขับไล่หยดน้ำใสๆ ที่เอ่อคลอขึ้นมาด้วยความตื้นตัน เธอบีบมือของชายหนุ่มแน่นขึ้น เพื่อยืนยันความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอก
"สัญญาค่ะ... เอ๊ย สัญญาครับ!" เธอยิ้มกว้างทั้งน้ำตา "ฉัน... ผมสัญญาครับ ว่าเราจะพบกันในวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆหมอก และความจริงไม่อาจถูกกลบฝังได้อีกต่อไป"
พวกเขายืนกุมมือกันเนิ่นนานท่ามกลางแสงไฟดวงสุดท้ายที่ใกล้จะดับลง ราวกับต้องการหยุดเวลาตรงนี้ให้อยู่ชั่วนิรันดร์ ปล่อยให้ความเงียบงันโอบกอดความรู้สึกทั้งมวลที่ไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูดทั้งหมดได้
แต่แล้ว... ความเงียบสงบอันเปราะบางนั้นก็ถูกกระชากขาดลงอย่างไม่ทันตั้งตัว
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ดังขึ้นที่ด้านนอกห้องโถง พร้อมกับเสียงประตูไม้บานใหญ่ที่ถูกพังทลายเข้ามาด้วยแรงกระแทกอันรุนแรง แสงไฟฉายสว่างจ้ากราดส่องเข้ามาในความมืดจนแสบตา และก่อนที่ศิลาจะได้ชักอาวุธคู่กาย ร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนก็กรูเข้ามาล้อมกรอบพวกเขาไว้ทุกด้าน
เงาดำร่างหนึ่งก้าวพ้นกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้นออกมา รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัว—ใบหน้าที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับเพลิงพินาศเมื่อคืนก่อน
"คิดจะลาจากกันง่ายๆ แบบนี้... มันไม่ใจร้ายกับคนที่เป็น 'เจ้าของเกมตัวจริง' ไปหน่อยหรือครับ, คุณศิลา?"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ราชันย์หอกทมิฬ
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 49
คำสัญญา
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!