“เซ็นให้จบเสียทีรวินท์... อย่าให้ผมต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้เลย”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ่มแทงหัวใจของธีร์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องโถงคฤหาสน์หรูหราที่รวินท์เคยเรียกว่า 'บ้าน' มาตลอดสามปี กลิ่นอายของความเย็นชาจากเครื่องปรับอากาศดูจะหอมหวานกว่าความรู้สึกที่ผู้ชายตรงหน้ามีให้เธอเสียอีก
รวินท์เงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวสวยนิ่งสนิท เธอไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ตัดพ้อ ไม่ได้มีประกายแห่งความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่อีกต่อไป ปากกาหมึกซึมด้ามราคาแพงถูกจรดลงบนกระดาษแผ่นสุดท้าย กลิ่นกระดาษที่ไร้ความหมายเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่กำลังถูกตัดสะบั้นลงด้วยมือของเธอเอง
*จรด... ลาก... จบ*
รวินท์เลื่อนเอกสารแผ่นนั้นกลับไปให้เขา ธีร์มองมันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มุมปากของเขาเหยียดขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังเย้ยหยันโชคชะตา หรืออาจจะเย้ยหยันตัวเขาเองที่ยอมสละตำแหน่งภรรยาที่แสนดีไปอย่างไม่ใยดี
“ยินดีด้วยนะคะคุณธีร์ ในที่สุดคุณก็ได้อิสระที่ถวิลหาเสียที” รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ
ธีร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองใบหน้าของหญิงสาวที่เคยเงียบเชียบและยอมตามเขามาโดยตลอด วันนี้รวินท์ดูเปลี่ยนไป เธอดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยพลังบางอย่างที่เขาสัมผัสได้ว่าเขา... ไม่สามารถเอื้อมมือไปคว้ามันไว้ได้อีกแล้ว
“แล้วเรื่องทรัพย์สิน...” ธีร์เริ่มประโยคที่ควรจะเป็นการแบ่งสมบัติ แต่รวินท์ยกมือขึ้นห้าม
“ไม่จำเป็นค่ะ” เธอพูดแทรกขึ้นมาทันที “ฉันมีครบทุกอย่างที่ฉันต้องการแล้ว... และเหนือสิ่งอื่นใด ฉันไม่อยากมีอะไรติดค้างกับคนอย่างคุณแม้แต่นิดเดียว”
รวินท์ลุกขึ้นยืน เธอหยิบกระเป๋าใบเก่งขึ้นมาคล้องแขน ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตูบานใหญ่ ทุกย่างก้าวของเธอมั่นคงและหนักแน่น ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีที่เธอจะหยุดหรือหันกลับมามองภาพเบื้องหลังที่เคยเป็นโลกทั้งใบของเธอ
ธีร์ยืนมองแผ่นหลังนั้นนิ่งนาน ความรู้สึกหน่วงในอกที่เขาไม่เคยนิยามมันได้พุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ เขาอยากจะพูดอะไรสักอย่าง อยากจะรั้งเธอไว้ แต่ทิฐิและช่องว่างที่เขาสร้างขึ้นมาเองกลับกักขังเขาไว้กับที่
ทันใดนั้นเอง ขณะที่รวินท์ก้าวพ้นธรณีประตูคฤหาสน์ไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงของเด็กน้อยคนหนึ่งก็ดังแว่วมาจากที่นั่งรอรถฝั่งตรงข้าม
“หม่ามี้! ทางนี้ครับ! น้องรินรอหม่ามี้จนเหงือกแห้งแล้วนะ!”
รวินท์รีบเร่งฝีเท้าไปหาเด็กชายวัยประมาณสองขวบที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาสวมกอดขาเธอไว้ รอยยิ้มที่เธอไม่เคยยิ้มให้ธีร์ถูกฉายชัดออกมาอย่างอ่อนโยน
ภายในห้องโถงที่ห่างออกไป ธีร์ที่ยังคงยืนมองเหตุการณ์ผ่านกระจกบานใหญ่ถึงกับตัวแข็งทื่อ ดวงตาคมกริบของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กชายคนนั้นชัดๆ ร่างเล็กที่ดูราวกับถอดแบบมาจากตัวเขาเองในวัยเด็ก... ทั้งสันกราม ดวงตา และแววตาที่ซุกซน
ในมือของรวินท์ขณะที่เธอกำลังก้มลงอุ้มลูกชาย สิ่งของบางอย่างร่วงหล่นลงจากกระเป๋าผ้าใบเล็กของเด็กน้อยลงบนพื้นถนน ธีร์ที่รีบวิ่งออกมาด้วยความกระวนกระวายใจรีบพุ่งเข้าไปคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาดูก่อนที่รวินท์จะทันสังเกตเห็น
หัวใจของธีร์แทบหยุดเต้นเมื่อเห็นตัวอักษรบนหัวกระดาษที่หลุดร่วงมาจากกระเป๋า... 'ผลตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด (DNA Test Result)' โดยมีชื่อของเขาปรากฏหราในฐานะบิดาทางสายพันธุ์อย่างชัดเจน!
รวินท์หันกลับมาเห็นธีร์ถือผลตรวจอยู่ในมือ ใบหน้าของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเย็นชาสุดขั้วในพริบตา เธอวางเด็กน้อยลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาอดีตสามีด้วยแววตาที่ไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่
“มันไม่ใช่ธุระของคุณอีกต่อไปแล้วนะคะคุณธีร์” เธอเอ่ยเสียงเย็น “เพราะในใบหย่าแผ่นนั้น... ฉันได้เขียนสละสิทธิ์ความเป็นบิดาของคุณไปตั้งแต่วินาทีที่ฉันก้าวออกมาแล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ ธีร์กำผลตรวจในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ขณะที่รวินท์เพียงแค่ปรายตามองมันเหมือนเศษกระดาษไร้ค่า ก่อนจะจูงมือลูกน้อยเดินจากไปทิ้งให้เขายืนจมอยู่กับความจริงที่เพิ่งค้นพบและหัวใจที่กำลังแตกสลาย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและก้าวข้ามไปพร้อมกับรวินท์นะคะ
กระจกเงาสะท้อนใจ
หย่าร้างแล้วถอยไป ผมจะจีบคุณใหม่ในฐานะคนแปลกหน้า•ตอนที่ 1
วันที่กระดาษแผ่นสุดท้ายร่วงหล่น
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าร้างแล้วถอยไป ผมจะจีบคุณใหม่ในฐานะคนแปลกหน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
