"แกมันก็เป็นได้แค่ไอ้ขยะไร้ค่าที่คอยเกาะพวกฉันกินไปวันๆ เท่านั้นแหละ คีย์!"
เสียงตวาดก้องของ 'มาร์ค' ผู้นำปาร์ตี้ฮันเตอร์ระดับ A "โล่เหล็กทมิฬ" ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงหินอัคนีชั้นที่ 42 ของดันเจี้ยนระดับ S กลิ่นคาวเลือดและควันกำมะถันคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าบรรยากาศรอบตัว กลับเป็นสายตารังเกียจเดียดฉันท์จากเพื่อนร่วมทีมที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมานานร่วมปี
คีย์ยืนนิ่งเงียบ ร่างกายของเขาโชกไปด้วยเลือดและเหงื่อจากการร่ายเวทมนตร์ฟื้นฟูติดต่อกันเป็นเวลาสามชั่วโมงเต็มเพื่อยื้อชีวิตของพวกมันจากฝูงอสูรเงาเพลิง เวทมนตร์ฮีลระดับต่ำที่ถูกรีดเค้นจนหยดสุดท้ายทำให้เส้นเลือดขอดปูดโปนตามแขนและใบหน้า ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่จนข้อเข่าแทบทรุด แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่ความเหนื่อยล้าทางกาย หากแต่เป็นการหักหลังอย่างไร้เยื่อใย
"นายหมดประโยชน์แล้ว คีย์" 'ลิซ่า' นักเวทสาวประจำปาร์ตี้ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงเศษขยะเปื้อนโคลนที่ต้องกวาดทิ้ง เธอปัดฝุ่นตามชุดเกราะราคาแพงที่เพิ่งได้รับการซ่อมแซมด้วยพลังเวทของเขาเมื่อครู่ "ดันเจี้ยนระดับ S ต่อจากนี้ไปอันตรายเกินกว่าที่ฮันเตอร์ไร้คลาสอย่างนายจะตามทัน ขืนพาไปด้วยก็มีแต่จะเป็นภาระถ่วงแข้งถ่วงขาเปล่าๆ"
"ภาระงั้นเหรอ..." คีย์ทวนคำ เสียงหัวเราะแหบแห้งหลุดออกมาจากลำคอของเขาอย่างอดไม่ได้ "ตอนที่พวกแกเกือบตายในดันเจี้ยนเลือดเมื่อหเดือนก่อน ใครกันที่เป็นคนเอาชีวิตเข้าแลกยื้อลมหายใจพวกแกไว้? ตอนที่แขนของแกเกือบขาด มาร์ค... ใครกันที่ประสานกระดูกให้จนกลับมาใช้ดาบได้อีกครั้ง?"
"นั่นมันหน้าที่ของแกไม่ใช่รึไงวะ!" มาร์คตะคอกกลับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เผลอยกดาบใหญ่ขึ้นพาดบ่า "แกเป็นแค่ฮีลเลอร์ชั้นต่ำที่โชคดีได้เข้ามาอยู่ในปาร์ตี้ระดับท็อป อย่ามาทำเป็นทวงบุญคุณหน่อยเลย! ไสหัวไปซะ! หรืออยากจะให้ฉันช่วยสงเคราะห์ส่งแกไปนอนตายเป็นอาหารพวกมอนสเตอร์ตรงนี้ดีล่ะ?"
สมาชิกคนอื่นๆ ในปาร์ตี้ต่างพากันหัวเราะเยาะ ไม่มีใครสักคนที่จะเอ่ยปากช่วยเหลือ หรือแม้แต่สบตาเขาด้วยความรู้สึกผิด ทุกคนมองเขาด้วยสายตาสมเพชเวทนา ราวกับเขาเป็นเพียงเครื่องมือชิ้นเก่าที่พังแล้วและไม่มีค่าพอที่จะแบกกลับไปด้วย
คีย์ก้มมองมือทั้งสองข้างที่สั่นเทา เลือดของเขาเองผสมกับเลือดของพวกมันเปรอะเปื้อนถุงมือหนัง ความทรงจำตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาไหลย้อนเข้ามาในหัว ดั่งภาพยนตร์ย้อนตลกคาפהที่เขาเป็นตัวตลกผู้โง่เขลา ยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ยอมแม้กระทั่งเอาอายุขัยของตัวเองแลกกับการร่ายเวทต้องห้ามเพื่อรักษาพวกมัน แลกกับการถูกมองว่าเป็นแค่ตัวประกอบไร้ค่าที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนร่วมเฟรมในภาพถ่ายแห่งความสำเร็จ
"จำคำวันนี้ของพวกแกไว้ให้ดีนะ" คีย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้เรือนผมสีดำสนิทไม่ได้ฉายแววความหวาดกลัวหรือเศร้าโศกอย่างที่พวกมันคาดหวัง ตรงกันข้าม... มันว่างเปล่า เยือกเย็น และลึกล้ำราวกับห้วงเหวลึกที่ไร้ก้นบึง "อย่าได้คลานมาขอร้องความช่วยเหลือจากฉันก็แล้วกัน"
"ฮ่าๆๆ! พูดจาตลกเป็นบ้า! คนอย่างแกเนี่ยนะจะมีปัญญาเอาตัวรอดออกไปจากดันเจี้ยนระดับ S ตัวคนเดียวได้? ฝันกลางวันอยู่รึไงไอ้สวะ!" มาร์คถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างดูถูก ก่อนจะโบกมือไล่ "ไสหัวไปซะ! ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจฆ่าแกตรงนี้"
คีย์ไม่พูดอะไรอีก เขาส(บตากับพวกมันเป็นครั้งสุดท้าย ร่างกายที่สะบักสะบอมหันหลังให้กับกลุ่มคนที่เขาเคยเรียกว่าสหายร่วมเป็นร่วมตาย ก้าวเดินออกจากโถงหินอัคนีท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ไล่หลังมา
ความมืดมิดของอุโมงค์หินลึกลงไปในชั้นที่ 43 ปราศจากแสงไฟ มีเพียงเสียงฝีเท้าของเขาที่ก้องกังวาน บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก มอนสเตอร์ระดับสูงซ่อนตัวอยู่ตามเงาผนัง พร้อมที่จะขย้ำเหยื่อผู้โดดเดี่ยวได้ทุกเมื่อ สำหรับคนทั่วไป การถูกทิ้งให้อยู่ลำพังในดันเจี้ยนระดับ S ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่ประตูความตาย
ติ๊ง!
[ตรวจพบสภาวะวิกฤตทางจิตใจและร่างกาย...]
[เงื่อนไขลับสมบูรณ์แบบ: ถูกหักหลังโดยผู้ที่เคยช่วยเหลือด้วยความจริงใจ]
[ระบบ "หมอเทวะแรงก์ SSS" ทำการปลุกเสร็จสมบูรณ์ 100%]
เสียงสังเคราะห์จักรกลดังขึ้นในหัวของคีย์ พร้อมกับหน้าจอสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศเมื่อครู่ไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอลง ตรงกันข้าม มันกลับจุดประกายเพลิงแค้นอันร้อนแรงที่พร้อมจะแผดเผาตระกูลและชื่อเสียงจอมปลอมของพวกมันให้เป็นจุล
มุมปากของคีย์ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเหน็บยิ่งกว่าน้ำแข็ง
"เริ่มต้นการนับถอยหลังความพินาศของพวกแกได้เลย... มาร์ค ลิซ่า"
คีย์หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา หน้าจอแสดงสายที่ไม่ได้รับและข้อความจากหญิงสาวผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในวงการฮันเตอร์ ผู้ซึ่งกราบกรานขอร้องเขามาตลอดหลายเดือนเพื่อแลกกับการรักษาอาการป่วยเรื้อรังของตระกูล
นิ้วเรียวยาวกดปลดล็อกหน้าจอ และในวินาทีที่เขากำลังจะกดโทรออก เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแรงลมมหาศาลก็พัดกระโชกเข้ามาจากอุโมงค์ด้านหน้า เฮลิคอปเตอร์รบส่วนตัวติดตราสัญลักษณ์กิลด์ "ราชสีห์ค้ำบัลลังก์" ลอยลำอยู่เหนือเพดานดันเจี้ยนที่พังทลายลงมาโดยมีวิศวกรเวทมนตร์คอยควบคุม แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาที่ตัวเขา
ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก เผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทสั่งตัดพิเศษชั้นดี ใบหน้าสวยเฉียบคมแต่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เธอก้าวลงมาคุกเข่าลงต่อหน้าคีย์ทันทีโดยไม่สนว่าพื้นดินจะเปื้อนโคลนหรือเลือด พร้อมกับยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองคำแท้ที่ไร้ซึ่งวงเงินจำกัดถวายให้เขาด้วยสองมือ
"ท่านคีย์คะ... ทางเรามารับท่านตามสัญญาแล้วค่ะ ขอเพียงแค่ท่านโปรดเมตตา..."
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ฮีลเลอร์ระดับ SSS กับคิวทองที่มึงไม่มีสิทธิ์จอง•ตอนที่ 1
ถูกเขี่ยทิ้งเหมือนขยะ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ระดับ SSS กับคิวทองที่มึงไม่มีสิทธิ์จอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!