"เซ็นชื่อตรงนี้เสีย แล้วไสหัวออกไปจากตระกูลอัครวรกุลซะ! อย่าได้แม้แต่จะคิดเอาความเป็นสายเลือดมาอ้างเพื่อขอเศษเงินจากพวกเราอีก"
เอกสารฉบับหนึ่งถูกปาใส่ใบหน้าของฉันอย่างไม่ไยดี กระดาษสีขาวขอบคมกริบเฉียดโหนกแก้มจนเกิดรอยแสบร้อนจางๆ แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือแรงกระแทกจากความเป็นจริงที่หลั่งไหลเข้ามาในสมอง ความทรงจำอันยุ่งเหยิงของ 'ลินิน' คนเก่าผสมผสานเข้ากับจิตวิญญาณของนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่เพิ่งสิ้นใจคาห้องทดลอง
ฉัน—ลินิน ผู้ที่เคยรังสรรค์กลิ่นอายมูลค่าหลักพันล้านจนวงการน้ำหอมทั่วโลกต้องสยบ กลับต้องมาอยู่ในร่างของคุณหนูตกอับผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น 'ตัวไร้ค่า' ของตระกูลใหญ่โตมโหฬารแห่งนี้
กลิ่นอายของชาแนลเบอร์ไฟว์ผสมกลิ่นอายความเย็นชาของห้องโถงหรูหราตลบอบอวล ทว่าสิ่งที่เตะจมูกฉันมากที่สุดในวินาทีนี้ กลับเป็นกลิ่นฉุนเฉียวของน้ำหอมสังเคราะห์ราคาถูกที่เจืออยู่ในลมหายใจของ 'ศิรินทร์' พี่สาวต่างแม่ผู้ยืนกอดอกมองลงมาด้วยสายตาสมเพชเวทนา
ฉันยกมือขึ้นแตะรอยแดงที่แก้มเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย
ดวงตาที่เคยหวาดกลัวและมีแต่หยาดน้ำตาของลินินคนเดิมบัดนี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาคู่คมกริบดั่งประกายไฟที่พร้อมแผดเผาทุกคนที่กล้ามาลูบคม
"ขับไล่... อย่างนั้นหรือคะ?" ฉันเอ่ยทวนคำ เสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกจนรอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของศิรินทร์ชะงักไปชั่วขณะ
"ทำไม? หล่อนคิดจะต่อรองอะไรอีกงั้นเหรอ ลินิน?" ศิรินทร์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ขยับกายในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงเข้ามาใกล้ เพื่อตอกย้ำความเหนือกว่า "สภาพของเธอตอนนี้ ไม่มีแม้แต่ปัญญาจะซื้อขนมปังประทังชีวิตด้วยซ้ำ เอกสารสละสิทธิ์มรดกและตัดขาดความสัมพันธ์ฉบับนั้น มีไว้เพื่อความเมตตาครั้งสุดท้ายที่ตระกูลเราจะมอบให้... เซ็นมันซะ แล้วก็ไสหัวออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ หรือจะให้ฉันเรียก รปภ. มาหิ้วปีกเธอโยนลงไปในกองขยะหน้าบ้านดีล่ะ?"
เสียงหัวเราะคิกคักจากบรรดาแม่บ้านและคนรับใช้ที่ยืนออกันอยู่รอบโถงดังเล็ดลอดเข้ามาในโสประสาท พวกเธอกำลังมองฉันด้วยสายตาสมเพชและเหยียดหยาม ราวกับฉันเป็นเพียงแมวข้างถนนที่น่ารังเกียจ
ช่างน่าขันสิ้นดี...
ตระกูลอัครวรกุลที่ยิ่งใหญ่และกอบโกยความมั่งคั่งมหาศาลจากการผูกขาดตลาดน้ำหอมในประเทศ โดยอาศัยสูตรลับดั้งเดิมที่มารดาแท้ๆ ของลินินเคยทิ้งไว้ให้ กลับทำตัวเป็นปลิงดูดเลือดที่ประกาศกร้าวขับไล่เจ้าของที่แท้จริงออกไปอย่างไร้เยื่อใย
ฉันก้มลงมองเอกสารหยุมหยิมบนโต๊ะกระจกใส ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงที่วางอยู่ขึ้นมาหมุนเล่นอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมเกินคาดของฉันทำให้รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของศิรินทร์เริ่มสั่นคลอน
"พี่ศิรินทร์คงคิดว่า... ตัวเองฉลาดมากสินะคะ ที่กำจัดก้างขวางคออย่างฉันออกไปได้พ้นทาง" ฉันเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่กลับทำให้คนที่ได้มองรู้สึกสันหลังวาบอย่างประหลาด
"เธอนั่นแหละที่โง่เง่า! คิดจะมาทòiอะไรกับฉัน หืม?" ศิรินทร์เริ่มเสียงดังกลบเกลื่อนความหงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้นในอก
"ฉันไม่ได้จะต่อรองอะไรกับพี่เลยค่ะ..." ฉันจรดปลายปากกาลงบนกระดาษอย่างมั่นคง ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "เพราะสิ่งที่พวกคุณขับไล่ไสส่งในวันนี้ มันไม่ใช่แค่ 'ลินิน' คนที่พวกคุณรังเกียจเดียดฉันท์..."
ฉันหยุดเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ก่อนจะตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
"...แต่มันคือ 'โอกาสสุดท้าย' ที่ตระกูลอัครวรกุลจะยังคงยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของวงการน้ำหอมต่างหากล่ะคะ"
พรึบ!
ฉันโยนเอกสารฉบับนั้นกลับใส่หน้าอกของศิรินทร์อย่างไม่เกรงกลัว แรงปะทะทำให้หญิงสาวเซถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตกตะลึง ใบหน้าสวยที่แต่งแต้มมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว
"นัง... นังลินิน! แกกล้าดียังไง!" ศิรินทร์กรีดร้องเสียงแหลมด้วยความบันดาลโทสะ มือเรียวเงื้อมขึ้นหมายจะตบลงมาบนใบหน้าของฉัน
หมับ!
ทว่ามือคู่นั้นกลับถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศอย่างแรงด้วยมือหนาของใครบางคนที่มีพละกำลังมหาศาล กลิ่นอายความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของไม้จันทน์หอมผสมกับความเย็นเยียบของอำพันทะเลลอยเข้าแตะจมูก ทรงพลังและดุดันจนทุกคนในห้องต้องสะดุดลมหายใจ
ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อหันไปพบกับใบหน้าหล่อเหลาดั่งประติมากรรมกรีกและแววตาดั่งพญาเหยี่ยวที่จ้องมองเธอด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
"คุณ... คุณคีย์ริน!"
ร่างสูงตระหง่านในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปยืนบังร่างของฉันไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกราบกวาดมองสภาพความวุ่นวายภายในโถงคฤหาสน์ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าของฉันแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความหมายที่ยากจะคาดเดา
คีย์ริน... ทายาทหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจค้าน้ำหอมรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย ผู้ชายที่ทรงอิทธิพลจนแม้แต่ตระกูลอัครวรกุลยังต้องก้มหัวให้ยามที่พบเจอ เหตุใดเขาถึงมาปรากฏตัวที่นี่ในวินาทีที่ฉันถูกขับไล่พอดีกันล่ะ?
"ผมคิดว่าตระกูลอัครวรกุลจะทำการค้าด้วยสมอง... ไม่ใช่ใช้สัญชาตญาณของฝูงสุนัขบ้าที่รุมกัดคนไม่มีทางสู้เสียอีกนะครับ"
น้ำทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังอำนาจจนศิรินทร์หน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
คีย์รินหันมามองฉัน ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของฉันอย่างลึกซึ้ง ราวกับเขากำลังมองเห็นเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ใต้โคลนตม ก่อนที่เขาจะยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าฉัน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้คนทั้งคฤหาสน์ต้องช็อกตาค้างจนแทบลืมหายใจ
"สนใจไปร่วมหุ้นเปิดบริษัทน้ำหอมมูลค่าหมื่นล้านกับผมไหมครับ... คุณลินิน?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกแห่งความหอมและการแก้แค้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
คุณหนูผู้ถูกลืม กับวิถีนักปรุงน้ำหอมหมื่นล้าน•ตอนที่ 1
ตื่นจากความลวง
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้ถูกลืม กับวิถีนักปรุงน้ำหอมหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!