เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่สี่ของนาที นนท์ปรายตามองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างวาบด้วยข้อความจากกลุ่มไลน์ ‘โปรject นี้ต้องรอด’ นิตยสารแฟชั่นชื่อดัง พี่เจ้แอน บรรณาธิการจอมบงการส่งพิกัดสตูดิโอถ่ายภาพพร้อมประกาศิตเด็ดขาดว่า *‘น้องนนท์ขา ห้ามเบี้ยว ห้ามเท งานนี้ค่าตัวงาม แถมได้ร่วมงานกับนักวาดภาพประกอบสุดฮอตสายมูแห่งปี ยอดไลก์พุ่งกระฉูดแน่นอนค่ะคุณ!’*
คำว่า ‘สายมู’ ทำให้สันจมูกของช่างภาพหนุ่มผู้ยึดมั่นในหลักการและเหตุผลกระตุกวูบ นนท์เกลียดความงมงายยิ่งกว่าอะไรดี โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และเลนส์กล้องราคาแพง ไม่ใช่ดวงดาวหรือไพ่ยิปซีบ้าบอคอแตกอะไรนั่น
“เชิญครับ ทางนี้เลย” เสียงผู้ช่วยตากล้องหนุ่มเอ่ยเปิดประตูสตูดิโอ
นนท์ก้าวขาเข้าไปด้วยสีหน้าเรียบตึงราวกับหุ่นยนต์ติดล้อ แววตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อเช็กความเรียบร้อยของแสงไฟและฉากหลัง แต่แล้วฝีเท้าของเขาก็ต้องชะงักกึก เมื่อภาพตรงหน้าไม่ใช่ทีมงานที่กำลังวุ่นวายกับการจัดอุปกรณ์อย่างที่ควรจะเป็น
ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีเบจกำลังนั่งยองๆ อยู่หน้าขาตั้งกล้องตัวโปรดของเขา มือเรียวบางกำลังพนมไหว้พร้อมกับพึมพำคาถาภาษาบาลีอะไรสักอย่างเบาๆ ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ รอบตัวเธอมีทั้งหินสี ธูปหอม (ที่จุดไว้บูชาอะไรก็ไม่รู้) และการ์ดไพ่ยิปซีถูกสับกระจายเกลื่อนพื้นราวกับวงไพ่ผญ่า
“คุณกำลังทำอะไรกับอุปกรณ์ทำมาหากินของผมครับเนี่ย” นนท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่แฝงรังสีความหงุดหงิดไว้เต็มพิกัด
เจ้าของร่างโปร่งสะดุ้งสุดตัว เธอรีบผุดลุกขึ้นยืนแล้วหันขวับมาปะทะสายตา คู่ดวงตากลมโตฉายแววตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยเชิดรั้นในเสี้ยววินาที
“อุ๊ย! พูดจาไม่มีหูมีตาเลยนะคะคุณช่างภาพ ใจเย็นๆ สิคะ ฉันแค่มูให้งานเราราบรื่นต่างหากเล่า นนท์ใช่ไหมคะ? ฉันมินิ เจ้าของผลงานลายเส้นที่จะมาช่วยกอบกู้เรตติ้งเล่มนี้ให้คุณไงคะ” มินิเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
นนท์ขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม เขาปรายตามองเครื่องรางรูปแมวอ้วนสีทองที่ห้อยโตงเตงอยู่ตรงกระเป๋าผ้าแคนvasของเธอ “ถ้าคุณจะกอบกู้เรตติ้งด้วยการเอาธูปมาจุดใกล้เลนส์ราคาครึ่งล้านแบบนี้ ผมเกรงว่าเราคงไม่ต้องถ่ายงานกันพอดีครับ เชิญเก็บของพวกนี้แล้วไปนั่งรอที่โซฟาดีกว่าครับ ผมชอบทำงานกับมืออาชีพ ไม่ใช่นักพยากรณ์อากาศ”
“อุ๊ย ตายแล้ว! ปากคอเราะร้ายจังนะคะคุณช่างภาพ หน้าตาหล่อเหลาเอาการอยู่หรอก แต่ทำไมออร่าความโสดถึงพุ่งชนทะลุปรอทขนาดนี้ล่ะคะเนี่ย สงสัยชาตินี้คานทองคงถามหาแน่ๆ เลย” มินิย้อนกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงของอีกฝ่ายก่อนจะหัวเราะคิกคักในลำคอ “ดูจากฮวงจุ้ยระหว่างคิ้วคุณแล้ว... ช่วงนี้ระวังจะตกหลุมรักคนใกล้ตัวจนโงหัวไม่ขึ้นนะคะเตง”
นนท์แค่น “หึ” ออกมาคำหนึ่งอย่างเหลืออด เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปหยิบกล้องคู่ใจมาเช็กสภาพอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจคำทำนายไร้สาระนั่นแม้แต่น้อย “ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอกครับ สิ่งเดียวที่ผมเชื่อคือการตั้งค่าสปีดชัตเตอร์กับรูรับแสง”
“คนไม่อเชื่อรบกวนระวังตัวแจเลยนะคะคุณขา เดี๋ยวก็รู้ว่าปากแข็งกับปากดี อันไหนมันจะเหนียวกว่ากัน” มินิยักไหล่ใส่แบบไม่แคร์สื่อ เธอเดินไปหยิบแก้วกาแฟเย็นของตัวเองขึ้นมาดูดปรื๊ดใหญ่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ยิกๆ
แชตกลุ่มงานเด้งเตือนขึ้นมาทันที นนท์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความรำคาญใจ
**มินิ (นักวาดสายมู):** ช่างภาพปากแข็งคนนี้หน้าตาใช้ได้ค่ะพี่เจ้แอน แต่ติดตรงปากหมาไปนิด หนูขอเปลี่ยนพระเอกเอ็มวี... เอ้ย! เปลี่ยนตากล้องทันไหมคะเนี่ย 55555
**นนท์ (ช่างภาพ):** ผมได้ยินที่คุณพูดนะครับคุณมินิ แล้วก็กรุณาเรียกผมว่า "คุณนนท์" ด้วยครับ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น
**มินิ (นักวาดสายมู):** อุ๊ย พิมพ์ในแชตยังเสียงดุเลย ระวังเส้นเลือดในสมองแตกนะคะคุณนนท์ขา เดี๋ยวฉันต้องเปิดไพ่ทาโรต์เช็กดวงความดันให้เอาไหมคะ? ฟรีค่ะ ไม่คิดเงิน!
นนท์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ เขาวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปั้ง!* ก่อนจะหันไปสั่งทีมงานด้วยน้ำเสียงเข้มงวด “ทุกคน! เซตไฟเสร็จหรือยัง เราจะเริ่มถ่ายกันในอีกห้าบาทสิบนี้ ผมไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ”
มินิอมยิ้มกริ่ม ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินน่องสะบัดเข้าไปใกล้ฉากถ่ายภาพ พร้อมกับกระซิบเบาๆ ผ่านไหล่ของเขาเมื่อเดินผ่าน
“ระวังตัวไว้นะคะคุณนนท์... คนยิ่งเกลียดอะไร มักจะเจอแบบนั้นแหละค่ะ”
นนท์หันขวับไปมองแผ่นหลังบางที่เดินไปโพสท่าหน้ากล้องด้วยความหมั่นไส้ระคนฉุนเฉียว แต่ไม่รู้ทำไม... จังหวะหัวใจของเขากลับกระตุกวูบแปลกๆ เมื่อสบเข้ากับดวงตาสุกใสคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
บรรยากาศในสตูดิโอเริ่มคุุกรุ่นเมื่อช่างภาพหนุ่มผู้ยึดมั่นในวิทยาศาสตร์ต้องมาโคจรพบกับนักวาดสาวสายมูผู้กวนประสาทที่สุดในสามโลก การทำงานวันแรกยังไม่ทันเริ่มดี ความวายป่วงก็มาเยือนเสียแล้ว นนท์ยกกล้องขึ้นเล็งผ่านช่องมองภาพ ร่างระหงของมินิปรากฏเด่นชัดอยู่กลางเฟรม รอยยิ้มซุกซนของเธอกำลังส่องประกายท้าทายความนิ่งสงบในใจเขาอย่างร้ายกาจ
หน้าจอแชตส่วนตัวของนนท์เด้งข้อความขึ้นมาอีกครั้ง เป็นข้อความจากมินิที่ส่งตรงมาหาเขาโดยเฉพาะ
**มินิ:** มองขนาดนี้ ตกหลุมรักฉันเข้าแล้วล่ะสิคะคุณช่างภาพ? 😏
*นนท์กดพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิด:* **ใครจะไปตกหลุมรักคนเพ้อเจ้อแบบคุณ...**
เขากดส่งข้อความนั้นออกไปทันทีโดยไม่ทันคิด แต่พอนิ้วจิ้มลงไป ปลายเล็บก็ต้องชะงักกึกเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขากำลังพิมพ์อะไรลงไป... นนท์หน้าถอดสี รีบใช้นิ้วกดค้างเพื่อจะ "ยกเลิกข้อความ" แต่ระบบเจ้ากรรมดันหมุนติ้วด้วยความรวนของอินเทอร์เน็ต และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้างของมินิที่หันมามองเขาพอดี!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนอมยิ้มนี้ด้วยกันนะคะ!
คุณนักวาดสายมู กับผมผู้ไม่เชื่อในโชคชะตา•ตอนที่ 1
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกในสตูดิโอ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนักวาดสายมู กับผมผู้ไม่เชื่อในโชคชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
