"รอยนิ้วมือในคดีนี้... มันไม่มีอยู่จริง ใช่ไหมครับ ดร. อลิสา?"
เสียงของรตท. คีรินราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกลบเสียงหวอรถตำรวจที่แว่วมาไกลๆ เขาคุกเข่าลงข้างร่างไร้วิญญาณกลางห้องโถงที่หรูหราผิดกับสภาพความตายอันสยดสยองเบื้องหน้า แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพในมือเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานวูบวาบสลับกับความมืดมิดในซอกมุมห้อง ดร. อลิสา ยืนกอดอกอยู่ห่างออกไปสามก้าว สายตาของเธอไม่ได้มองเหยื่อ แต่เธอกำลังกวาดมองผ่านแท็บเล็ตส่วนตัวที่แสดงผลกราฟิกวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์
"เครื่องสแกนของฉันยืนยันมาสามรอบแล้ว คีริน ไม่มีลายนิ้วมือ ไม่มีดีเอ็นเอแปลกปลอม ไม่มีแม้แต่ละอองผิวหนัง" อลิสาตอบโดยไม่เงยหน้า "ฆาตกรคนนี้ไม่ได้แค่ฉลาด แต่มันกำลัง 'ลบ' ตัวตนทิ้งไปจากที่เกิดเหตุอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ได้แค่ทำความสะอาด แต่มันทำเหมือนคนคนนี้ไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนี้เลย"
คีรินใช้นิ้วชี้ลากผ่านอากาศเหนือลำคอของศพเบาๆ โดยไม่สัมผัส รอยแผลถูกกรีดเป็นเส้นตรงยาวอย่างแม่นยำ ราวกับใช้เลเซอร์ตัดผ่านเนื้อเยื่อ ไม่ใช่มีดทำครัวทั่วไป เขาสูดลมหายใจเข้าลึก รับเอากลิ่นอายความตายที่คลุกเคล้าด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงในห้องนี้ "ไม่ใช่แค่ความสมบูรณ์แบบหรอกครับ แต่มันคือคำประกาศศักดา"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่เขาถือว่าเปรียบเสมือนสมองซีกที่สองในยามปฏิบัติงาน "มองที่ตำแหน่งของหยดเลือดนั่นสิครับ ดร. มันถูกหยดลงมาเป็นรูปวงกลมซ้อนกันสามชั้น ตรงกลางคือจุดที่เขาเสียชีวิตพอดี... คุณจำคดี 'นาฬิกาทรายทรายมรณะ' เมื่อห้าปีก่อนได้ไหม?"
อลิสาชะงัก นิ้วที่กำลังแตะหน้าจอแท็บเล็ตหยุดกึก เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเฉยชาภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสฉายแววความสั่นไหวเพียงชั่ววูบ ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทเหมือนแผ่นน้ำแข็ง "นั่นคือคดีที่ทำให้คุณสูญเสียตำแหน่งหัวหน้าชุดสืบสวน และทำให้ครอบครัวเหยื่อคนสุดท้ายเสียชีวิตเพราะความประมาทในการวิเคราะห์ข้อมูลของคุณ คีริน... ผมหวังว่าคุณไม่ได้กำลังจะบอกว่า 'เขา' กลับมาแล้ว"
"ผมไม่ได้บอกว่าเขาประมาท" คีรินก้าวเข้าหาอลิสาหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นจากความตึงเครียด "ผมกำลังบอกว่า นี่คือลายเซ็นที่เลียนแบบไม่ได้ คนคนนั้น... เขาไม่ได้ฆ่าเพื่อความสะใจ แต่เขาฆ่าเพื่อจัดวางองค์ประกอบศิลป์แห่งความตาย"
"ความรักในศิลปะมักมาพร้อมกับความหลงใหลในความสมบูรณ์แบบ ซึ่งนั่นแหละคือช่องโหว่" อลิสาแค่นยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "คุณใช้สัญชาตญาณนำทาง แต่ผมใช้คณิตศาสตร์เป็นเข็มทิศ คุณมองเห็นผลงานศิลปะ แต่ผมมองเห็นความผิดพลาดทางดิจิทัล ถ้าเขาทิ้งรอยนิ้วมือไว้ไม่ได้ เขาก็ต้องทิ้งร่องรอยของการเข้าถึงระบบบางอย่างไว้เสมอ"
อลิสากดปุ่มบนแท็บเล็ต ข้อมูลภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในอาคารนี้ถูกฉายขึ้นบนจอโฮโลแกรมโปร่งใสระหว่างพวกเขา "ดูนี่ ผมแฮ็กเข้าเซิร์ฟเวอร์สำรองของตัวอาคารแล้ว สัญญาณภาพในช่วงเวลา 02:14 น. หายไปสิบวินาที และนั่นคือช่วงที่ระบบรักษาความปลอดภัยถูกรีเซ็ตด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุด"
คีรินมองดูภาพที่ค่อยๆ เรียงร้อยขึ้นมา "คุณกำลังจะบอกว่า..."
"ใช่ คนร้ายคนนี้ไม่ได้มาในฐานะแขก" อลิสากล่าว เสียงของเธอต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบ "เขามีคีย์การ์ดของเจ้าของบ้าน และเขารู้รหัสผ่านเข้าระบบความปลอดภัยที่เปลี่ยนใหม่ทุกสี่ชั่วโมง ฆาตกรไม่ได้มาจากข้างนอก คีริน... เขาอาจจะกำลังยืนมองเราจากที่ไหนสักแห่งในบ้านหลังนี้"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไปเหมือนถูกแช่แข็ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคยดังอยู่รอบห้องเงียบลงกะทันหัน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกของคีริน เขาหันขวับไปมองยังทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังห้องหนังสือด้านหลัง
"คุณได้ยินไหม?" คีรินกระซิบ พร้อมกับเลื่อนมือไปแตะซองปืนที่เอวโดยสัญชาตญาณ
อลิสาสั่นศีรษะ เธอขยับมาอยู่ข้างหลังคีริน ความเยือกเย็นที่เป็นเกราะป้องกันเริ่มร้าวรานเมื่อเธอสังเกตเห็นบางอย่างที่มุมห้อง แสงไฟสลัวจากห้องหนังสือที่กะพริบถี่ๆ ส่งสัญญาณผิดปกติ
"คีริน ดูที่ผนังนั่น" อลิสาชี้มือที่สั่นน้อยๆ ไปที่กรอบรูปภาพวาดน้ำมันที่เพิ่งถูกพลิกกลับด้าน
คีรินก้าวเท้าอย่างระมัดระวังจนถึงหน้ากรอบรูป เขาค่อยๆ พลิกมันกลับมา สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังไม่ใช่ผนังปูนเปล่าๆ แต่มันคือรอยเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท ลากเป็นตัวอักษรภาษาละตินที่เขาคุ้นเคยดีจากคดีเมื่อห้าปีก่อน มันคือชื่อของเขา... 'คีริน'
และที่น่าขนลุกยิ่งกว่า คือเข็มนาฬิกาข้อมือของเหยื่อที่ถูกวางไว้บนตั่งไม้ข้างๆ มันขยับเดินหน้าไปพร้อมกับเสียง 'ติ๊ก... ติ๊ก...' ที่ดังก้องกังวานไปทั่วโถงเงียบงัน แต่สิ่งที่ทำให้คีรินต้องหยุดหายใจ คือเมื่อเขาพลิกนาฬิกาเรือนนั้นขึ้นมาดู ด้านหลังฝาปิดโลหะมีการสลักวันเดือนปีที่เขาจำได้ขึ้นใจ... มันคือวันที่คดีแรกของเขาจบลงด้วยความล้มเหลว และวันที่เขาสัญญาว่าจะตามล่าคนร้ายคนนี้ไปจนวันตาย
"เขารู้ว่าเราจะมา" คีรินพึมพำ ดวงตาคมปลาบกวาดมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า "เขาไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้ให้เราหา แต่เขาตั้งใจทิ้งไว้ให้เราเห็น... เพื่อเตือนว่าเกมนี้พิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง"
เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ดังขึ้นจากชั้นบนทำให้ทั้งสองนิ่งค้าง คีรินสบตากับอลิสา ความสงสัยและความกังขาในอดีตถูกแทนที่ด้วยความร่วมมืออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง มือของเขาเลื่อนไปปลดเซฟตี้ปืนอย่างเงียบเชียบ ขณะที่อลิสารีบเก็บข้อมูลเข้าสู่ระบบคลาวด์ส่วนตัวทันที
"ถ้าเขาขึ้นไปข้างบน แสดงว่าเขายังอยู่" อลิสากระซิบ "และคีริน... ดูที่หน้าจอแท็บเล็ตผมสิ"
คีรินก้มมองหน้าจอแท็บเล็ตของอลิสา สิ่งที่เขาเห็นทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ... มันไม่ใช่ข้อมูลคดี แต่เป็นวิดีโอถ่ายทอดสดจากกล้องที่แอบติดตั้งไว้ในห้องที่พวกเขากำลังยืนอยู่ ซึ่งในหน้าจอวิดีโอนั้น ปรากฏภาพของตัวเขาและอลิสาในมุมมองจากด้านหลัง... และมีเงาร่างหนึ่งยืนซ้อนทับอยู่หลังเงาของพวกเขาทั้งคู่ในขณะนี้!
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับปมปริศนาที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ แฟ้มคดีลับ007
บันทึกคดีฆาตกรรมกับนักอ่านใจผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
รอยนิ้วมือที่หายไป
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีฆาตกรรมกับนักอ่านใจผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
