เสียงโลหะหนักหลายตันบิดเบี้ยวกรีดร้องแข่งกับเสียงไซเรนเตือนภัยดังลั่นจนแก้วหูแทบแตก ฝุ่นปูนสีเทาคลุ้งกระจายจนทัศนวิสัยเหลือไม่ถึงสามเมตร แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบวับวาบสาดส่องโครงสร้างเหล็กที่กำลังพังครืนลงมาทีละท่อน ท่ามกลางความโกลาหลของไซต์งานใจกลางเมืองที่กลายเป็นสลัมเหล็กกลายๆ นี้ รินทร์กำลังยืนอยู่หน้าแผงควบคุมระบบระบายอากาศด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ
มือเรียวใต้ถุงมือผ้าใบเปื้อนคราบน้ำมันรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์พกพาอย่างรวดเร็ว ตรรกะทางวิศวกรรมและแปลนอาคารในหัวตีกันยุ่งเหยิง ปมในใจเรื่องความสมบูรณ์แบบที่เขาแบกรับมาตลอดชีวิตกำลังถูกทดสอบด้วยความตายที่อยู่ห่างไปแค่คืบ
"บ้าเอ้ย! ใครมันคำนวณน้ำหนักเหล็กค้ำยันชุดนี้วะ" รินทร์สบถลอดไรฟันเมื่อหน้าจอแสดงผลขึ้นตัวอักษรสีแดงเตือนข้อผิดพลาดระดับวิกฤต โครงสร้างโซน C กำลังจะถล่มทับชั้นใต้ดิน ซึ่งหมายถึงชีวิตคนงานนับสิบที่ติดอยู่ข้างล่าง และตัวเขาเองที่ดื้อรั้นลงมาตรวจสอบหน้างานด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"ถ้าคุณยังยืนบ่นแล้วโทษคนอื่นอยู่แบบนี้ อีกสามนาทีพวกเราได้กลายเป็นปุ๋ยฝังใต้ซากตึกนี่แน่ครับ คุณสถาปนิก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงความเย้ยหยันดังขึ้นเหนือหัว รินทร์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองต้นเสียงด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะลุจุดเดือด ดวงตากลมโตฉายแววตวัดมองร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาจากเงาเสาปูนอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
ชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดเสื้อคลุมกันฝุ่นสีเข้มเซอร์ๆ เรือนผมหยักศกยุ่งเหยิงเปื้อนฝุ่นปูน แต่นัยตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์ทุกอย่างรอบตัวด้วยความนิ่งสงบผิดมนุษย์ มือแกร่งข้างหนึ่งถือคีมตัดเหล็กแรงดันสูง อีกข้างถือวิทยุสื่อสารที่ถูกถอดแบตเตอรี่ออกแล้ว
"นี่คุณ! เข้ามาในเขตหวงห้ามได้ยังไง แล้วรู้ไหมว่าผมกำลังกู้ระบบอยู่ อย่ามาเกะกะ!" รินทร์ตวาดกลับเสียงกร้าว ไม่ยอมลดสายตาลงแม้แต่น้อย แม้ว่าส่วนสูงของอีกฝ่ายจะทำให้เขาต้องแหงนมองเล็กน้อยก็ตาม
"กู้ระบบ?" คินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นชั่วแวบก่อนจะหายไป "คุณกำลังรีเซ็ตระบบจ่ายไฟให้วิ่งเข้าหาจุดที่เหล็กกำลังบีบตัวต่างหาก คุณรินทร์... ถ้าคุณกด Enter อีกครั้งเดียว ประกายไฟจากช็อตเซกบิตนั้นจะไปจุดชนวนแก๊สรั่วข้างๆ และพวกเราจะระเบิดเป็นจุลก่อนจะได้เห็นหน้ากันชัดๆ แบบนี้"
คำพูดนั้นทำให้รินทร์ชะงัก นิ้วที่กำลังจะเคาะแป้นหยุดค้างกลางอากาศ ความตระหนักรู้บางอย่างวิ่งวาบเข้ามาในหัวเมื่อสายตาคมกริบของอีกฝ่ายกวาดมองไปที่ท่อส่งแก๊สสีเหลืองซึ่งถูกซ่อนอยู่หลังแผงปูนที่แตกร้าว รินทร์เม้มปากแน่น ความถือดีถูกท้าทายด้วยความจริงที่ว่า... อีกฝ่ายพูดถูก และเขาเกือบทำเรื่องโง่ลงไปแล้ว
"ถ้าเก่งนัก ทำไมไม่เข้ามาช่วยล่ะครับ มัวแต่ยืนวิจารณ์เป็นกูรูอยู่ได้" รินทร์เชิดหน้าขึ้น ปรับน้ำเสียงให้เยือกเย็นเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก
คินหรี่ตามองคนปากเก่งตรงหน้า แววตาดิบเถื่อนฉายประกายสนุกสนานขึ้นมาวูบหนึ่ง อดีตทหารรับจ้างอย่างเขาผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเจอสถาปนิกคนไหนหัวรั้นและดื้อตาใสได้เท่านี้มาก่อน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวรินทร์อย่างรวดเร็ว จนรินทร์ต้องผถอยหลังไปชนกับแผงควบคุมโดยอัตโนมัติ กลิ่นอายอันตรายและบุคลิกที่เต็มไปด้วยพละกำลังของอีกฝ่ายแผ่ซ่านจนน่าอึดอัด
"ถอยไปนะ คุณจะทำอะไร" รินทร์ขยับตัวหนีแต่ถูกมือแกร่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงให้อยู่กับที่
"ถ้าไม่อยากตาย ก็หุบปากแล้วฟังผม" คินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นฝุ่นควันและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะทะผิวหน้า "มือขวาจับคีมตัดสายไฟสีแดงนั่น... ส่วนมือซ้าย จับเอวผมไว้ ถ้าไม่อยากตกลงไปในหลุมยุบข้างหลังคุณ"
รินทร์เบิกตากว้าง เหลתลงไปมองพื้นด้านหลังที่ตอนนี้คอนกรีตเริ่มปริแตกและทรุดตัวลงเป็นหลุมลึก ความตกใจทำให้ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าสมอง มือซ้ายที่ว่างอยู่เผลอคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อแจ็คเก็ตหนาของคินตามสัญชาตญาณ ขณะที่มือขวาคว้าคีมตามคำสั่งอย่างไม่เต็มใจ
"ผมไม่ได้อยากกอดคุณนะ แค่... ทรงตัวไม่ได้ต่างหาก" รินทร์แก้ตัวเสียงแข็ง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคือง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝุ่นควันหรือเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นเป็นจังหวะมั่นคง
"ครับ... ผมเชื่อว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ" คินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความหยอกเย้าที่ชวนให้รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ในอก "แต่ถ้าคุณยังจ้องปากผมแทนที่จะจ้องสายไฟเส้นนั้น มีหวังเราได้ตายคู่จริงๆ นะครับ"
รินทร์ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความหมั่นไส้ อยากจะยกเท้าขึ้นเหยียบเท้าอีกฝ่ายสักป้าบให้หายแค้น แต่สถานการณ์บังคับให้ต้องเบนสายตามาที่แผงวงจรเบื้องหน้า คินขยับตัวเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้นเพื่อประคองน้ำหนัก มือหนาวางทับลงบนมือของรินทร์ที่ถือคีมอยู่ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของอดีตทหารรับจ้างส่งผ่านทะลุถุงมือเข้ามา ทำให้สมาธิที่ควรอยู่กับงานเกือบหลุดลอยไปชั่วขณะ
เคมีประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นท่ามกลางเสียงระเบิดย่อมๆ และฝุ่นควัน สองคนที่มีโลกและวิธีคิดคนละขั้ว กลับต้องมาติดอยู่ร่วมกันในพื้นที่แคบๆ ที่เดิมพันด้วยชีวิต
"พร้อมนะ... สาม... สอง... หนึ่ง... ตัด!"
ฉับ!
ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงระบบไฟฟ้าที่ตัดขาดลงอย่างกะทันหัน ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงแสงไฟสีแดงฉุกเฉินที่ยังคงกะพริบสะท้อนใบหน้าของทั้งคู่ รินทร์หอบหายใจถี่กระชั้น ยืนนิ่งอยู่กับอกกว้างของคินที่ยังคงโอบเอวเขาไว้หลวมๆ ความเงียบสงบชั่วขณะทำให้ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจนขึ้น
"เก่งนี่ครับ... สำหรับคนหัวดื้อ" คินกระซิบชมเบาๆ ปลายนิ้วโป้งเผลอไล้เบาๆ ที่หลังมือของรินทร์โดยไม่รู้ตัว
รินทร์กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำคมคายตามนิสัย แต่จู่ๆ แสงไฟฉสว่างจ้าจากสปอตไลท์ด้านนอกก็สาดส่องทะลุกระจกที่แตกละเอียดเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนเรียกชื่อคินดังลั่นจากกลุ่มคนที่วิ่งกรูเข้ามาทางทางออกฉุกเฉิน
"หัวหน้าคิน! ทางนี้ปลอดภัยไหมครับ... เฮ้ย!"
ลูกน้องคนสนิทของคินเบรกเอี๊ยดเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพของอดีตทหารรับจ้างสายดุดันกำลังโอบกอดสถาปนิกหน้าตาบึ้งตึงไว้ในสภาพแนบชิดสนิทสนม รินทร์รีบผลักอกคินออกทันทีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีจัดด้วยความกระอักกระอ่วน
คินหันไปมองลูกน้องด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะหันกลับมามองรินทร์ที่กำลังจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างมีความหมาย
"ดูเหมือนพวกเราจะมีเรื่องต้องคุยกันยาวครับ คุณรินทร์" คินเอ่ยเสียงเรียบ "เพราะตึกที่คุณออกแบบเนี่ย... มันไม่ได้พังเพราะโครงสร้างหรอกนะ แต่มันมี 'ระเบิด' ถูกซ่อนไว้อย่างประณีตในจุดที่สถาปนิกอัจฉริยะอย่างคุณมองไม่เห็นต่างหากล่ะ"
รินทร์ชะงักกкаก หันขวับมามองหน้าคินทันที "คุณว่ายังไงนะ?"
"ยินดีที่ได้รู้จัก... ในนรกนะครับ" คินทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความลับอันตราย ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินทร์จะแผדเสียงดังลั่นขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอแสดงข้อความตัวอักษรปริศนาจากเบอร์แปลกปลอมที่ส่งตรงเข้ามา พร้อมกับพิกัด GPS ของสถานที่แห่งหนึ่งที่ทำให้เลือดในกายของรินทร์เย็นเฉียบลงทันที — *เซฟเฮาส์รกร้างเขต 7*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีเดือดๆ ด้วยกันตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์นรกกับมือวางระเบิดหัวใจ•ตอนที่ 1
ยินดีที่ได้รู้จัก...ในนรก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นรกกับมือวางระเบิดหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
