กลิ่นอายของความอัปยศในอดีตไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา หากแต่มันอบอวลอยู่ตามซอกหลืบของคฤหาสน์ธามัน ราวกับคราบเลือดที่ฝังแน่นอยู่บนเนื้อผ้าแพรชั้นดี แม้จะผ่านการซักล้างสักกี่ครั้งก็ยังคงทิ้งร่องรอยสีสนิมให้ระคายเคืองสายตา
รินรดากวาดสายตาคมปลาบประดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง มองสำรวจห้องโถงใหญ่ที่เคยเป็นกรงขังทองคำของเธอเมื่อห้าปีก่อน ทุกตารางนิ้วในที่แห่งนี้ยังคงสถาปัตยกรรมบาโรกอันโอ่อ่าโอฬาร ทว่ากลับเย็นเยียบราวดั่งสุสานฝังศพความรู้สึก
"ยินดีต้อนรับการกลับมาค่ะ คุณรินรดา... ไม่สิ ต้องเรียกว่า 'ภัณฑารักษ์มือโปร' จากพิพิธภัณฑ์ระดับทวีปสินะคะ ถึงได้อาจหาญก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหอเก่าคราบน้ำตาแห่งนี้อีกครั้ง"
น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นจากปลายบันไดวน อลิสาในชุดเดรสผ้าไหมสีแดงเพลิงก้าวลงมาทีละขั้นด้วยท่าทีราวกับตนเป็นเจ้าของอาณาจักร ดวงตาคู่คมที่ผ่านการกรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวฉายแววริษยาและดูถูกเหียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
รินรดาไม่แม้แต่จะปรายหางตามองคู่สนทนา ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของเธอดูเยือกเย็น ทรงอำนาจ และไร้ซึ่งความเปราะบางที่เคยมีในอดีต นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือหนังสีดำกำลังพลิกแฟ้มเอกสารประเมินมูลค่าทรัพย์สินในมืออย่างใจเย็น ราวกับร่างของอลิสาเป็นเพียงฝุ่นละอองไร้ค่าบนพื้นพรม
"หน้าที่ของดิฉันคือการจัดการมรดกและประเมินมูลค่าวัตถุโบราณตามพินัยกรรมของท่านประธาน ไม่ใช่มาฟังเสียงนกเสียงกาเห่าหอนเพื่อความบันเทิงส่วนตัวของใคร หากคุณอลิสาว่างมากนัก ควรจะเอาเวลาไปศึกษาพฤติกรรมตัวเองเสียใหม่ ว่ามีค่าพอจะยืนอยู่ใต้ชายคาตระกูลธามันไปได้อีกสักกี่น้ำ"
คำพูดราบเรียบทว่าเชือดเฉือนทุกอณูประสาททำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของอลิสาแข็งค้าง หล่อนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือด้วยความโกรธเกลียวที่ถูกตบหน้ากลางอากาศอย่างเจ็บแสบ
"ปากเก่งขึ้นเยอะนี่คะรินรดา! คงคิดว่าบินไปชุบตัวต่างประเทศแล้วจะสูงส่งขึ้นมาสินะ แต่จำใส่สมองเอาไว้ว่า... ต่อให้เธอจะเก่งมาจากไหน เธอก็เป็นได้แค่ 'ของเก่า' ที่ธามันเขี่ยทิ้งอย่างไร้ค่าอยู่ดี!"
"ของเก่าที่ว่า... คงมีราคาค่างวดมากพอที่จะทำให้คุณต้องดิ้นรนมาคอยตามจิกกัดดิฉันไม่เลิกสินะคะ" รินรดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง "แต่ก็น่าแปลก... คนที่มั่นใจนักหนาว่าเป็น 'ตัวจริง' ทำไมถึงยังต้องอกสั่นขวัญแขวนทุกครั้งที่ได้ยินชื่อดิฉันล่ะคะ?"
บรรยากาศในห้องโถงพลันตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นจุล แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวของภัณฑารักษ์สาว จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาจากทางประตูด้านหลัง ทำให้อากาศรอบตัวเหมือนถูกสูบหายไปในฉับพลัน
กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอจดจำได้ดีแม้ในยามหลับตา... กลิ่นอายของความดุดัน อำนาจ และความบ้าคลั่งที่เคยบดขยี้หัวใจของเธอจนแหลกสลาย
ธามันก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังอลิสา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มขับเน้นให้เขาดูน่าเกรงขามและดุดันขึ้นกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นกวาดมองอดีตภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยประกายไฟที่ยากจะคาดเดา ร่องรอยความตกใจระคนความโหยหาฉายชัดขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาเย่อหยิ่งตามนิสัยดิบเถื่อนของเขา
"ไม่คิดเลยว่าคนอย่างเธอจะมีความหน้าด้านพอที่จะเสนอหน้ากลับมาเหยียบที่นี่อีก" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยามที่จงใจกรีดแทงหัวใจ
รินรดาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นและเคลือบยาพิษอย่างสมบูรณ์แบบ เธอมองสบตาอดีสามีผู้เคยกุมชีวิตเธอไว้ใต้ฝ่าเท้าด้วยความรู้สึกด้านชาที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำมือของเขาเอง
"แปลกใจเหรอคะคุณธามัน? ดิฉันก็นึกว่าคุณจะจำได้เสียอีกว่ามรดกชิ้นสุดท้ายของตระกูลคุณ... อยู่ในความดูแลของคนที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีคนนี้"
เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละก้าวอย่างไร้ความเกรงกลัว กลิ่นน้ำหอมเย็นยะเยือกของเธอปะทะเข้ากับสัมผัสของเขา รินรดาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าพร่าทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"เตรียมตัวรับมือกับความพินาศที่คุณเป็นคนก่อเอาไว้ให้ดีนะคะ... เพราะการกลับมาครั้งนี้ ดิฉันไม่ได้มาในฐานะ 'อดีตภรรยาผู้โง่เขลา' คนเดิมอีกต่อไปแล้ว"
ธามันนิ่งงังไปชั่วขณะ หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อได้กลิ่นกายและสัมผัสอันคุ้นเคยที่เขาโหยหามาตลอดห้าปีเต็ม ความรู้สึกผิดบาปและการครอบครองตีรวนกันจนปั่นป่วนอยู่ในอก เขาเอื้อมมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้เพื่อกักขังเธอให้อยู่ในอาณัติเช่นเดิม ทว่ารินรดากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างไร้เยื่อใย
ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังดังมาจากสวนด้านนอก พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ตะโกนเรียกชื่อมารดาเสียงดังลั่น
"คุณแม่ขา! น้องธีร์ตามหาคุณแม่ไม่เจอเลย ทำไมคุณแม่มาอยู่นานจังคะ?"
รadรดาหน้าซีดเผือดลงในเสี้ยววินาที ดวงตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก รีบหันขวับไปมองร่างเล็กของเด็กหญิงวัยสี่ขวบหน้าตาน่ารักน่าชังที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเธอ โดยที่ดวงหน้าจิ้มลิ้มและนัยน์ตากลมโตคู่นั้น... ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับธามันราวกับแกะ!
ธามันชะงักงันราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกะโหลกศีรษะ ร่างสูงแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ดวงตาสีนิลเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อมองสลับระหว่างใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยกับเงาของตนเองในกระจกเงา
...เด็กคนนั้น... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้ใจกับทายาทหมื่นล้านในคราบศัตรู•ตอนที่ 1
หวนคืนถิ่นมรณะ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้ใจกับทายาทหมื่นล้านในคราบศัตรู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!