กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย•ตอนที่ 18

การลอบโจมตีของศัตรูมืด

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เศษซากไม้สนสีเข้มที่เคยถูกขัดเกลาจนเรียบเนียน บัดนี้แตกละเอียดเป็นผุยผง กลิ่นฉุนรุนแรงของน้ำมันสนและกำมะถันผสมปะปนกับกลิ่นอับชื้นยามวิกาล ลอยคละคลุ้งบาดจมูกจนแสบโพรงจมูก หลินฟางยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าประตูร้าน "หอมหมื่นลี้" ที่พังครืนลงมา ครึ่งหนึ่งของห้องครัวเปิดโล่งเผยให้เห็นท้องฟ้ายามราตรีที่ไร้ดาว ดวงตาคู่คมกริบของเชฟสาวไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นยะเยือกที่วาวโรจน์ขึ้นราวกับเปลวเพลิงสีฟ้าในเตาถ่าน "พวกมันไม่ได้หวังแค่ทำลายข้าวของ... แต่ต้องการเผาทำลายเส้นทางทำมาหากินของเราให้สิ้นซาก" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับอ้อมแขนกำยำที่สวมทับด้วยชุดนอนผ้าฝ้ายหยาบ แต่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันคุ้นเคยของความเป็นนักรบ แม่ทัพหานหยางก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง ร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่ซ่านไอสังหารจางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาคมกวาดมองความเสียหายรอบกายด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะหยุดอยู่ที่รอยเท้าเปื้อนโคลนลึกที่ทิ้งไว้บนพื้นดินยับย่น "โคลนชนิดนี้ไม่ใช่ดินในหมู่บ้านเราครับท่านพี่" หลินฟางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง นางย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวงามแตะเศษโคลนสีแดงเข้มที่ติดอยู่กับเศษซากประตู "นี่คือดินจากเขตภูเขาตะวันตก... แหล่งกบดานของพวกอันธพาลรับจ้างที่ตระกูลหลิวจ้างวานมาป่วนเปี้ยนแถวนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน ดูท่าทางความสำเร็จของบะหมี่เนื้อตุ๋นยาจีนของเราในตลาดเมื่อวาน จะทำให้คนบางกลุ่มนอนไม่หลับจนต้องส่งสุนัขรับใช้มาเห่าหอนยามวิกาลเสียแล้ว" หานหยางก้มลงมองภรรยาตัวน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา มือใหญ่วางลงบนศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน พร้อมกับออกแรงลูบเบาๆ "เจ้าไม่จำเป็นต้องลงมือจัดการพวกเศษสวะเหล่านี้ด้วยตัวเองให้เปื้อนมือหรอกครับ ฟางเอ๋อร์... แค่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีคนนี้ก็พอ" หลินฟางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย นางลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นที่มือออกเบื้องหน้าเบาๆ "ท่านพี่พูดเช่นนี้แสดงว่าท่านมีแผนในใจแล้วสิครับ? แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ข้าไม่อนุญาตให้ท่านใช้กำลังรุนแรงจนเกินเหตุ เพราะเรายังมีบัญชีการค้าที่ต้องสะสางกับพวกมันในทางกฎหมายและกลยุทธ์ตลาดอีกยาวไกล การทำให้พวกมันล้มละลายทั้งยืน เจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าการถูกทุบตีเสียอีกครับ" บรรยากาศรอบตัวพลันทอความอบอุ่นท่ามกลางซากปรักหักพัง เคมีระหว่างสามีภรรยาคู่นี้ไม่เคยลดทอนความเข้มข้นลงเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม ความยากลำบากกลับหลอมรวมให้พวกเขากลายเป็นพันธมิตรที่ไร้เทียมทาน หานหยางพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขารู้ดีว่าภรรยาของตนไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่รอคอยความช่วยเหลือ หลินฟางคืออัจฉริยะผู้ถือครองมิติลับ คลังวัตถุดิบวิเศษ และมันสมองที่เฉียบคมยิ่งกว่าอาวุธใดในคลังแสงของกองทัพ "ในเมื่อพวกมันทำลายห้องครัวของเราในยามวิกาลเพื่อขัดขวางไม่ให้เราเปิดร้านในรุ่งอรุณ..." หานหยางกวาดสายตามองไปทั่วห้องครัวที่พังเสียหาย ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยแววตาท้าทายเล็กน้อย "เช่นนั้น เชฟหลินผู้เก่งกาจ... เราจะพลิกวิกฤตครั้งนี้อย่างไรดีเล่าครับ?" หลินฟางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์แพรราวนางพญา นางหันหลังเดินตรงไปยังมุมห้องที่ยังหลงเหลือความปลอดภัย มิติลับในห้วงจิตสำนึกถูกเปิดออกเบื้องหลังม่านความมืด พริบตานั้น กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศชั้นยอด สมุนไพรหายาก และวัตถุดิบสดใหม่นับร้อยชนิดก็ลอยฟุ้งกระจายออกมากลบกลิ่นเหม็นไหม้ของซากปรักหักพังทันที "ใครบอกว่าเราต้องซ่อมร้านก่อนถึงจะขายของได้ล่ะครับ?" หลินฟางหยิบกระทะเหล็กหล่อโบราณและเตาถ่านสำรองออกมาจากมิติลับด้วยท่าทางคล่องแคล่ว นางหันมามองสามีด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ "ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ช่วยรื้อผนังห้องครัวให้เราเปิดโล่งรับลมธรรมชาติเช่นนี้แล้ว ทำไมเราจะไม่จัดงาน 'เทศกาลบะหมี่รอบดึกกลางแจ้ง' สำหรับชาวบ้านที่ตื่นมาดูเหตุการณ์เสียเลยล่ะครับ?" แผนการอันรวดเร็วและเด็ดเดี่ยวเริ่มต้นขึ้นทันที ท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล หานหยางใช้พละกำลังมหาศาลในการซ่อมแซมโครงสร้างชั่วคราวและจุดเตาไฟใหม่อย่างรวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์ ขณะที่หลินฟางเริ่มลงมือเตรียมเส้นบะหมี่ทำมือสดๆ แป้งสาลีเนื้อเนียนถูกนวดอย่างประณีตด้วยแรงเหวี่ยงอันเป็นจังหวะ เสียงตบแป้งดังฟังชัดท่ามกลางความเงียบงันของหมู่บ้านยามตีสาม ไม่นานนัก กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของซุปกระดูกเคี่ยวไฟอ่อนนานสิบชั่วโมง ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของพริกไทยเสฉวนคั่วและน้ำมันงาบริสุทธิ์ ก็เริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปตามสายลมยามดึก กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้รุนแรงเสียจนทำให้สุนัขที่เห่าหอนอยู่ไกลๆ ถึงกับเงียบเสียงลง และเริ่มส่งเสียงครางฮิงฮองด้วยความอยากอาหาร หน้าบ้านที่เคยเงียบสงบเริ่มมีเงาร่างของชาวบ้านผู้ตื่นตระหนกจากเสียงโครมครามเมื่อครู่ทยอยเดินออกมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลายคนทำท่าจะเข้ามาถามไถ่ด้วยความตกใจ แต่เมื่อกลิ่นหอมของซุปบะหมี่พุ่งเข้าปะทะจมูก คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายลงไปในลำคอ ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างขึ้นด้วยความหิวโหยทันที "แม่นางหลิน... นี่พวกเจ้า... เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ทำไมร้านถึง..." ผู้ใหญ่บ้านชราที่เดินถือตะเกียงน้ำมันผ่านมาพอดีเอ่ยถามด้วยความงุนงง แต่สายตาของเขากลับไม่ยอมละจากหม้อซุปเดือดปุดๆ ที่ส่งควันกรุ่นตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย หลินฟางเงยหน้าขึ้นจากเตาไฟ ใบหน้าเนียนใสมีรอยเขม่าจางๆ เพิ่มเสน่ห์ให้นางดูมีชีวิตชีวาขึ้นไปอีกขั้น รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งให้ผู้มาเยือนอย่างเป็นกันเอง "ไม่มีอะไรมากหรอครับท่านผู้ใหญ่บ้าน พอดีมีแขกไม่ได้รับเชิญแวะมาทักทายพวกเรายามวิกาล จนทำให้กำแพงร้านพังเสียหายไปนิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วงครับ... เพื่อเป็นการขอโทษที่ทำให้ท่านและชาวบ้านทุกท่านต้องตื่นกลางดึก วันนี้ 'หอมหมื่นลี้' เปิดบริการรอบพิเศษ 'บะหมี่รอบดึกท้าลมหนาว' ชามแรกราคาพิเศษครึ่งราคาครับ!" สิ้นคำพูดนั้น ชาวบ้านที่ยืนอออยู่รอบๆ ต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความตื่นเต้น ความตกใจเรื่องร้านถูกทำลายถูกลืมเลือนไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับความหอมเย้ายวนของอาหารตรงหน้า ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังคึกคักและกลิ่นหอมกำลังลอยฟุ้งไปทั่วตรอกซอกซอย หานหยางที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมมืดของลานบ้าน กลับหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณนักรบของเขาจับสัมผัสอันตรายบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบตรงข้ามร้านได้ เงาร่างสีดำทะมึนหลายสายกำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ที่เล็ดลอดออกมา หลินฟางสังเกตเห็นความผิดปกติจากสีหน้าของสามี นางหยุดมือที่กำลังตักเส้นบะหมี่ลงชามทันที รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับอยู่ แต่แววตากลับเย็นเยียบลงอย่างน่ากลัว ในวินาทีที่ชามบะหมี่ร้อนๆ ชามแรกกำลังจะถูกส่งยื่นให้ผู้ใหญ่บ้าน เงาร่างสีดำกลุ่มนั้นก็พุ่งพรวดออกจากพุ่มไม้พร้อมกับอาวุธครบมือ! แต่ก่อนที่ใครจะได้ส่งเสียงกรีดร้อง หานหยางก็พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด มือใหญ่คว้าจับข้อมือของมือสังหารคนแรกแล้วบิดกระชากด้วยแรงมหาศาลจนเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ! ทว่า สิ่งที่ทำให้ทั้งหลินฟางและหานหยางต้องชะงักงันค้างเติ่งในวินาทีวิกฤตนั้น ไม่ใช่ฝีมือของพวกมือสังหารไร้ชื่อเสียงเหล่านี้... แต่เป็นใบหน้าที่ปรากฏอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำของหัวหน้ากลุ่มมือสังหาร ที่เพิ่งถูกหานหยางกระชากหน้ากากออกท่ามกลางแสงไฟจากเตาถ่าน! ...นั่นคือใบหน้าอันคุ้นเคยของ "หลิวเฉียง" ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของตระกูลหลิว ที่ควรจะถูกคุมขังอยู่ในคุกเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน! และในมือของมัน กำลังถือห่อกระดาษไขสีน้ำตาลที่บรรจุผงสีขาวแปลกประหลาด ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงทะลุออกมา... ผงพิษสลายวิญญาณที่ใช้สำหรับทำลายล้างตระกูลใหญ่ในอดีต! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีสโลว์ไลฟ์สุดฟินนี้ด้วยกันเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจแม่ครัวมือโปร กับยอดขุนพลผู้หิวโหย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%