"ความตายมักมาเยือนในยามที่มนุษย์มั่นใจในลมหายใจของตนเองมากที่สุด... เจ้าว่าจริงหรือไม่, ศิษย์พี่รอง?"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดุจสายลมหนาวกรีดผ่านความเงียบงันของรัตติกาล ภายในศาลาร้างริมหน้าผาเมฆา ละอองหิมะโปรยปรายลงมาเคลือบย้อมทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นสีขาวโพลนราวกับสุสานน้ำแข็ง กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายปราณกระบี่ที่ยังคงคุกกรุ่นไม่จางหาย
เยี่ยหลิงเซียว ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองซากศพของทรชนผู้ทรยศที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหลัง ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่ไร้พ่ายทอดมองออกไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ปราณแท้จริงสีครามเข้มในร่างหมุนวนรุนแรงราวกับคลื่นใต้น้ำ บาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ซ้ายจากการลอบสังหารเมื่อหนึ่งเค่อก่อนยังคงมีเลือดสีเข้มซึมผ่านอาภรณ์สีดำสนิท ทว่าสีหน้าของเขากลับราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ความเจ็บปวดทางกายเป็นเพียงสิ่งไร้สาระสำหรับผู้ที่เอาชีวิตแขวนไว้บนเส้นด้ายแห่งการล้างแค้นมาตลอดสามปีเต็ม
สำนักกระบี่เมฆาอัคคีถูกเผาทำลายจนเหลือเพียงเถ้าถ่านในคืนเดียว น้ำมือของเจ็ดสำนักใหญ่ที่ร่วมมือกันปิดฟ้าด้วยมือข้างเดียวคือแผลเป็นในดวงใจที่ไม่มีวันจางหาย เยี่ยหลิงเซียวในวัยยี่สิบปีจึงเหลือเพียงตัวคนเดียว พร้อมด้วยกระบี่โบราณ 'อัคคีเหมันต์' ที่ตกทอดมาจากปรมาจารย์
*ฟึ่บ!*
ประกายแสงสีเงินยวดย่อมแหวกอากาศเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ปราณกระบี่สายหนึ่งคมกริบเสียจนแม้แต่เกล็ดหิมะยังถูกตัดขาดเป็นสองท่อนกลางอากาศ พุ่งตรงเข้าสู่จุดตายระหว่างคอหอยของเยี่ยหลิงเซียวโดยไร้ซึ่งสัญญาณเตือน!
รวดเร็ว อำมหิต และแม่นยำ นี่คือวิถีของมือสังหารเงาโลหิต
ทว่า เยี่ยหลิงเซียวหาใช่ปุถุชนทั่วไป ประสบการณ์เฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วนหล่อหลอมให้สัญชาตญาณของเขารวดเร็วยิ่งกว่าความคิด ร่างกายเอนไปด้านหลังสี่สิบห้าองศาอย่างงดงามราวกับกิ่งหลิวล인트่ามกลางพายุ คมกระบี่มรณะเฉียดผ่านปลายจมูกของเขาไปเพียงเส้นยาแดงเดียว ลมปราณที่แผ่ออกมาทำให้ผิวแก้วของเขาแสบร้อนดุจถูกกรีดด้วยคมมีด
"ช้าไป..."
เยี่ยหลิงเซียวพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นิ้วเรียวยาวดีดลงบนฝักกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอว เสียง *'คลิก'* ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับใหล กระบี่อัคคีเหมันต์ทะยานออกจากฝักด้วยรัศมีแสงสีฟ้าสลับแดงฉาน แผดเผาความหนาวเหน็บรอบกายให้ม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นเพลิงน้ำแข็ง
*ฉับ!*
เงาสะท้อนในความมืดกรีดร้องโหยหวนออกมาได้เพียงครึ่งเสียง ก่อนที่ร่างของมือสังหารในชุดดำจะขาดเป็นสองท่อน ของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะสีขาวให้กลายเป็นสีชาดน่ากลัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ทว่า เยี่ยหลิงเซียวมิได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อลงเลยแม้แต่น้อย
เขารู้ดีว่า มือสังหารระดับนี้ไม่มีทางมาเพียงผู้เดียว ความตายของมันเป็นเพียงการเปิดฉาก ละครฉากใหญ่ที่สำนักเงาโลหิตจัดเตรียมไว้เพื่อต้อนรับเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น รอบกายของเขามีจิตสังหารพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินไม่ต่ำกว่าสิบสาย ล้อมกรอบศาลาร้างแห่งนี้ไว้ทุกทิศทุกทาง ปิดตายทุกเส้นทางหนีทีไล่
"ออกา... ข้าอยากรู้เหมือนกันว่า สุนัขรับใช้ของเจ็ดสำนักใหญ่ จะมีฝีมือสักเพียงใด" เยี่ยหลิงเซียวแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาทระนงตนฉายประกายสังหารเจิดจ้า มือขวาตวัดกระบี่วาดเป็นวงโค้ง ปราณกระบี่อัคคีเหมันต์แผ่ขยายออกไปรอบทิศทางจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทอากาศสั่นสะเทือน
ในวินาทีที่คมกระบี่นับร้อยกำลังจะปะทะเข้าหากัน ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นั้นเอง...
ความกดดันอันมหาศาลชนิดที่ทำให้ลมหายใจของเยี่ยหลิงเซียวต้องสะดุดกะทันหัน ก็แผ่ซ่านกดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกหล่นทับลงมาบนบ่า ปราณกระบี่ทั้งหมดที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่เขาพลันแข็งค้างกลางอากาศ เกล็ดหิมะหยุดนิ่งไม่ไหวติง ราวกับเวลาและห้วงมิติในรัศมีร้อยลี้ถูกแช่แข็งไว้ด้วยพลังอันไร้ขอบเขต
นี่ไม่ใช่พลังของมนุษย์... นี่คืออาณาเขตพลังของเซียนแท้จริง!
เยี่ยหลิงเซียวขมวดคิ้วแน่น ฝ่ามือที่กำด้ามกระบี่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น เขาดึงพลังปราณทั้งหมดในตานเทียนมาต้านทานแรงกดดันนี้จนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ทว่าต่อหน้ากลิ่นอายอันสูงส่งและเยือกเย็นนี้ เขากลับรู้สึกราวกับตนเองเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังแหงนมองมังกรยักษ์บนสรวงสวรรค์
จากความมืดมิดและเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมา เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างเชื่องช้าและสง่างาม
นางก้าวเดินลงมาจากความว่างเปล่า ราวกับเหยียบย่างอยู่บนขั้นบันไดที่มองไม่เห็น อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาด้วยด้ายเงินสะท้อนประกายระยิบระยับ เส้นผมสีดำสนิทราวกับรัตติกาลยาวสลวยถึงสะโพก ปลิวไสวตามแรงลมหนาว ใบหน้ารูปไข่ที่งดงามหยาดเยิ้มจนแทบไม่กล้าหายใจ ทว่ากลับประดับไว้ด้วยความเย็นชาไร้ที่ติ ดวงตาดั่งหงส์คู่นั้นกวาดมองลงมา ราวกับนางพญาผู้มองดูเหล่าสรรพสัตว์ในอาณาจักรของตน
มู่หรงเสวี่ย... นางเซียนผู้ครอบครอง 'แดนเหมันต์นิรันดร์' ผู้อยู่เหนือความขัดแย้งของยุทธภพมานับร้อยปี
มือสังหารที่ซ่อนตัวอยู่รอบศาลาร้างส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวขีดสุด เมื่อไอเย็นจากร่างของนางแผ่ซ่านผ่าน ร่างของพวกมันทั้งหมดก็ถูกแช่แข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในพริบตา ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองฝุ่นสีขาวปลิวไปตามสายลม โดยที่พวกมันยังไม่ทันได้แม้แต่จะขยับตัวหนี
เยี่ยหลิงเซียวไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว แม้ลมหายใจจะติดขัด เขายังคงเชิดหน้าขึ้นสบตากับนางพญาเซียนผู้นั้นอย่างไม่เกรงกลัว คมกระบี่ในมือยังคงเปล่งประกายสีแดงฉานสู้กับไอเย็นรอบกาย
"เจ้าคือเยี่ยหลิงเซียว?" น้ำเสียงของมู่หรงเสวี่ยหวานล้ำดุจเสียงพิณสวรรค์ ทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก นางกวาดสายตาสำรวจร่องรอยบาดแผลและประกายความดื้อรั้นในดวงตาของเขา ชั่วขณะหนึ่งประกายความรู้สึกบางเบาดุจสายหมอกก็วาบผ่านนัยน์ตาคู่นั้น ก่อนจะเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"ข้าเอง" เยี่ยหลิงเซียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นและทระนง "หากเจ้ามาเพื่อเอาชีวิตข้าเช่นเดียวกับพวกสุนัขพวกนั้น ก็ลงมือเสียเถอะ ข้า-เยี่ยหลิงเซียว ไม่เคยร้องขอความเมตตาจากผู้ใด แม้แต่สวรรค์!"
มู่หรงเสวี่ยมิได้โกรธเคืองต่อท่าทีอวดดีของชายหนุ่ม มุมปากเรียวบางกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่งดงามจนทำให้สรรพสิ่งรอบกายราวกับหยุดนิ่ง
นางก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกก้าวหนึ่ง จนกลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์คล้ายดอกเหมันต์โชยปะทะนาสิกของเยี่ยหลิงเซียว ก่อนที่นางจะยื่นมือเรียวบางดุจหยกขาวออกมาสัมผัสปลายกระบี่อัคคีเหมันต์ที่ชี้ตรงมายังอกของนาง โดยไม่เกรงกลัวคมกระบี่แม้แต่น้อย
"เด็กโง่..." นางกระซิบแผ่วเบาข้างหูเขา ขณะที่ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา "กระบี่ในมือของเจ้าแหลมคมพอก็Jริง... แต่วิถีที่เจ้าเลือกเดิน มีแต่จะนำพาเจ้าไปสู่ความพินาศ"
เยี่ยหลิงเซียวสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบของนางแตะโดนหลังมือของเขา หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นรัวผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทว่าก่อนที่เขาจะได้กล่าวสิ่งใดตอบโต้ มู่หรงเสวี่ยก็สะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ มิติรอบตัวพลันบิดเบี้ยว เสียงคำรามต่ำของทัณฑ์สวรรค์ดังสะท้อนมาจากกลีบเมฆสีดำทมิฬที่ก่อตัวขึ้นเหนือหัวของพวกเขาทั้งสองในพริบตา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับคมกระบี่และไอเหมันต์นี้นะคะ บทต่อไปความลับที่ถูกซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผยแล้วค่ะ!
กระบี่ทะลวงสวรรค์: จอมราชันย์ไร้ใจกับนางเซียนผู้ต้านลิขิต•ตอนที่ 1
คมกระบี่ท่ามกลางพายุหิมะ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงสวรรค์: จอมราชันย์ไร้ใจกับนางเซียนผู้ต้านลิขิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
