กลิ่นคาวเลือดและเศษซากของอสูรเงาอัคคีระดับ C ยังคงคละคลุ้งอยู่ทั่วโถงลึกของดันเจี้ยนชั้นที่สิบห้า รองเท้าบูทหนาหนักย่ำลงบนพื้นหินที่เปียกชื้น เสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของสมาชิกปาร์ตี้ "กิลด์อัคคีทมิฬ" ดังประสานกับเสียงคำรามต่ำในลำคอของ “อัคคี” หัวหน้ากิลด์ผู้สวมเกราะเหล็กกล้าเคลือบเวทมนตร์สีแดงฉาน ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์ป่าจ้องมองร่างที่ทรุดลงนั่งคุกเข่าพิงผนังถ้ำด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
“หมดประโยชน์แล้วสินะ... ไอ้ฮีลเลอร์ขยะ”
เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน ธรณินเงยใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นและหยาดเหงื่อขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความนิ่ง1สงบไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา บัดนี้ฉายแววความเยียบเย็นที่แม้แต่อัคคีเองก็ยังต้องชะงักไปชั่วครู่ ร่างกายของธรณินสะินสั่นเล็กน้อยจากการใช้มานาจนเกินขีดจำกัด หลอดเลือดที่ข้อมือปูดโปนจากการเร่งสกิลฟื้นฟูขั้นต่ำสุดซ้ำๆ เพื่อยื้อชีวิตของพวกมันให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของบอสประจำชั้น
“ถ้าไม่มีฉัน... พวกนายคงตายไปตั้งแต่ชั้นสิบแล้ว” ธรณินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทว่าราบเรียบไร้ซึ่งความตื่นกลัว
“แกกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำ!”
เปรี๊ยะ!
รองเท้าเหล็กพุ่งเข้ากระทบเข้าที่ซี่โครงของธรณินอย่างจังจนร่างโปร่งกระเด็นไปกระแทกกับผนังหิน เสียงกระดูกลั่นเบาๆ พร้อมกับลิ้มรสชาติคาวเลือดที่เอ่อล้นขึ้นมาใน
อัคคีเดินเข้ามาใกล้ ใช้มือหนากระชากคอเสื้อของธรณินให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้า ใบหน้าของหัวหน้ากิลด์บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ฉุนเฉียวที่ภารกิจกวาดล้างดันเจี้ยนในวันนี้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สมบัติระดับแรร์ที่ควรจะได้กลับถูกตัดทอนลงเพราะความล่าช้า และแพะรับบาปก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว
“แกมันก็แค่เศษสวะคลาส E! สเตตัสต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่มีดีแค่ใช้เวทฮีลกระจอกๆ คอยเป็นภาระให้ทีม! ดูสภาพแกตอนนี้สิ มานาหมดเกลี้ยง ร่างกายไร้ค่า ประโยชน์อะไรที่จะเก็บขยะอย่างแกไว้รกกิลด์อีก?” อัคคีตะคอกใส่หน้า พ่นน้ำลายลงพื้นอย่างดูถูก “วันนี้แหละ... คือวันหมดอายุของแกในกิลด์อัคคีทมิฬ”
สมาชิกคนอื่นๆ ในปาร์ตี้ต่างยืนมองเหตุการณ์ด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วย ไม่มีใครปริปากพูดคำว่าเห็นใจ ทุกคนต่างรู้ดีว่าการถูกขับไล่ออกจากกิลด์ใหญ่ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ มีค่าไม่ต่างอะไรกับการถูกส่งไปตายทั้งเป็น
ธรณินไม่ได้ร้องขอชีวิต เขากลับยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่บางเบาจนเกือบจะมองไม่เห็น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ทำให้อัคคีรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างประหลาด
“หัวเราะอะไรวะไอ้สวะ!”
“เปล่าหรอก...” ธรณินเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของอัคคี ราวกับกำลังมองดูตัวตลกที่กำลังเต้นระบำบนปากเหว “ฉันแค่กำลังคิดว่า... พวกนายช่างโง่เขลาเสียเหลือเกินที่ปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือไป”
“เพชร? ฮ่าๆๆ! แกเนี่ยนะเพชร? แกมันก็แค่ก้อนกรวดไร้ค่าที่เหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้!” อัคคีหัวเราะลั่น ก่อนจะผลักร่างของธรณินล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้งอย่างไร้ความปรานี “ไสหัวไปซะ! แล้วจำไว้ว่าอย่าเสนอหน้ากลับมาเหยียบเขตของกิลด์เราอีก ไม่เช่นนั้น... ศพของแกจะไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวให้หมาแทะ!”
พูดจบ อัคคีก็สะบัดผ้าคลุมเดินนำลูกทีมจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ธรณินนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของดันเจี้ยนชั้นลึก มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ดังห่างออกไป พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโถงถ้ำ
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ธรณินค่อยๆ พยุงร่างของตนเองลุกขึ้นยืนช้าๆ มือเรียวปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าออกอย่างใจเย็น ความเจ็บปวดที่ซี่โครงจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับปาฏิหาริย์ แต่ทว่า... มันไม่ใช่ปาฏิหาริย์
[ตรวจพบสภาวะวิกฤต: ขีดจำกัดทางร่างกายทะลุผ่านเกณฑ์เงื่อนไขลับ]
[ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ทำการปลดล็อกสมบูรณ์ 100%]
[ยินดีต้อนรับกลับสู่บัลลังก์แห่งผู้สร้างชีวิตและความตาย... ท่านธรณิน]
เสียงจักรกลสังเคราะห์อันทรงพลังและเย็นเยียบดังขึ้นก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของเขา หน้าต่างสเตตัสโปร่งแสงสีทองอร่ามที่มนุษย์หน้าไหนก็ไม่มีวันได้เห็น ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับข้อมูลมหาศาลที่ไหลทะลักเข้าสู่สมองราวกับเขื่อนแตก
ระดับคลาส: [E] (ปลอมแปลง) ➔ [????????] (แท้จริง: เทพแห่งการแพทย์และพันธุศาสตร์บรรพกาล)
สกิลติดตัว: [ฟื้นฟูขั้นต่ำ] ➔ [หัตถ์เทวะพลิกนรก: ชุบชีวิตและบงการเซลล์ทุกอณู]
แต้มสถานะคงเหลือ: [9,999,999,999 แต้ม]
ธรณินถอดแว่นสายตาออกอย่างไร้ความจำเป็น โยนมันทิ้งลงบนพื้นหินสกปรก ก่อนจะใช้มือเสยผมขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่คมคายและดวงตาที่ฉายแสงสีทองเรืองรองจางๆ บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แรงกดดันมหาศาลที่ถูกกดทับไว้ภายใต้สถานะคลาส E ระเบิดออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
“ขับไล่ฉันงั้นเหรอ...” ธรณินพึมพำกับความว่างเปล่า มุมปากหยักยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา “ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมอำนาจนัก... ฉันก็จะสงเคราะห์ให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า การไม่มีฉันอยู่ มันนรกยิ่งกว่าตายทั้งเป็นอย่างไร”
ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นท็อปของตระกูลมหาเศรษฐีก็ดังกระหึ่มก้องเหนือปากทางเข้าดันเจี้ยน แรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำเศษหินกระจาย ร่างระหงของหญิงสาวในชุดฮันเตอร์สาวาวรุ่งสวมเกราะหนังสีดำสนิท นามว่า “รินรดา” ก้าวลงมาจากบันไดเชือกด้วยท่าทางเร่งรีบ ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาบุคคลที่เธอกำลังตามหาด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เธอจะชะงักเมื่อเห็นธรณินยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างจากไฟสปอตไลท์ของยานพาหนะ
“คุณธรณินคะ! เกิดอะไรขึ้น ทำไมกิลด์อัคคีถึงประกาศขับไล่คุณแบบนั้น? แล้วนี่... บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ?” รินรดารีบวิ่งเข้ามาประคองด้วยความร้อนรน แต่ธรณินกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
“ไม่ต้องห่วงไปหรอกรินรดา... ละครฉากแรกมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น” ธรณินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจ ก่อนจะหันไปมองทิศทางที่พวกอัคคีเดินจากไป “เตรียมตัวให้พร้อม... เราจะไปซื้อกิลด์อัคคีทมิฬทั้งกิลด์มาให้คุณเช็ดรองเท้าเล่นกัน”
ธรณินหยิบสมาร์ตโฟนสีดำสนิทรุ่นพิเศษที่ไม่มีวางขายทั่วไปขึ้นมา กดปลดล็อกหน้าจอด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ และในวินาทีถัดมา... เสียงแจ้งเตือนจากธนาคารกลางระดับโลกก็ดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมแสดงยอดเงินในบัญชีที่ยาวเหยียดจนมองไม่เห็นตัวเลขหลักสุดท้าย
[การทำธุรกรรมซื้อกิจการ "กิลด์อัคคีทมิฬ" วงเงิน 5,000,000,000 เครดิต... กำลังดำเนินการ]
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยกันนะครับ หวังว่าจะสนุกและสะใจกับจุดเริ่มต้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้•ตอนที่ 1
ฮีลเลอร์ขยะแห่งกิลด์อัคคี
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ไร้ค่ากับสเตตัสพระเจ้าที่โลกไม่เคยรู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!