"บอกกงๆ เถอะยายริน ว่าแกแอบไปกู้เงินหัวเด็ดตีนขาดที่ไหนมา ถึงได้กล้าเปิดร้านใหญ่โตแบบนี้!"
เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสำเนียงดังทะลุผ้าม่านกั้นครัวมาถึงโต๊ะอาหารด้านหน้า รบกวนบรรยากาศยามบ่ายที่ควรจะสงบสุขของร้าน 'รินรดา ออร์แกนิก' จนหมดสิ้น นางถือวิสาสะเดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตหวงห้าม ด้านหลังมีลุงสมชายสามีผู้ทำตัวเป็นเงาตามตัวคอยพยักหน้าสมอออตาม
รินรดายังคงก้มหน้าก้มตาหั่นเนื้อหมูป่าออร์แกนิกจากมิติลับด้วยความใจเย็น คมมีดกระทบเขียงไม้ไผ่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ *ฉับ... ฉับ...* เธอยังไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้ด้วยซ้ำ ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดันจนสองสามีภรรยาเริ่มหน้าเสีย
"ฉันถามไม่ได้ยินหรือไงนังริน! แกอย่าทำเป็นหูทวนลมนะ พวกฉันเป็นญาติผู้ใหญ่ จะมาทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้ ในเมื่อแกมีปัญญาหาเงินมาสร้างร้านหรูๆ แบบนี้ได้ แถมผักในร้านแกยังสดกรอบ รสชาติดียิ่งกว่าผักตลาดไท... ส่งสูตรน้ำซุปกับแหล่งซื้อผักมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปประจานให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าแกเนรคุณคนในตระกูล!"
ป้าสำเนียงเริ่มออกลาย อาละวาดตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนลูกค้าโต๊ะมุมร้านสะดุ้งโหย่ง รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด เธอยางวางมีดลงอย่างนุ่มนวล ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหวานไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่ฉายแววเย็นเยียบ
"ญาติผู้ใหญ่เหรอครับ... อ้อ, หมายถึงคนที่เคยมาขนข้าวสารในยุ้งฉางตอนพ่อแม่ฉันเสียไปจนเกลี้ยง แล้วปล่อยให้ฉันกับน้องอดมื้อกินมื้อน่ะเหรอครับ?" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูกดำ ทำให้ป้าสำเนียงหน้าชาวาบ
"แก! นังเด็กปากดี..."
"พอได้แล้วครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานดั่งระฆังทองดังขึ้นจากทางประตูด้านหลัง ผู้กองศิลาในชุดลำลองกางเกงคาร์โก้สีเข้มและเสื้อยืดรัดรูปที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำ ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองสองสามีภรรยาจอมสูบเลือดสูบเนื้อราวกับกำลังมองแมลงสาบสกปรกตัวหนึ่ง
ออร่าความกดดันระดับนายทหารหน่วยรบพิเศษที่ผ่านสนามจริงมาโชกโชนแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งร้าน ในพริบตาเดียว ลุงสมชายที่เคยทำท่าทางกร่างถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ถอยกรูดไปหลบอยู่หลังภรรยาโดยอัตโนมัติ
"คุณ... คุณเป็นใคร ร้านนี้เรื่องของครอบครัวเรา แกอย่ามาเสือก!" ป้าสำเนียงพยายามเชิดหน้าเถียงสู้ แม้ขาจะเริ่มสั่นพับๆ
ศิลาย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรินรดาราวกับภูผาที่พร้อมปกป้อง เขายกมือขึ้นโอบไหล่บางของหญิงสาวไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของและจุดยืนที่ชัดเจนอย่างยิ่งยวด กลิ่นอายบุรุษเพศที่สะอาดและอบอุ่นทำให้รินรดาผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
"ผมคือสามีของรินรดา และในฐานะทหาร... ผมเกลียดที่สุดคือพวกปล้นสดมภ์ รังแกคนไม่มีทางสู้" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนอากาศรอบตัวคล้ายจะลดอุณหภูมิลง "ที่คุณเข้ามาส่งเสียงโวยวาย สร้างความรำคาญให้ลูกค้า และพยายามกรรโชกทรัพย์สินในยามวิกาล เข้าข่ายบุกรุกและสร้างความเสียหายทางธุรกิจ"
"กรรโชกทรัพย์อะไรกัน! แกพูดจาให้มันดีๆ นะ ฉันมาทวงสิทธิ์..."
"สิทธิ์อะไรครับ?" ศิลายกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขัดจังหวะขึ้นทันควัน "สิทธิ์ในการสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่นเหรอ? หลักฐานการกู้ยืมก็ไม่มี ทรัพย์สินในร้านนี้ทุกชิ้นมาจากหยาดเหงื่อแรงกายของภรรยาผม ถ้าคุณยังไม่หยุดแล้วก้าวขาออกไปจากร้านนี้ภายในสามวินาทีนี้..."
นายทหารหนุ่มหยิบวิทยุสื่อสารส่วนตัวขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างใจเย็น สายตากวาดมองทะเบียนรถกระบะเก่าๆ ของอีกฝ่ายที่จอดขวางหน้าร้านอยู่
"...ผมจะแจ้งข้อหาบุกรุกและก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ พร้อมกับประสานให้ทางเทศบาลมายกรถคันเก่งของคุณไปตรวจสอบเรื่องภาษีและสภาพรถที่อาจจะไม่ผ่านตรอ.ด้วยดีไหมครับ?"
คำขู่ที่มาพร้อมกับอำนาจมืดและช่องทางกฎหมายที่เฉียบขาด ทำให้ลุงสมชายหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม รีบดึงชายเสื้อภรรเยาแรงๆ
"ยายสำเนียง... กลับเถอะวะ ท่าทางไอ้หมอนี่ไม่ใช่เล่นๆ ดูท่าทางมันดิ... กูว่ามันเอาจริงแน่" ลุงสมชายกระซิบเสียงสั่น
"แกจะกลัวอะไรวะ! มันก็แค่..."
"หนึ่ง..." ศิลาเริ่มนับถอยหลัง น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"เออ! ฝากไว้ก่อนเถอะนังริน แกกับไอ้หน้าตัวเมียนี่อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างสงบสุขเลย!" ป้าสำเนียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะสะบัดก้นเดินฟึดฟัดออกไปจากร้าน โดยมีลุงสมชายวิ่งตามตูดลนลานแทบไม่ทัน
เสียงปิดประตูรถดังปัง ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์เร่งหนีออกไปอย่างทุลักทุเล สร้างเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของลูกค้าในร้าน รินรดายิ้มบางๆ หันไปมองชายหนุ่มข้างกาย
"ขอบคุณนะครับผู้กอง... ถ้าไม่ได้คุณ ป้าแกคงอาละวาดจนลูกค้าหนีหมดแน่เลย"
ศิลาก้มมองหญิงสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึก เขายื่นมือหนาไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ "เรื่องแค่นี้เองครับ... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มารังแกคุณทั้งนั้นในอาณาเขตของผม"
บรรยากาศหวานชื่นกำลังก่อตัว ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะอยู่นั้นเอง เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านก็ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของแขกยามวิกาลผู้ไม่คาดฝัน
ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับก้าวเข้ามา ชายคนนั้นถอดแว่นตากันแดดออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ละม้ายคล้ายคลึงกับรินรดาอย่างน่าตกใจ ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองไปรอบร้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของเชฟสาว
"เจอตัวสักที... คุณหนูตระกูลอัคร The Real Heir คนจริงแห่งตระกูลที่พวกมันตามหา ท่านประธานใหญ่สั่งให้ผมมารับคุณกลับบ้านครับ"
ร่างของรินรดากระตุกวูบ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำประกาศกร้าวที่พลิกผันชีวิตสโลว์ไลฟ์ของเธอไปตลอดกาล!
---
(โปรดติดตามตอนต่อไปครับ)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจเสมอมานะครับ
เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่•ตอนที่ 17
ศิลาออกโรง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวร้านลับกับนายทหารที่ขอฝากท้องไว้ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!