กับข้าวร้านข้างทางกับคุณชายผู้ไม่แตะของแปลก•ตอนที่ 1

มรดกที่เป็นแค่เพิงสังกะสี

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงเอกสารตบลงบนโต๊ะไม้สักเก่าจนฝุ่นคละคลุ้ง ไม่ได้ดังเท่าเสียงหัวเราะเยาะในลำคอของป้าอรุณ "เพิงสังกะสีผุๆ กับเตาถ่านเขม่าจับหนาเตอะนี่นะ ที่พ่อแกยกให้เป็นมรดกชิ้นสุดท้าย? รินรดา... แกจบถึงปริญญาโทบริหารจากเมืองนอก แต่สุดท้ายต้องมานั่งพัดเตาถ่านขายข้าวแกงถุงละสี่บาทสิบลอยหน้าลอยตาอยู่ริมถนนเนี่ยนะ น่าสมเพชเป็นบ้า!" รินรดายังคงก้มหน้าใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบน้ำมันบนเคาน์เตอร์สแตนเลสอย่างใจเย็น ท่าทางของเธอนิ่งสนิทราวกับไม่ได้ยินคำดูถูกเหยียดหยามจากผู้เป็นป้าแท้ๆ และเหล่าญาติพี่น้องที่ยืนล้อมวงกันเข้ามาในร้านราวกับแร้งทึ้งซากสัตว์ เธอวางผ้าลงอย่างนิ่มนวล เงยหน้าขึ้นสบตาป้าอรุณด้วยแววตาเรียเฉยแต่คมกริบ ปลายจิ้มลิ้มแย้มรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "ถ้ามรดกเพิงสังกะสีผุๆ นี้มันไร้ค่าในสายตาป้า ทำไมพวกท่านถึงต้องยกโขยงกันมาแห่แหนถึงหน้าร้านตั้งแต่วันแรกที่ฉันรับมอบพินัยกรรมด้วยล่ะครับ... อ้อ ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่า มาดูลาดเลาเพื่อเตรียมฮุบที่ดินแปลงนี้ไปขายให้ นายทุนนายหน้า มากกว่ากระมังครับ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ นุ่มนวล แต่ทิ่มแทงทะลุไปถึงกระดูกดำของคนฟัง ป้าอรุณหน้าซีดเผือดสลับแดงก่ำด้วยความโกรธ ปรี่เข้ามาหมายจะชี้หน้าด่าทอ แต่ทว่า... เสียงก้าวตึงตังของรองเท้าหนังขัดมันวับอย่างดีตัดผ่านเสียงจอแจของถนนด้านนอก เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูร้านพอดี ร่างสูงโปร่งในชุดสูทผ้าไหมอิตาลีสั่งตัดเข้ารูปของคุณภาคินก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรินรดาโดยไม่ต้องมีคำเชิญ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมแบรนด์หรูผสมผสานกับกลิ่นอายความสุขุมเยือกเย็นแผ่ซ่านกดดันให้บรรยากาศในร้านเงียบกริบลงทันตาเห็น คุณภาคินปรายตามองกลุ่มญาติผู้หิวเงินด้วยหางตา ราวกับพวกเขากำลังมองฝุ่นผงใต้รองเท้า "ภรรยาผมจะบริหารร้านอาหารริมทางหรือเปิดภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์ มันก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมตามพินัยกรรมที่เซ็นรับรองโดยทนายความประจำตระกูลเรียบร้อยแล้ว" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ แต่เฉียบขาดจนป้าอรุณและคนอื่นๆ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "หากพวกคุณยังมีเวลาว่างมาจุ้นจ้านเรื่องทำมาหากินของคนอื่น ผมเกรงว่าคดีฉ้อโกงที่ดินมรดกเมื่อสามปีก่อนที่ผมเพิ่งให้ทนายส่วนตัวรวบรวมหลักฐานเสร็จเมื่อเช้า คงต้องรีบนำไปส่งให้ตำรวจกองปราบรับไว้พิจารณาเสียหน่อยแล้วกระมังครับ" สีหน้าของญาติๆ เปลี่ยนเป็นซีดขาวเป็นไก่ต้มในพริบตา ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักแง่เดียวเมื่อเจอสายตาดุดันคู่นั้นกวาดมอง รินรดาลอบยิ้มมุมปาก เธอหันไปสบตากับสามีสายเปย์ที่คอยส่งสายตาอบอุ่นและมือหนาเอื้อมมาบีบมือเธอเบาๆ ใต้เคาน์เตอร์เพื่อส่งกำลังใจ ก่อนที่เธอจะหันกลับมาหยิบกระบวยทองเหลืองเคาะลงบนขอบหม้อแกงเขียวหวานเนื้อน่องลายที่เพิ่งเคี่ยวจนเดือดพล่าน ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของกะทิสด ใบโหระพา และเครื่องแกงตำมือสูตรโบราณที่ลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งตรอกซอกซอย กระจายความยั่วยวนจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงักและสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ บนพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าแคบๆ ที่กำลังจะสั่นสะเทือนวงการอาหารข้างทางให้ลุกเป็นไฟ ทว่า ท่ามกลางกลิ่นอายความอร่อยที่กำลังเย้ายวนใจผู้คน ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะไม้หนักๆ สามครั้งที่หน้าประตูกระจกเก่าคร่ำคร่าก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างเงาสูงโปรงในชุดคลุมสีดำสนิทและใบหน้าที่ถูกบังด้วยฮู้ดลึกจนมองไม่เห็นแววตา ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ พร้อมกับวางปิ่นโตทองเหลืองโบราณลวดลายแปลกประหลาดลงตรงหน้าสลักคำพูดสั้นๆ เสียงแหบพร่าว่า... "ฉันมาทวงคืน 'วัตถุดิบ' ที่ตระกูลพวกแกเคยขโมยไปเมื่อสิบปีก่อน" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางบทแรกไปกับ "กาแฟโบราณแก้วโต" นะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวร้านข้างทางกับคุณชายผู้ไม่แตะของแปลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%