เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์•ตอนที่ 1

ฟื้นตื่นในร่างสวะ

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ คละคลุ้งผสมกับกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บฟืนเก่า ๆ น้ำหนักนับร้อยชั่งราวกับถูกกดทับลงบนแผ่นอก ทั้งที่ในอดีต เพียงแค่ลมหายใจเดียวของข้า—หลี่มู่เฉิน—ก็สามารถสั่นสะเทือนปฐพีและบดขยี้ดาราให้ดับสูญได้แล้ว แต่ทว่าเวลานี้ เปลือกตากลับหนักอึ้งดั่งถูกผนึกด้วยยันต์เหล็กหมื่นปี "ไอ้สวะมู่เฉิน ยังไม่ตายอีกหรือวะ?" เสียงถีบประตูไม้ผุพังดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นและหยากไย่ร่วงหล่นลงมาประพรมใบหน้าซีดเซียว ร่างของเด็กหนุ่มอายุราวสิบหเจ็ดปีถูกกระชากคอเสื้อขึ้นอย่างไม่ไยดี แรงปะทะทำให้กระดูกซี่โครงที่เพิ่งประสานกันส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าสู่ประสาทสัมผัส เป็นความเจ็บปวดที่แท้จริง... เจ็บปวดจนยืนยันได้ว่าวิญญาณของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ได้ตกลงมาอยู่ในร่างของ 'ขยะไร้ค่า' ประจำตระกูลหลี่เข้าเสียแล้ว หลี่มู่เฉินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มันว่างเปล่า ทว่าล้ำลึกดั่งห้วงมหาสน และคมกริบราวกับคมกระบี่โบราณที่เพิ่งถูกชักออกจากฝักหลังจากหลับใหลมานับกัป ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือ 'หลี่หู่' ศิษย์สายนอกผู้มีพลังปราณรวบรวมลมปราณขั้นที่สาม ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยยิ้มเยาะหยัน ในมือถือกระบองเหล็กไร้ค่าเล่มหนึ่ง สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูแคลนระคนสมเพช "มองหน้าข้าหรือ? เจ้าสวะ! แกคิดว่าตัวเองยังเป็นคุณชายรองผู้มีพรสวรรค์รึไง? สามปีที่ผ่านมา จุดตันتียน (จุดศูนย์กลางพลังปราณ) ของแกแตกสลาย กลายเป็นไอ้โง่งั่งที่แม้แต่สัตว์อสูรขั้นต่ำยังรังเกียจ วันนี้ท่านประมุขสั่งให้มาเก็บกวาดขยะอย่างแกออกจากเรือนพักตระกูลหลัก ไสหัวไปซะ!" หลี่หู่สะบัดมืออย่างแรง ปล่อยให้ร่างของหลี่มู่เฉินร่วงกระแทกพื้นดินเย็นเฉียบ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกลุ่มผู้ติดตามดังระงมไปทั่วบริเวณ พวกเขาล้วนเป็นศิษย์สายนอกที่เคยต้องก้มหัวให้หลี่มู่เฉินในอดีต ยามนี้เมื่อสภาวะพลิกผัน ความอิจฉาริษยาและปมด้อยในอดีตจึงถูกระบายออกมาเป็นความเหี้ยมเกรียม หลี่มู่เฉินไม่ส่งเสียงร้องโودยสักแอะ เขายันกายลุกขึ้นช้า ๆ ปัดฝุ่นบนอาภรณ์ขาดวิ่นอย่างไม่ใส่ใจ ท่าทีที่สงบนิ่งผิดวิสัยทำให้หลี่หู่ขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด "เจ้า... เจ้ากล้าเมินข้าหรือ!" หลี่หู่คำรามด้วยความขัดเคือง ยกกระบองขึ้นชี้หน้า "วันนี้ถ้าไม่สั่งสอนให้สำเหนียกถึงฐานะของตนเอง เกรงว่าแกคงลืมไปแล้วว่าที่นี่ใครคือนาย!" สิ้นเสียง หลี่หู่ซัดฝ่ามือเคลือบปราณกระแทกเข้าที่หัวไหล่ของหลี่มู่เฉินทันที หวังจะให้กระดูกหัวไหล่แหลกละเอียดเพื่อสั่งสอนความเย่อหยิ่งที่เหลืออยู่ *เปรี้ยง!* ลมพายุหมุนวนรอบหมัด ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แววตาของหลี่มู่เฉินก็เปลี่ยนไป... ไม่ใช่แววตาของเด็กหนุ่มไร้ค่า แต่เป็นสายตาของพญาอินทรีที่มองมดปลวก ฝ่ามือที่พุ่งเข้ามาในสายตาของอดีตมหาเทพนั้นช้าเสียยิ่งกว่าเต่าคลาน จุดชีพจรและการไหลเวียนของลมปราณในร่างของหลี่หู่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของหลี่มู่เฉินอย่างชัดเจนราวกับแผนที่ *แปะ.* นิ้วเรียวยาวราวกับหยกขาวของหลี่มู่เฉินยื่นออกไปแตะเข้าที่จุด 'เสี้ยวมู่' ใต้ข้อศอกของหลี่หู่โดยไม่ใช้แรงแม้แต่น้อย "อัก...!" หลี่หู่เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ปราณรวบรวมลมปราณที่กำลังโหมกระหน่ำพลันสะท้อนกลับเข้าสู่ร่างตนเองอย่างรุนแรง เส้นชีพจรชาดิ่งตั้งแต่ปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงหัวไหล่ ร่างกำยำเซถอยหลังไปหลายก้าว ล้มลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้นด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "เป็นไปได้ยังไง! ปราณของข้า... ทำไมมันถึง..." หลี่หู่หน้าซีดเผือด หวาดกลัวจนตัวสั่นเทา เขามองเด็กหนุ่มตรงหน้าประหนึ่งเห็นภูตผีปีศาจ ทั้งที่อีกฝ่ายไร้ซึ่งเส้นลมปราณมาสามปีเต็ม เหตุใดเพียงแค่การสะكتครั้งเดียว จึงทำให้เขาเกือบพิการได้เล่า? หลี่มู่เฉินก้าวเดินเข้าไปหาช้า ๆ ฝ่ายตรงข้ามถอยรูดโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทุ้มนุ่ม เย็นชา และทรงอำนาจจนกดทับบรรยากาศรอบกายให้หนักอึ้ง "สวะอย่างนั้นรึ?" มุมปากของหลี่มู่เฉินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่หาได้ยากยิ่ง "ในสายตาของข้า เจ้าก็เป็นเพียงแค่มดปลวกที่ส่งเสียงน่ารำคาญตัวหนึ่งเท่านั้น... ไสหัวไป ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจปลิดชีวิตพวกเจ้าตรงนี้" รัศมิ์กดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่เล็ดลอดออกมาจากร่างผอมบางนั้น ทำให้กลุ่มผู้ติดตามของหลี่หู่ถึงกับเข่าอ่อน พวกมันรีบพยุงหลี่หู่ที่ยังคงตื่นตระหนกวิ่งหนีออกไปจากเรือนร้างอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความระทึกที่ยังคงค้างคาในอากาศ หลี่มู่เฉินถอนหายใจเบา ๆ เขานั่งขัดสมาธิลงบนพื้น หลับตาลงเพื่อสำรวจร่างกาย ร่างกายนี้อ่อนแอยิ่งนัก จุดตันตียนพังทลาย เส้นชีพจรถูกพิษสะสมมานานหลายปี หากเป็นคนทั่วไปคงสิ้นใจไปนานแล้ว แต่สำหรับผู้ที่เคยผ่านมหาสงครามสวรรค์และครอบครองเคล็ดวิชา 'กระบี่กลืนดารา' การฟื้นฟูจุดตันตียนไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ "ฟ้าดินไม่เมตตา ข้าก็จะฝืนฟ้าดิน ลิขิตสวรรค์หรือ? ข้าผู้นี้แหละจะใช้กระบี่ในมือเฉือนมันให้ขาดเป็นสองท่อน!" ขณะที่หลี่มู่เฉินกำลังโคจรวิถีปราณเพื่อดูดซับพลังธรรมชาติรอบตัว ทันใดนั้น ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยปลอดโปร่งกลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน สายฟ้าสีครามคำรามลั่นสั่นสะเทือนปฐพี ราวกับสวรรค์รับรู้ถึงการตื่นขึ้นของตัวตนที่มันไม่ควรปล่อยให้มีชีวิตรอด และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้านุ่มนวลแต่หนักแน่นดั่งก้าวอยู่บนยอดเขาน้ำแข็งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนพัก กลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่คุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามา พร้อมกับเสียงกระบี่สั่นพ้องในฝักราวกับดีใจที่ได้พบเจ้านาย... เงาร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายด้วยด้ายเงินรูปกระบี่คู่ ยืนสง่างามอยู่ตรงกรอบประตู แสงจันทร์สาดส่องลงมาสะท้อนใบหน้างดงามล่มเมืองที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับสั่นระริกยามที่มองมายังเด็กหนุ่มบนพื้น "เซียน... เฟยหลัน?" หลี่มู่เฉินพึมพำชื่อนี้แผ่วเบา ขณะที่ศิษย์พี่หญิงผู้สูงศักดิ์ผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งแห่งนิกายกระบี่สวรรค์ กลับก้าวเข้ามาหาเขาด้วยก้าวที่สั่นเทา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือปนความแค้นเคือง "มู่เฉิน... เจ้ายังไม่ตายจริง ๆ ด้วย... คนตระกูลหลี่ประกาศว่าเจ้าตายแล้ว ข้า... ข้าเกือบจะสังหารพวกมันทั้งหมดเพื่อล้างแค้นให้เจ้าแล้วรู้หรือไม่!" .................................................................................. ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับมหากาพย์บทใหม่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่คลั่งรัก หนี้แค้นสวรรค์ทวงคืนบัลลังก์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%