"นาฬิกาในห้องอัดไม่ได้เดินช้าลงหรอกครับ คุณรวินท์... แต่เป็นคุณต่างหากที่ปล่อยให้เวลาของคนอื่นไร้ค่า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาจนติดลบดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องอัดกันเสียงบานใหญ่เปิดออก คิมหันต์นั่งไขว่ห้างอยู่หลังแผงควบคุมเสียง (Mixing Console) แสงไฟนีออนสีส้มอมแดงจากสตูดิโอสะท้อนกับกรอบแว่นสายตาโลหะคมกริบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้เงยขึ้นมองผู้มาใหม่ทันทีด้วยซ้ำ ราวกับว่าการรอคอยคนตรงหน้าเป็นเรื่องเสียเวลาที่สุดในตารางชีวิตของโปรดิวเซอร์มือทองแห่งปี
เรย์ (รวินท์) หอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายจากการวิ่งฝ่ารถติดมหาสนัดกลางกรุงมาครึ่งค่อนวัน แต่แทนที่จะกล่าวขอโทษตามมารยาทคนมาสาย ศิลปินหนุ่มอินดี้กลับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ปลดกระเป๋าเป้สะพายข้างลงมากระแทกกับโซฟาหนังสีดำเสียงดังสนั่น
"รถติดครับคุณโปรดิวเซอร์ หรือว่าสมองส่วนการคำนวณเวลาของคุณมันเสื่อมสภาพไปตามเรตติ้งค่ายเพลง ถึงได้ลืมไปว่ากรุงเทพฯ ฝนตกสิบนาทีก็กลายเป็นอัมพาตได้ทั้งเมือง" เรย์สวนกลับทันควัน เสียงใสแต่เจือความกวนประสาทอย่างเต็มพิกัด ดวงตากลมโตจ้องตรงไปยังร่างสูงที่นั่งอยู่หลังกระจกใสกันเสียงอย่างไร้ความเกรงกลัว
คิมหันต์ชะงัก นิ้วเรียวยาวที่กำลังเลื่อนปุ่มเฟดเดอร์ (Fader) หยุดชะงักลง เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ปรับแว่นเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกก้าวออกมาจากหลังแผงคอนโซล ท่าทางคุกคามและออร่าความกดดันแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องอัดที่เย็นจัดราวกับตู้แช่กลับร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น
"ปากดีไม่เปลี่ยน..." คิมหันต์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเรย์อย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะทะจมูก "จำนนด้วยหลักฐานแล้วยังกล้าเถียง งานเพลงเซสชันนี้ถูกเลื่อนออกไปครึ่งชั่วโมงเต็ม คุณรู้ไหมว่าตารางงานข้างหน้าผมรันต่อเป็นนาที และที่สำคัญ..." โปรดิวเซอร์หนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสันจมูกแทบจะชนกัน สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า "สภาพยับเยินแบบนี้ คุณคิดว่าจะร้องเพลงอารมณ์ไหนออกมาให้คนฟังอินได้ ห๊ะ?"
เรย์ใจเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะประชิดที่ใกล้เกินไปจนทำให้สติกระเจิง ลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายที่รินรดอยู่บนแก้มทำให้เขาต้องแกล้งถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ปลอดภัย แต่ขายาวๆ ของคิมหันต์กลับก้าวตามมาดักทางไว้ ร่างของเรย์จึงถูกต้อนให้ชิดติดกับผนังห้องอัดโดยสมบูรณ์
"สภาพผมมันทำไมครับ?" เรย์เชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "อย่างน้อยผมก็วิ่งมาทำงานด้วยความรับผิดชอบ ไม่ได้นั่งหน้าตึงสั่งนู่นสั่งนี่อยู่แต่ในห้องแอร์เย็นๆ เหมือนคุณนี่ครับ!"
"ความรับผิดชอบเหรอ?" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุด "ความรับผิดชอบของคุณคือการทำให้ผมต้องมานั่งฟังเสียงบ่นจากผู้บริหารเรื่องเดดไลน์อัลบั้มใหม่ของคุณช้าลงงั้นสิ ถ้าฝีมือมันเจ๋งไม่สมกับปากที่เก่งเกินตัว ผมจะถีบคุณออกจากโปรเจกต์นี้คนแรกเลย คอยดู"
"เชิญเลยครับ!" เรย์สวนกลับทันควัน ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ประกายไฟแห่งความดื้อรั้นและแรงผลักดันพุ่งชนกันเปรี๊ยะปร๊ะ "ถ้าคิดว่าหาโปรดิวเซอร์ที่เรื่องเยอะ จู้จี้ และโรคจิตเท่าคุณได้ง่ายๆ ล่ะก็นะ... เชิญเซ็นยกเลิกสัญญาผมได้เลยตอนนี้!"
บรรยากาศในห้องอัดตึงเครียดถึงขีดสุด เจย์ ผู้จัดการส่วนตัวที่แอบยืนหลบมุมอยู่หน้าประตูถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับ รีบก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองหนุ่มก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้
"ใจเย็นๆ ครับคุณคิม คุณเรย์! อย่าเพิ่งเปิดศึกแลกหมัดกันกลางห้องอัดเลยนะครับ สงสารอุปกรณ์มิกซ์เสียงราคาแพงลิบลิ่วของค่ายบ้างเถอะครับ น้า... ถือว่าผมขอ" เจย์ส่งยิ้มแห้งๆ พยายามดึงแขนเรย์ให้ถอยออกมา
คิมหันต์ถอนหายใจยาวเหยียด ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม แต่ดวงตายังคงพราวระยับด้วยความหงุดหงิดปนความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ เขาหันหลังกลับไปเตรียมตัวที่หน้าแผงควบคุมเสียง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ไปใส่หูฟังแล้วเข้าไปในบูธซะ... ผมให้เวลาคุณทำสมาธิอีกสามนาที ถ้าโน้ตตัวแรกเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว วันนี้เราจะได้อยู่ยาวกันจนเช้าแน่"
เรย์กัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ ปรายตามองแผ่นหลังกว้างของโปรดิวเซอร์จอมเผด็จการด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะคว้าหูฟังมอนิเตอร์มาสวมแล้วก้าวเดินกระแทกส้นเท้าเข้าสู่ห้องกระจกด้านในด้วยความฮึดฮัด
ในขณะที่เรย์กำลังยืนปรับขาตั้งไมโครโฟนด้วยความหงุดหงิด สายตาของเขาก็บังเอิญเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนจากกระจกฝั่งตรงข้าม—ไม่ใช่เงาของคิมหันต์ แต่เป็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสเข้ารูปสุดเซ็กซี่ที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องควบคุมเสียงอย่างถือวิสาสะ
มีนารา ศิลปินสาวสวยดาวเด่นร่วมค่าย ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับคิมหันต์ พร้อมกับโน้มตัวลงกระซิบกระซาบบางอย่างข้างหูของโปรดิวเซอร์หนุ่มอย่างสนิทสนมเกินกว่าเหตุ ภาพนั้นทำให้เรย์ที่ยืนอยู่ในบูธถึงกับชะงัก นิ้วที่กำลังจับไมโครโฟนกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกอย่างรุนแรง
คิมหันต์ชำเลืองมองมีนาราแวบหนึ่ง ก่อนที่สายตาคมกริบคู่นั้นจะเลื่อนผ่านกระจกใส... กลับมาสบตาเข้ากับเรย์พอดิบพอดี ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน
ทว่า ก่อนที่เรย์จะได้ทันสะบัดหน้าหนีด้วยความหงุดหงิดที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ คิมหันต์กลับขยับริมฝีปากพูดผ่านไมโครโฟนสตูดิโอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านหูฟังเข้ามาโดยตรง...
"มองอะไรครับ หรือว่าเริ่มหึงโปรดิวเซอร์ของคุณเข้าแล้วล่ะ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความเดือดระอุนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
คุณโปรดิวเซอร์อย่ามาจ้องตาบ่อยสิครับ•ตอนที่ 1
ห้องอัดเดือดระอุ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณโปรดิวเซอร์อย่ามาจ้องตาบ่อยสิครับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
