กลิ่นอับชื้นของดินอายุหลายพันปีผสมผสานกับกลิ่นไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศราคาแพงในห้องปฏิบัติการใต้ดิน คือสิ่งที่ ดร.อคินคุ้นชินมาตลอดทศวรรษ แต่วันนี้... กลิ่นเหล่านั้นกลับเจือจางด้วยหยดเหงื่อที่ซึมตามไรผมของเขาเอง
"คุณกำลังบอกว่า ประวัติศาสตร์ที่เราเรียนกันมาตลอดห้าร้อยปี เป็นเรื่องโกหกคำโตงั้นหรือครับ ดร.อคิน"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เรย์ยืนพิงกรอบประตูกระจกฝ้า ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีชาเข้มตัดกับความดิบเถื่อนของซากโบราณวัตถุนานาชนิด นิ้วเรียวยาวกำลังควงเหรียญทองโบราณเล่นอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะคู่นั้นไม่ได้มองมาที่หน้าของอคิน แต่มันกำลังจดจ้องอยู่ที่วัตถุลึกลับบนโต๊ะทำงาน
อคินไม่ตอบทันที เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก นิ้วมือที่สวมถุงมือยางสีขาวยังคงสั่นเทาเล็กน้อยขณะถือแปรงขนกระรอกปัดเศษดินคราบสุดท้ายออกจากแผ่นศิลาสีดำสนิท แผ่นศิลานั้นไม่ใช่หินทรายหรือหินปูนทั่วไป แต่เป็นหินชนวนภูเขาไฟเนื้อแน่นที่ถูกสลักลวดลายเรขาคณิตอันซับซ้อนเกินกว่าเทคโนโลยีของยุคสำริดจะทำได้
"ประวัติศาสตร์ไม่ได้โกหกครับ เรย์..." อคินเงยหน้าขึ้น สบตากับอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและระแวดระวัง "แต่มันถูก 'ชำระ' ใหม่โดยผู้ชนะต่างหาก และศิลาแผ่นนี้... คือหลักฐานชิ้นแรกที่พวกมันเก็บกวาดไม่หมด"
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันแต่แฝงไว้ด้วยความทึ่ง เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ปะปนเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของอคิน เรย์โน้มตัวลงใช้มือเปล่าแตะขอบศิลาโดยไม่สนถุงมือป้องกัน ทำให้อคินต้องรีบส่งเสียงปราม
"ระวัง! คราบเหงื่อจากมือคุณอาจทำลายสารเคลือบ..."
"ปล่อยเถอะน่า ดร.อคิน" เรย์พูดแทรก น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "ของพวกนี้ผ่านกาลเวลามาเป็นพันปี ผ่านฝน ผ่านดิน ผ่านสงครามมาได้ มันไม่เปราะบางขนาดสลายกลายเป็นผุยผงเพียงเพราะปลายนิ้วสัมผัสหรอกครับ... อีกอย่าง สิ่งที่คุณสนใจคือเรื่องราวบนศิลา ไม่ใช่ตัวหินเสียหน่อย"
อคินขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามกระตุก เขารู้ดีว่าเรย์พูดถูก แต่วิถีปฏิบัติของนักโบราณคดีสายอนุรักษ์นิยมอย่างเขากับนักล่าโบราณวัตถุรับจ้างอย่างเรย์นั้นอยู่คนละขั้ว อคินมองว่าอดีตคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษา แต่มันสมองระดับอัจฉริยะที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี้ กลับมองว่าอดีตคือสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงลิ่วในตลาดมืด
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องปฏิบัติการชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องกรองอากาศที่ทำงานแข่งกับเสียงหัวใจของอคิน
สายตาของเรย์ไล่กวาดไปตามอักขระแปลกประหลาดบนแผ่นศิลา รอยหยักและเส้นสายเหล่านั้นไม่ใช่อักษรคูนิฟอร์ม ไม่ใช่อักษรอียิปต์โบราณ และไม่ใช่ภาษากรีก สัญลักษณ์แต่ละตัวมีความโค้งเว้าคล้ายวงจรไฟฟ้า แต่ถูกสลักด้วยความประณีตระดับไมโคร
"น่าสนใจ..." เรย์พึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาววับอย่างนักล่าที่พบรอยเท้าเหยื่อ "นี่ร่องรอยการหลอมโลหะผสมไทเทเนียมในยุคก่อนประวัติศาสตร์ชัดๆ ถ้าภาพนี้หลุดออกไปถึงมือพวกกลุ่มนายทุนพลังงาน ทฤษฎีวิวัฒนาการของมนุษย์คงพังทลายลงภายในชั่วข้ามคืน... และกระเป๋าของเราคงตุงพอกัน"
"ผมไม่ใช่พวกหน้าเงินแบบคุณ เรย์" อคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นจนเกือบเป็นคำราม "ผมต้องการความจริง... ความจริงที่อาจารย์ของผมต้องแลกด้วยชีวิตเมื่อสามปีก่อน!"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นมาคุขึ้นทันที อคินยังคงฝังใจกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ไซต์งานขุดค้นโบราณสถานลึกลับทางตอนใต้ ซึ่งคร่าชีวิตอาจารย์ที่เคารพรักไปอย่างไร้ร่องรอย ทางการสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุจากดินถล่ม แต้อคินรู้ดีว่าร่องรอยการงัดแงะและรอยกระสุนปืนบนโครงกระดูกไม่เคยโกหกใคร
เรย์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า 'อาจารย์' แววตาที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันบางเบาและเยือกเย็นกว่าเดิม
"คุณยังคิดว่าการตายของอาจารย์คุณเป็นฝีมือของ 'องค์กรนั้น' อีกหรือครับ ดร.อคิน?" เรย์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนอคินต้องเอนตัวหนี "บางที... สิ่งที่คุณกำลังตามหา อาจไม่ใช่ความยุติธรรม แต่อาจเป็นแค่ความรู้สึกผิดที่ช่วยเขาไว้ไม่ทันต่างหาก"
คำพูดนั้นแทงใจดำอคินเข้าอย่างจัง มือของเขาเกร็งแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า แต่เขาก็ต้องสะظمอารมณ์ไว้เมื่อเรย์ยกมือขึ้นห้ามปราม พร้อมกับใช้นิ้วชี้แตะลงไปที่สัญลักษณ์ตรงกลางแผ่นศิลา
"ช่างเรื่องอดีตก่อนเถอะครับ ดร.อคิน เพราะตอนนี้... เรากำลังจะมีปัญหาใหญ่กว่านั้น"
"ปัญหาอะไร?" อคินขมวดคิ้วด้วยความไม่ไว้วางใจ
"คุณคิดว่า ทำไมศิลาแผ่นนี้ถึงถูกซ่อนไว้ใต้ซากปรักหักพังที่ไม่มีใครสนใจจะสำรวจมาเป็นร้อยปี?" เรย์ถามเสียงเบาลง ราวกับกลัวว่าจะมีใครแอบฟังอยู่หลังกำแพง "และ... ทำไมร่องรอยการขุดเจาะรอบๆ ตัวห้องนี้ ถึงเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เราจะมาถึง"
อคินหันขวับไปมองหน้าจอมอนิเตอร์ที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดรอบอาคารโบราณสถาน ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นความผิดปกติที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบสะดุด
ไม่มีสัญญาณภาพจากกล้องภายนอก... ทุกจอตัดเป็นสีดำสนิท
พร้อมกันนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกัน และแสงไฟฉายที่สาดส่องลอดใต้ประตูกระจกเข้ามาทีละน้อย
เรย์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ หยิบปืนพกกระบอกเล็กสีดำด้านออกจากเสื้อสูทรวดเร็วอย่างมืออาชีพ แล้วโยนอีกกระบอกมาทางอคิน ซึ่งอคินรับไว้ตามสัญชาตญาณโดยอัตโนมัติ
"ดูเหมือนว่า... จะมีคนอยากได้ 'ศิลาที่อ่านไม่ออก' แผ่นนี้มากกว่าที่เราคิดเสียแล้วล่ะครับ, ดร.อคิน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนาครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
ศัสตราสูญและพยานไร้เงา•ตอนที่ 1
ศิลาจารึกที่อ่านไม่ออก
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราสูญและพยานไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!