นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต•ตอนที่ 26

หมากเกมสุดท้าย

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
เสียงปรบมือแปะๆ สองครั้งดังขึ้นในความมืดของห้องสอบสวนใต้ดิน มันไม่ได้สื่อถึงความชื่นชม แต่มันคือเสียงเยาะเย้ยถากถางที่ดังสะท้อนผ่านผนังคอนกรีตเปลือยเปล่า รวินท์นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะเหล็กสีเทา ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่เดิมไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับกำลังมองชายหนุ่มผู้สวมสูทเนียบกริบตรงหน้าด้วยสายตาของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังจ้องมองเชื้อโรคใต้กล้องจุลทรรศน์ เชื้อโรคที่กำลังคิดว่าตัวเองคือนักล่า "คุณคิดว่าหลักฐานชิ้นนั้นจะมัดตัวผมได้จริงๆ หรือครับ รวินท์" เสียงทุ้มต่ำของผู้ต้องสงสัยเอ่ยขึ้น รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงรักษาความเย่อหยิ่งไว้ได้เป็นอย่างดี ดร.ภาคิน แพทย์นิติเวชผู้เพียบพร้อมและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องตลอดหเดือนที่ผ่านมา เขากำลังโน้มตัวไปข้างหน้า มือทั้งสองประสานกันบนโต๊ะท่าทางผ่อนคลายราวกับมาร่วมประชุมสัมมนาวิชาการ ไม่ใช่การสอบสวนข้อหาฆาตกรรมอำพราง รวินท์ไม่รีบร้อนตอบ เขายกแฟ้มเอกสารคดีขึ้นมาเปิดผ่านๆ ทีละหน้า เสียงกระดาษพลิกดังสลับกับเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเครื่องปรับอากาศ มันคือจิตวิทยาขั้นพื้นฐานในการสร้างความกดดัน—ความเงียบคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดเมื่อใช้อย่างถูกจังหวะ "ดร.ภาคินครับ" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังปรึกษาเรื่องดินฟ้าอากาศ "คุณเป็นแพทย์นิติเวชที่มีชื่อเสียง ผ่าศพมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามร้อยศพ รู้จักโครงสร้างกระดูก เส้นประสาท และจุดตายของมนุษย์ดีกว่าใครในกรมตำรวจแห่งนี้... แต่คุณกลับหลงลืมข้อเท็จจริงทางจิตวิทยาที่สำคัญที่สุดไปอย่างหนึ่ง" ดร.ภาคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มแข็งกระด้างขึ้นทีละน้อย "จิตวิทยาอะไรกันครับ? อย่ามาใช้จิตวิทยาตื้นๆ มาโน้มน้าวผมเลย" "จิตวิทยาแห่งความเคยชินครับ" รวินท์วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเลื่อนภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุแผ่นสุดท้ายไปตรงหน้าอีกฝ่าย "คุณฉลาดมากที่เลือกใช้สารพิษที่สลายตัวได้ง่ายในอุณหภูมิห้อง ทำให้ตำรวจมองข้ามร่องรอยการฆาตกรรมไปและคิดว่าเป็นอุบัติเหตุหัวใจวายเฉียบพลัน... แต่คุณรู้ไหมครับว่าทำไมคุณถึงพลาดในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้" นิ้วเรียวยาวของรวินท์เคาะเบาๆ ลงบนภาพถ่ายรอยเข็มฉีดยาขนาดจิ๋วที่ซอกคอของเหยื่อรายล่าสุด "ความสมบูรณ์แบบคือคำสาปครับ" รวินท์เงยหน้าสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "ในฐานะแพทย์มืออาชีพ มือของคุณนิ่งพอที่จะแทงเข็มลงไปโดยไม่ให้กล้ามเนื้อฉีกขาด แต่เพราะคุณทำมันซ้ำๆ ด้วยมุมองศาเดิมอย่างไร้ที่ติ รอยช้ำใต้ผิวหนังจึงสะท้อนทิศทางของมือขวาที่เอียงทำมุม 45 องศาเสมอ... ซึ่งมันตรงกับท่านั่งตรวจคนไข้ของคุณพอดิบพอดี ไม่ใช่ท่านั่งของฆาตกรที่จู่โจมจากด้านหลังอย่างที่รายงานเท็จของคุณระบุไว้" ดร.ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ "ข้อสันนิษฐานลอยๆ แบบนี้ ใช้ในชั้นศาลไม่ได้หรอกครับ มันเป็นแค่ความบังเอิญทางสถิติ" "ผมไม่ได้ใช้แค่ความบังเอิญครับ" รวินท์กดเสียงต่ำลงเล็กน้อย ดึงบรรยากาศรอบตัวให้ดิ่งลึกยิ่งขึ้น "และผมก็ไม่ได้ทำงานคนเดียวด้วย" ทันใดนั้น ประตูห้องสอบสวนก็เปิดออก รินรดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม เธอนำแฟ้มเอกสารอีกชุดวางลงบนโต๊ะข้างๆ รวินท์ ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นมองตรงไปยังดร.ภาคินด้วยประกายแสงที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับทำให้แพทย์หนุ่มถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาหายวับไปในพริบตาเมื่อเห็นว่าเธอนำอะไรมาด้วย "บันทึกการทำธุรกรรมทางการเงินของบัญชีลับในต่างประเทศ... และเสื้อผ้าเปื้อนคราบ DNA ของเหยื่อที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นห้องผ่าตัดของคุณ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบAเรียบ เย็นเยียบราวกับสายลมหนาวพัดผ่านยอดเขา "คุณต้องการคำอธิบายเชิงสถิติเพิ่มเติมไหมคะ... หรือจะให้ฉันบอกด้วยว่า คุณซ่อนอาวุธสังหารไว้ที่ไหน?" สีหน้าของดร.ภาคินเผือดสีลงอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม ความมั่นใจทั้งหมดที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เขากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อกรามปูดโปน มือที่เคยประสานกันอย่างมั่นใจเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยภายใต้โต๊ะ "พวกคุณ... พวกคุณรู้ได้ยังไง..." เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างควบคุมไม่ได้ รวินท์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แววตาคมกริบมองเหยื่อที่ติดกับดักอย่างสมบูรณ์ "เพราะฆาตกรที่ฉลาดที่สุด มักจะประเมินความสามารถของเหยื่อต่ำเกินไปเสมอ... และลืมไปว่า ทุกร่องรอยที่คุณพยายามลบ มันทิ้งร่องรอยใหม่ที่ชัดเจนกว่าเดิมไว้เบื้องหลังเสมอครับ" บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงชั่วขณะ เสียงหายใจหอบถี่ของดร.ภาคินดังสะท้อนก้อง รวินท์เตรียมจะเอמהนสรุปสำนวนเพื่อปิดคดีขั้นเด็ดขาด ทว่าในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างกระจกนิรภัยด้านหลังห้องสอบสวนก็เกิดรอยร้าวขึ้นอย่างฉับพลัน! เปรี้ยง! เสียงกระสุนนัดปริศนากระทบกระจกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับระบบไฟฟ้าภายในอาคารทั้งหมดที่ดับวูบลงในเสี้ยววินาที ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องสอบสวนทันที ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบวาบ หน้าต่างสถานะสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าของรวินท์โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัวอย่างเฉียบพลัน [แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบสัญญาณแทรกแซงจากองค์กรภายนอก] [เป้าหมายหลักกำลังตกอยู่ในอันตราย บอสลับเบื้องหลัง "องค์กรเงา" ปรากฏตัวแล้ว] ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอดนะครับ และเตรียมพบกับบทสรุปอันเข้มข้นในตอนถัดไปได้เลยครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิเคราะห์อาชญากรรมสายเนิร์ดกับพยานสาวผู้เห็นภาพนิมิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%