อัลกอริทึมรักฉบับนักวิเคราะห์กับยัยศิลปินนอกกรอบ•ตอนที่ 9

ร่องรอยของอดีต

ผลงานโดย ดาริกาส่องแสง
“คุณกำลังใช้ตรรกะคำนวณความรู้สึกของฉันอยู่ใช่ไหมคะ, คุณธาม?” น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้ราบเรียบเหมือนเช่นเคย แต่มันเจือไปด้วยรอยสั่นพร่าเล็กน้อย ยามที่เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้สวมแว่นกรอบทองคนนั้น แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ ‘The Algorithmic Canvas’ ส่องกระทบเข้ากับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าในมือของเขา เอกสารที่ถูกเปิดคาไว้ที่หน้าประวัติการจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของเธอเมื่อห้าปีก่อน—งานที่ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยว่า ‘ความล้มเหลวระดับมหภาค’ ธามขยับแว่นตานิ่ง ดวงตาคู่คมหลังเลนส์กระจกสะท้อนตัวเลขและกราฟสถิติที่เขาใช้เวลาตลอดคืนวิเคราะห์มันอย่างละเอียด เขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้อารมณ์มาเหนือเหตุผล แต่วินาทีนี้ เขากลับรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกแปลกประหลาดบางอย่างในอก เมื่อเห็นปลายพู่กันในมือของหญิงสาวสั่นน้อยๆ “ผมไม่ได้กำลังคำนวณความรู้สึกของคุณครับ... เอ๊ย, ค่ะ” ธามเผลอหลุดคำพูดที่เคยชินออกไปก่อนจะรีบแก้ด้วยน้ำเสียงสุขุม “สิ่งที่ผมกำลังทำคือการวิเคราะห์ ‘รูปแบบความล้มเหลว’ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับโปรเจกต์ปัจจุบันต่างหาก ริน... ข้อมูลดิบในอดีตบอกว่าคุณสูญเสียเงินลงทุนไปถึงเจ็ดหลัก และมีผู้ชมน้อยกว่าสิบคนในวันเปิดงาน นั่นคือตัวเลขจริงที่ไม่ว่าใครก็ลบมันไม่ได้” “แต่คุณก็กำลังลบหัวใจของฉันทิ้งไปเหมือนกันนะคะ!” รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับต้องการเว้นระยะห่างจากอัลกอริทึมเคลื่อนที่อย่างธาม ศิลปะสำหรับเธอคือการระบายความเจ็บปวด ความหวัง และเศษเสี้ยววิญญาณลงบนผืนผ้าใบ แต่สำหรับธาม ทุกอย่างถูกย่อยสลายกลายเป็นสเปรดชีตและกราฟพายชาร์ตที่เย็นชา ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน รินรดาก็เคยเป็นเพียงเด็กสาวผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่ เธอทุ่มเทเงินเก็บทั้งหมดที่มี วาดภาพสะท้อนจิตใต้สำนึกชุด ‘เสียงสะท้อนจากความมืด’ ออกมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทว่า โลกแห่งความจริงกลับโหดร้าย วีร่า ภัณฑารักษ์สาวผู้ทะเยอทะยานในขณะนั้น ได้ใช้เครือข่ายข้อมูลและกระแสสังคมเข้ามาบอยคอตต์งานของเธอ โดยอ้างว่างานศิลปะของเธอ ‘ไร้ทิศทางและไม่คุ้มค่าแก่การลงทุนเชิงพาณิชย์’ ภาพวาดทุกชิ้นถูกตีตก ไม่มีแม้แต่เสียงปรบมือ มีเพียงความเงียบงันและหนี้สินที่เธอต้องใช้เวลาหลายปีในการชดใช้ นั่นคือร่องรอยของอดีตที่รินรดาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ชั้นสีอะคริลิกหนาทึบ แต่วันนี้ ธามกลับขุดคุ้ยมันขึ้นมาด้วยความตั้งใจดี... ความหวังดีที่บาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน “คุณคิดว่าฉันอ่อนแอเหรอคะ?” รินรดากลั้นใจถาม เสียงของเธอดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงที่ว่างเปล่า “คุณคิดว่าฉันกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ถึงได้พยายามเข้ามาควบคุมทุกย่างก้าว จัดตารางเวลา แมกระทั่งบอกให้ฉันเปลี่ยนโทนสีในภาพวาดใหม่ เพื่อให้มัน ‘เข้าข่ายอัลกอริทึมตลาด’ ที่คุณคำนวณขึ้นมาอย่างนั้นเหรอคะ” ธามนิ่งเงัดไปครู่ใหญ่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สมองของเขาพยายามประมวลผลคำพูดและสีหน้าของหญิงสาว แต่ครั้งนี้ ระบบตรรกะในหัวกลับรวนเรอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีสมการไหนในโลกที่จะอธิบายความเปราะบางที่งดงามและทรงพลังนี้ได้ “ผมไม่ได้มองว่าคุณอ่อนแอ, ริน” ธามก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ตัวน้อยที่ตื่นตระหนก “ตรงกันข้าม... ผมทึ่งในความยืดหยุ่นของคุณต่างหาก ศิลปินหลายคนเลิกวาดรูปไปตลอดกาลหลังจากล้มเหลวครั้งใหญ่ แต่คุณยังคงยืนหยัดอยู่ตรงนี้ และสร้างสรรค์ผลงานที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ... ที่ผมทำทั้งหมด ไม่ใช่เพราะผมต้องการเปลี่ยนคุณให้เป็นหุ่นยนต์ตามอัลกอริทึม แต่ผมกำลังสร้าง ‘เกราะป้องกัน’ ต่างหาก ผมไม่อยากให้ใครหน้าไหนเอาข้อมูลในอดีตมาทำร้ายคุณได้อีก” คำพูดของธามทำให้รินรดานิ่งงัน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม ปราศจากความเย่อหยิ่ง ปราศจากความเย็นชา มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนออกมาผ่านแววตาคู่นั้น ทว่า ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองจะทันได้คลี่คลายไปในทิศทางที่อบอุ่นขึ้น เสียงแจ้งเตือนข้อความอิเล็กทรอนิกส์จากสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *ติ๊ง!* ธามหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แวบแรกที่เห็นข้อความ ดวงตาคมกริบของนักวิเคราะห์ข้อมูลก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากชายผู้ควบคุมความรู้สึกได้สมบูรณ์แบบเสมอ “มีอะไรเหรอคะ?” รินรดาถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขา ธามเงยหน้าขึ้นมองเธอ ช้าๆ และจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ “ไม่ใช่ฝีมือของผม... และไม่ใช่ระบบของผมด้วย” “คุณหมายความว่ายังไงคะ?” “วีร่า... เธอกำลังเปิดเผยข้อมูลลับชุดสุดท้ายเกี่ยวกับนิทรรศการเมื่อห้าปีก่อนของคุณ” ธามยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอดูกลางอากาศ ข้อความจากระบบฐานข้อมูลกลางของหอศิลป์ระบุหัวข้อข่าวเด่นที่กำลังจะถูกเผยแพร่ในอีกสามนาทีข้างหน้า: *‘นักวาดภาพชื่อดังเบื้องหลังภาพลวงตา: ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ว่าผลงานชิ้นเอกชิ้นปัจจุบัน แท้จริงแล้วคือภาพวาดที่เคยถูกปฏิเสธเมื่ออดีต’* รินรดาหน้าซีดเผือด เลือดในกายเย็นเฉียบ ร่องรอยของอดีตที่เธอพยายามหนี ไม่เพียงแต่ถูกขุดคุ้ย แต่มันกำลังถูกบิดเบือนเพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพ แต่ก่อนที่รินรดาจะได้กล่าวอะไรต่อ ประตูห้องจัดแสดงนิทรรศการก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ ของใครบางคนในรองเท้าส้นสูงที่ดังสะท้อนก้อง “อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะช่วงเวลาซาบซึ้งของพวกคุณหรอกนะคะ” เสียงหัวeเราะเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างของวีร่าที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มแห่งผู้ชนะ เธอมือถือแท็บเล็ตในมือ แกว่งมันไปมาเบาๆ ก่อนจะสบตากับรินรดาด้วยแววตาสมเพช “หวังว่าคุณจะชอบ ‘เซอร์ไพรส์’ ชิ้นนี้นะคะ รินรดา... เพราะคราวนี้ ต่อให้คุณมีนักวิเคราะห์มือฉกาจแค่ไหน ก็ไม่มีทางคำนวณความพินาศครั้งนี้ได้ทันหรอกค่ะ!” ... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ดาริกาส่องแสง" ในตอนนี้และทุกๆ ตอนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดาริกาส่องแสง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับนักวิเคราะห์กับยัยศิลปินนอกกรอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%