กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม•ตอนที่ 21

ทหารพรานกับการเฝ้าระวัง

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าเจ้าคิดว่าการส่งเงาหัวเน่าเฟะมาขู่ขวัญแม่ค้าตลาดชายแดนจะทำให้ข้ากลัว เกรงว่าท่านคงต้องคำนวณราคาสินค้าใหม่เสียแล้วล่ะท่าน!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามบนโต๊ะไม้สักสั่นสะเทือน พิมพ์มาดาไม่แม้แต่จะถอยหลังหนีร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่เพิ่งก้าวย่างเข้ามาในห้องรับรองของค่ายทหารพราน ดวงตากลมโตฉายแวววาววับด้วยความรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ใต้ฮู้ดมืดมนนั้นหุบลงฉับพลันเมื่อเจอความเด็ดเดี่ยวระดับเซียนครัวปะทะเข้าอย่างจัง ร่างสูงใหญ่ของร้อยเอกศิลาก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างภรรยาตัวน้อยกับผู้มาเยือนอย่างเงียบเชียบ ทว่าแผ่รังสีคุกคามจนอากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา มือหนากร้านแดดกุมด้ามปืนพกข้างเอวแน่นโดยไม่ต้องชักออกมาขู่ แค่สายตาดุดั่งพญาเสือโคร่งที่กวาดมองประเมินผู้มาเยือน ก็ทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "ยินดีต้อนรับสู่เขตรับผิดชอบของกองร้อยทหารพรานที่สี่... สหายจากแดนไกล" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่น่ากลัวถึงกระดูกดำ "หวังว่าม้าตัวงามของท่านคงไม่ได้เหยียบย่ำแปลงผักอินทรีย์หลังค่ายจนเสียหาย ไม่อย่างนั้น ต่อให้ท่านมีหัวอีกกี่หัวก็คงไม่พอชดใช้ค่าปุ๋ยหมักของภรรยาผมหรอก" บุคคลในชุดคลุมหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกถูไถ "ร้อยเอกศิลานี่หวงของยิ่งกว่าเสือหวงถิ่นจริงๆ ข้าแค่แวะมาส่ง 'ข่าวสาร' ตามคำสั่งของนายใหญ่เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายกับแม่นางพิมพ์มาดาผู้เลื่องชื่อเรื่องฝีมือทำอาหารแม้แต่น้อย" พิมพ์มาดาแค่นเสียงหึในลำคอ นางก้าวออกมาจากด้านหลังแผ่นหลังกว้างของสามี ดวงตาจ้องเขม็งไปยังชายแปลกหน้า "ข่าวสารหรือหมายหัว? ถ้าเป็นเรื่องลอบวางยาพิษในเครื่องเทศล็อตที่แล้ว ข้าแนะนำให้ท่านกลับไปบอก 'นายใหญ่' ของท่านว่า ฝีมือการปรุงยาพิษยังอ่อนด้อยนัก เทียบไม่ได้กับการเคี่ยวพะโล้ขาหมูสามชั้นของข้าด้วยซ้ำ ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกให้ละเอียดแล้วตุ๋นไฟอ่อนๆ ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าแผนชั่วๆ ของพวกท่านเสียอีก!" คำพูดเหน็บแนมที่เจือกลิ่นอายห้องครัวทำเอาผู้มาถึงกับชะงัก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กระตุกวูบ ชายปริศนาหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ข่าวกรองบอกว่านางเป็นเพียงอดีตเชฟเมืองกรุงที่ผันตัวมาทำเกษตร ไฉนเลยจึงกล้าหาญชาญชัยและปากกล้าถึงเพียงนี้ ศิลาไม่ปล่อยให้จังหวะนี้หลุดมือ ชายหนุ่มพุ่งเข้าประชิดตัวในพริบตาเดียว มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของอีกฝ่ายจนร่างนั้นลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อยด้วยพละกำลังมหาศาล "ข้าไม่มีเวลามาฟังเจ้าเล่นลิ้น หากไม่อยากให้กระดูกทุกท่อนในร่างกายแหลกเหลวคาค่าย คายความจริงออกมาซะว่าใครเป็นคนสั่งการเบื้องหลังเหตุการณ์ลอบวางเพลิงเมื่อสัปดาห์ก่อน" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงและเสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านหน้าต่างค่าย ชายในชุดคลุมพยายามดิ้นรนเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาอย่างน่าขนลุก "ฮี่ๆๆ... พวกท่านคิดว่าจับตัวข้าได้แล้วจะสาวถึงตัวการใหญ่ได้งั้นหรือ? ผิดถนัด... คนพวกนั้นไม่ได้มีแค่คนเดียวหรอก และเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่แค่ชีวิตของแม่นางพิมพ์มาดา..." ร่างนั้นเหลือบสายตาคมกริบมองไปยังกองลังไม้สมุนไพรและเครื่องเทศที่พิมพ์มาดานำมาจาก 'มิติลับ' ซึ่งตั้งอยู่มุมห้อง "แต่พวกมันต้องการ 'เคล็ดลับ' การเพาะปลูกและตำรับอาหารวิเศษที่ทำให้อาหารทุกจานในร้านของเจ้ามีฤทธิ์ฟื้นฟูร่างกายได้ต่างหากเล่า!" สิ้นคำพูด ศิลาตวัดสายตาคมกริบไปที่ภรรบทันที ความลับเรื่องมิติลับและพืชผักวิเศษเป็นสิ่งที่เขารู้และปกป้องด้วยชีวิตมาโดยตลอด การที่คนนอกล่วงรู้ถึงความผิดปกตินี้หมายความว่ามี 'หนอนกระเทือน' หรือสายลับฝังตัวอยู่ในหมู่บ้านชายแดนแห่งนี้อย่างแน่นอน! "จับตัวมันมัดไว้!" ศิลาออกคำสั่งเฉียบขาด ลูกน้องนอกห้องพรูกันเข้ามาล็อกตัวชายปริศนาไว้ในพริบตา พิมพ์มาดายืนนิ่ง ขมวดคิ้วมุ่น สมองอันชาญฉลาดประมวลผลอย่างรวดเร็ว หากเป้าหมายคือเคล็ดลับอาหารและพืชผักในมิติลับของนาง เช่นนั้นผู้ที่อยู่เบื้องหลังย่อมต้องเป็นคนที่รู้เห็นความเป็นไปในครัวและแปลงเกษตรของนางเป็นอย่างดี และคนคนนั้น... ก็อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด! "ศิลา..." พิมพ์มาดากระซิบเสียงเบา ดวงตาฉายแววครุ่นคิด "จำกลิ่นเครื่องเทศแปลกปลอมในแกงฮังเลเมื่อวานได้ไหมคะ? กลิ่นนั้นไม่ใช่เครื่องเทศจากแถบนี้..." นายทหารพรานหนุ่มพยักหน้ารับช้าๆ สัญชาตญาณนักล่าพรานป่าตื่นตัวเต็มพิกัด "เครื่องเทศนำเข้าจากแดนใต้... คนที่สั่งเข้ามาในหมู่บ้านช่วงนี้มีเพียงไม่กี่คน" บรรยากาศในห้องกลับมาอึมครึมอีกครั้ง ทว่าในความตึงเครียดนั้น พิมพ์มาดากลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นหอมจางๆ ของพริกไทยดำและรากผักชีที่นางเพิ่งตำเตรียมไว้ทำอาหารเย็นลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายอันตรายรอบตัว นางหันไปมองสามีด้วยแววตาสคมกริบและรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ "ในเมื่อพวกมันอยากได้ตำรับอาหารของข้านัก งั้นเย็นนี้เรามาทำเมนูต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญกันดีกว่าค่ะ... 'แกงป่าปลาเนื้ออ่อนใส่พริกไทยสด' รสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อนถึงใจ รับรองว่าซดเข้าไปคำเดียว ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นของพวกมัน ไม่ว่าจะแข็งกระด้างแค่ไหน ก็ต้องคายออกมาจนหมดเปลือกอย่างแน่นอน!" ศิลาโค้งศีรษะลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่นานๆ ครั้งจะเผยออกมา "ตามใจเมียรัก... เดี๋ยวผมจะไปเค้นคอไอ้พวกสวะข้างนอกต่อ ให้มันรู้ว่าอาหารฝีมือคุณเผ็ดร้อนแค่ไหน" ทว่า ในวินาทีที่ศิลาหันหลังจะเดินออกไปจัดการธุระด้านนอก ประตูห้องรับรองก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งโดยพลทหารหน้าตาตื่นตระหนก เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยฝุ่นดิน "ผู้กองครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" พลทหารละล่ำละลักรายงานด้วยเสียงหอบเหนื่อย "แปลงผักอินทรีย์แปลงใหญ่แปลงที่สาม... จู่ๆ ก็เหี่ยวเฉาแห้งตายลงต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่ถึงสhา1นาที แถมที่พื้นดินกลางแปลง... มีรอยเท้าประหลาดทิ้งไว้ พร้อมกับกลิ่นหอมหวานชวนคลื่นไส้บางอย่างที่กำลังส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านแล้วครับ!" พิมพ์มาดาสะท้านเฮือก รีบวิ่งไปที่หน้าต่างแล้วมองออกไปเบื้องนอก ทันทีที่สายตาปะทะกับกลุ่มควันสีม่วงจางๆ ที่ลอยขึ้นมาจากแปลงเกษตรวิเศษ หัวใจของนางก็กระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม! นั่นไม่ใช่กลิ่นปุ๋ยธรรมดา... แต่มันคือกลิ่นของ 'สมุนไพรสะกดวิญญาณ' ที่ใช้ควบคุมจิตใจคน และทิศทางที่ควันนั้นลอยไป... คือกระท่อมของแม่เฒ่าผู้ดูแลเสบียงประจำค่าย ซึ่งเป็นคนเดียวที่ถือครองกุญแจห้องเก็บเครื่องเทศลับของพิมพ์มาดา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางลิ้มรสความเข้มข้นและกลิ่นอายวิถีชีวิตชนบทเคียงข้าง "ครัวคุณยาย" มา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวกลิ่นดินกับนายทหารพรานผู้เงียบขรึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%