สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง•ตอนที่ 20

ร่องรอยการฟอกเงิน

ผลงานโดย คนมองเมือง
"เส้นตรงสามเส้นนี้ไม่ได้มีไว้รับน้ำหนักโครงสร้างนะครับคุณรินรดา แต่มันคือเส้นทางที่ถูกขีดไว้เพื่อล้างมือให้สะอาด" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้น ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่สาดส่องลงบนกระดาษไขพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์เคมีลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานคับแคบชั้นสี่ของสำนักงานสถาปนิกเก่าแก่ ที่ตอนนี้กลายเป็นห้องปฏิบัติการเฉพาะกิจสำหรับพวกเขา รินรดาชะงักมือที่กำลังถือปากกาเน้นข้อความ เธอยืนพิงขอบโต๊ะเขียนแบบ สายตากวาดมองตามนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มที่ไล้ไปตามแนวคานคอนกรีตเสริมเหล็กในแบบแปลนตึกระฟ้าโครงการ "Aethelgard" โครงการมูลค่าหมื่นล้านที่อัครพลกำลังปั้นแต่งให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองใหญ่แห่งนี้ "คุณหมายความว่ายังไง" รินรดาขมวดคิ้วแน่น แววตาคมกริบฉายความสงสัยระคนระแวดระวัง เธอดันแว่นตาขอบบางขึ้นเล็กน้อย "นั่นมันวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานฐานราก เพื่อรองรับแรงเฉือนจากลมปะทะตึกสูง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับตึกแปดสิบชั้น" "โครงสร้างน่ะใช่ครับ แต่ตัวเลขงบประมาณที่ซ่อนอยู่หลังเส้นพวกนั้นต่างหากที่ไม่ปกติ" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนัยน์ตาคมกริมภายใต้กรอบแว่นสะท้อนแสงไฟ "ลองดูสัดส่วนความหนาของคอนกรีตที่ระบุไว้ในแบบ กับปริมาณซีเมนต์นำเข้าที่เบิกจ่ายจริงในบัญชีงบประมาณก่อสร้างสิครับ มันต่างกันเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์... ตึกหลังนี้ไม่ได้สร้างด้วยปูนเหล็กอย่างเดียวหรอกครับ แต่มันสร้างด้วยเงินสดที่ถูกปั่นผ่านสัญญาจ้างเหมาช่วงซ้อนสามชั้น" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ อยู่มุมห้อง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองของนักผังเมืองผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์กำลังประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ ความจริงที่เธอพยายามขุดคุ้ยมาแรมปีเริ่มปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้นทีละน้อย ผ่านปลายปากกาของสถาปนิกหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้ "อัครพลกำลังใช้โครงการอสังหาฯ เป็นเครื่องซักฟอก" น้ำเสียงของรินรดาแผ่วเบาลงราวกับพึมพำกับตัวเอง "ยักย้ายถ่ายเทเงินทุนจากธุรกิจสีเทาเข้ามาในระบบ ผ่านการถมงบค่าวัสดุก่อสร้างที่ไม่มีวันตรวจสอบได้เพราะตึกมันถูกสร้างขึ้นมาจริงๆ" "ฉลาดดีใช่ไหมล่ะครับ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "อำนาจไม่ได้เปลี่ยนเมืองด้วยการใช้อาวุธหรอกครับคุณรินรดา แต่มันเปลี่ยนด้วยกระดาษแผ่นเดียวที่เซ็นอนุมัติโดยวิศวกรผู้รับเหมาที่ยอมปิดตาข้างหนึ่ง แลกกับเศษเงินก้อนโตที่ส่งตรงถึงบัญชีลับในต่างประเทศ" รินรดากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอมองหน้าธันวาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งโกรธแค้นระบบที่เน่าเฟะ และทึ่งในความเฉียบคมของชายตรงหน้า ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าเป็นเพียงเครื่องมือรับจ้างของนายทุน แต่วันนี้เขากลับกลายเป็นคนที่ถือมีดผ่าตัดเปิดแผลเน่าของเมืองนี้ได้อย่างแม่นยำ "แล้วเราจะทำยังไงต่อ" รินรดาถามเสียงเฉียบ "แค่แบบแปลนกับตัวเลขส่วนต่างในกระดาษ มันยังไม่พอที่จะลากคออัครพลเข้าคุกได้หรอกค่ะ เขามีทั้งนักกฎหมายมือฉมังและอัยการที่คอยถือหางอยู่" ธันวาไม่ตอบทันที เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง เดินไปหยิบม้วนกระดาษไขอีกแผ่นขึ้นมากางทับลงบนแปลนเดิม แสงไฟจากด้านล่างส่องทะลุผ่านกระดาษทั้งสองแผ่นจนเกิดเป็นภาพซ้อนทับของโครงสร้างอาคารและเส้นทางเดินท่อระบายน้ำใต้ดิน "เราไม่ต้องสู้กับนักกฎหมายของเขาหรอกครับ..." ธันวาพูดเสียงเรียบแต่นัยน์ตาลุกโชนด้วยประกายบางอย่าง "เพราะอัครพลลืมไปอย่างหนึ่ง... ในฐานะสถาปนิกที่ออกแบบตึกนี้เมื่อสี่ปีก่อน ก่อนที่ผมจะถอนตัวออกมา... ผมเป็นคนเดียวที่รู้ว่า 'ทางหนีไฟลับ' ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายงานราชการ มันเชื่อมต่อไปที่ไหน" รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก "ทางหนีไฟลับ? คุณหมายความว่า..." "ไม่ใช่ทางหนีไฟสำหรับคนหนีไฟไหม้หครับ" ธันวาโน้มตัวเข้ามาใกล้ ช29 จนรินรดาได้กลิ่นบุหรี่จางๆ เจือจางกับกลิ่นกาแฟดำจากตัวเขา "แต่มันคืออุโมงค์ส่งมอบกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ ที่เชื่อมจากห้องใต้ดินของเพนต์เฮาส์โครงการ ไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั้นดาดฟ้าของตึกข้างเคียง โดยไม่ต้องผ่านรอนแรมสายตาของ รปภ. แม้แต่คนเดียว... และคืนนี้ล่ะครับ ที่เงินก้อนสุดท้ายกำลังจะถูกลำเลียงผ่านเส้นทางนั้น" บรรยากาศในห้องอึมครึมลงทันตาเห็น ความกดดันแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง ธันวาจ้องมองรินรดาด้วยสายตาท้าทาย ขณะที่รินรดากำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงมหาศาลกับโอกาสเดียวที่จะปิดเกมนี้ ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยประโยคถัดไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังหลายคู่ก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก หน้าห้องทำงานของพวกเขาหยุดนغิ่งลงอย่างกะทันหัน เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—ไม่ใช่การเคาะเพื่อขออนุญาต แต่เป็นการทุบด้วยความรุนแรงระดับที่บานไม้เก่าๆ แทบทนไม่ไหว ลูกบิดประตูเริ่มหมุนวนด้วยความรีบร้อน พร้อมกับเงาสะท้อนผ่านกระจกฝ้าที่แสดงให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่าสามคนยืนปิดล้อมทางออกไว้ทั้งหมดแล้ว ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความจริงนี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงาเคาะสนิมเมือง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%