เสียงกระแทกของถาดไม้สนเนื้อดีกระทบลงบนโต๊ะไม้สักยาวในเรือนพักกลางไร่ดังสนั่น จนแก้วชาเซรามิกสั่นระริก ลินดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยซ้ำ เธอยังคงใช้มีดเชฟด้ามถนัดบรรจงแล่เนื้อปลาเทราต์ย่างสมุนไพรจากมิติลับด้วยความนิ่งสงบ ทว่ารังสีความกดดันรอบตัวกลับทำให้บรรยากาศในห้องครัวกึ่งเปิดโล่งนี้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ลินดา! หนูทำเป็นหูทวนลมกับป้าเหรอ เรื่องที่ดินแปลงท้ายไร่นั่น... ป้าบอกแล้วไงว่าให้ยกให้ลูกชายป้าดูแลต่อ แกไม่มีปัญญาทำกินเองหรอก ปล่อยไว้ก็มีแต่หญ้าขึ้นรกเปล่าๆ"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้จอมสูบเลือดสูบเนื้อดังขึ้นอีกระลอก นางเดินดุ่มๆ เข้ามาหมายจะคว้าแขนเรียวของหญิงสาว แต่ทว่า... ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มของอดีตนายทหารกลับก้าวเข้ามาขวางไว้ราวกับกำแพงเหล็ก
ร้อยเอกศิลาไม่ได้เปล่งเสียงดังสักแอะ เขายืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซุ่มจ้องมองผู้บุกรุกด้วยแววตาเย็นเยียบจนป้าสะใภ้ต้องชะתาฝีเท้าโดยอัตโนมัติ ความกดดันจากสนามรบที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้คราบชาวไร่ผู้เงียบขรึมนั้นทรงพลังพอกดให้คนโลภถอยร่นไปสามก้าว
"ที่ดินของภรรยาผม... ผมเป็นคนถางหญ้าและปรับหน้าดินด้วยตัวเองทุกตารางนิ้วครับ ป้าสะใภ้คิดว่ามันรก... งั้นวันหลังถ้าจะมาเดินเหินในเขตไร่ของผม รบกวนแจ้งล่วงหน้าด้วยนะครับ เกรงว่าสุนัขเฝ้าไร่ที่ผมเพิ่งปล่อยตัวใหม่อาจจะแยกแยะไม่ออกว่าใครคือคน ใครคือ... กาฝาก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังแต่สุภาพจนน่าขนลุกของศิลา ทำให้ป้าสะใภ้หน้าซีดเผือด นางอ้าปากพะงาบๆ จะต่อว่าแต่ก็ไม่กล้าสบตาคมคลาของหลานเขยคนนี้ ได้แต่ฮึดฮัดสะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากเรือนพัก พร้อมกับคำขู่ อาฆาตทิ้งท้ายว่าตระกูลจะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้แน่
ลินดาวางมีดลง ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นศิลาหยิบผ้าขนหนูผืนสะอาดมาซับเหงื่อที่ขมับให้เธออย่างเบามือ
"เหนื่อยหน่อยนะครับ คนพวกนี้ไม่เคยรู้จักคำว่าละอายเลยจริงๆ" ศิลาเอ่ยเสียงอ่อนโยน แววตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความรักและความทะนุถนอมอย่างปิดไม่มิด
"ช่างพวกเขาเถอะครับ คนใกล้ลงโลงอย่างนั้นปล่อยให้ดิ้นรนไปตามกรรมเถอะ สิ่งที่เราต้องสนใจตอนนี้ไม่ใช่เรื่องไร้สาระพวกนั้น... แต่เป็นแปลกผักอัจฉริยะในมิติที่กำลังออกผลผลิตล้นเหลือต่างหาก" ลินดาพลิกตัวกลับมาจับตะหลิวเตรียมพร้อมสำหรับแผนการใหญ่ที่วางไว้
นั่นคือการ "ขยายอาณาจักรอาหารฟิวชั่น" ให้ก้าวไกลกว่าแค่การขายผักสดส่งตลาดมืด
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กำไรจากการขายวัตถุดิบพรีเมียมผ่านระบบแลกเปลี่ยนในมิติพิเศษพุ่งทะยานจนบัญชีธนาคารของทั้งคู่หนาเตอะ แต่ลินดารู้ดีว่าการเป็นแค่ "คนปลูกผักส่งขาย" ไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นคงในระยะยาว เธอต้องการปักหมุด "ไร่สุขสำราญ" ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของเหล่านักชิมผู้มีรสนิยม ร้านอาหารในไร่แบบฟาร์มทูเทเบิล (Farm-to-Table) เต็มรูปแบบ จึงเป็นคำตอบสุดท้าย
"ผมจัดการเรื่องโครงสร้างโรงเรือนไม้สักเก่าด้านหน้าไร่เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ พื้นที่กว้างขวางพอที่จะวางโต๊ะอาหารได้สักสิบชุด โซนห้องครัวเปิดโล่งที่คุณต้องการ ผมก็ติดระบบระบายอากาศและเคาน์เตอร์สแตนเลสให้เรียบร้อยตามแบบแปลนเป๊ะๆ" ศิลาอธิบายพร้อมกับกางแปลนกระดาษที่ร่างขึ้นด้วยลายมือเป็นระเบียบให้ภรรยาดู
ลินดากวาดสายตาพิจารณาอย่างพึงพอใจ ฝีมือการช่างของอดีตนายทหารคนนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ทุกมุมถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการทำงานของเชฟและการพักผ่อนหย่อนใจของแขกผู้มาเยือนอย่างลงตัว
"เยี่ยมมากครับพี่ศิลา งั้นวันนี้เรามาทดลองเมนูหลักสำหรับเปิดร้านกันดีกว่า... ผมอยากให้มื้อแรกที่จะเสิร์ฟ เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นไทยบ้านๆ กับเทคนิคอาหารตะวันตกชั้นสูง"
ว่าแล้ว ลินดาก็หายตัวเข้าไปในมิติชั่วพริบตาเพื่อหยิบวัตถุดิบสดๆ ออกมา ศาลารู้หน้าที่ดี เขาก่อไฟในเตาถ่านสไตล์โบราณที่ให้ความร้อนสม่ำเสมอ กลิ่นหอมของไม้ฟืนผสมผสานกับกลิ่นดินหลังฝนตกเล็กน้อยสร้างบรรยากาศแสนอบอุ่นในยามบ่าย
บนเขียงไม้เนื้อแข็ง ลินดากำลังจัดการกับเนื้อแกะตุ๋นสมุนไพรที่เคี่ยวในมิติข้ามวันจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก เธอใช้วิธีการย่างไฟอ่อนๆ ให้ผิวภายนอกเกรียมหอมกรุ่น ขณะเดียวกันก็เตรียมซอสสูตรพิเศษที่ทำจากมะเขือเทศราชินีในมิติเคี่ยวกับไวน์แดงและพริกขี้หนูสวนเผ็ดร้อน กล成为ซอสฟิวชั่นที่มีทั้งความหอมละมุนและรสชาติจัดจ้านสะใจคนไทย
เสียงฉ่า... ของเนื้อแกะกระทบกระทะเหล็กหล่อ พร้อมกับกลิ่นหอมฟุ้งของโรสแมรี่ กระเทียมไทย และเนยแท้จากโคอารมณ์ดีในมิติ ลอยอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นรุนแรงเสียจนสุนัขพันธุ์ทางหน้าบ้านถึงกับลุกขึ้นมานั่งน้ำลายสอ
ศิลายืนมองภรรยาด้วยสายตาชื่นชม ขณะที่เธอบรรจงจัดแต่งจานด้วยดอกไม้กินได้สีสันสดใสจากสวนหลังบ้าน การเคลื่อนไหวของลินดาดูลื่นไหล สง่างาม และเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับเวทีนี้เป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว
"เสร็จเรียบร้อย... 'แกะย่างซอสแจ่วฟิวชั่น' เมนูเปิดประเดิมอาณาจักรอาหารของเรา" ลินดาตักน้ำซอสราดลงบนชิ้นเนื้อแกะสีชมพูระเรื่อ ไอความร้อนลอยกรุ่นพร้อมกลิ่นหอมที่กระตุ้นต่อมรับรสจนแทบอดใจไม่ไหว
ศิลายื่นมือไปรับจานชิมคำแรกเข้าปาก ดวงตาคมกريบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่ง เนื้อแกะนุ่มละมุนไร้กลิ่นสาบ ผสานกับความเผ็ดร้อนเปรี้ยวหวานของซอสฟิวชั่นที่บรรจงปรุงอย่างพิถีพิถัน มันคือความสมบูรณ์แบบที่หาทานที่ไหนไม่ได้อย่างแท้จริง
"อร่อยจนบรรยายไม่ถูกเลยครับ... แบบนี้รับรองว่าวันเปิดร้าน ลูกค้าต้องแห่กันมาจนแน่นไร่แน่ๆ" ศิลาเอ่ยชมจากใจจริง
ลินดายิ้มรับอย่างภูมิใจ เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ราคาแพงคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าประตูรั้วไร่ ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของผู้ชายในชุดสูทเนี๊ยบที่ลินดาไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในสถานที่แบบนี้ก้าวลงมา
ชายหนุ่มคนนั้นถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายคุ้นตา พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมายังเธอ
"สวัสดีครับเชฟลินดา... ไม่คิดเลยนะครับว่าเชฟมือทองระดับประเทศจะผันตัวมาซ่อนตัวอยู่ในไร่ชนบทกันดารแบบนี้ สนใจจะรับข้อเสนอร่วมทุนเปิดเชนร้านอาหารระดับไฮ엔ดกับผมหน่อยไหมล่ะ?"
บรรยากาศในไร่ที่เคยอบอุ่นและเงียบสงบพลันเย็นเยียบลงทันที ศิลาก้าวมาบังหน้าภรรยาโดยอัตโนมัติ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของอดีตนายทหารอีกครั้งเมื่อเผชิญหน้ากับแขกไม่เชิญผู้มาพร้อมกับอดีตที่ลินดาพยายามจะลืมเลือน
ฝากกดติดตามและเป็นกำลังใจให้ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนต่อไปด้วยนะครับ
เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 8
ขยายอาณาจักรอาหารฟิวชั่น
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!