เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร•ตอนที่ 26

เตรียมการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้านายยังกล้าเอามือสกปรกนั่นมาแตะลังมะเขือเทศสีดาของฉันอีกแม้แต่ปลายนิ้วเดียว ฉันรับรองว่าพรุ่งนี้เช้า นายจะได้ไปยืนแก้ผ้าขายหน้าอยู่กลางตลาดอำเภอโดยไม่รู้ตัวแน่ นายเกรียง!" เสียงเฉียบคมของลินดาตวัดกรีดผ่านความวุ่นวายของลานกว้างหน้าโรงเรือนเพาะปลูกอย่างทรงพลัง หญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนสีเอิร์ธโทนสะอาดตา วางตะกร้าหวายสานบรรจุสมุนไพรสดลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งด้วยแรงที่พอเหมาะจนเกิดเสียงทึบหนักหน่วง เป็นการประกาศอาณาเขตและขีดเส้นตายที่ใครหน้าไหนก็ไม่อาจล่วงเกิน เกรียงไกร ญาติห่างๆ จอมเกเรที่มักจะแวะเวียนมาสูบผลประโยชน์จากสวนของตระกูลสามี ชะงักมือที่กำลังยื่นเข้าหาลังผลผลิตเกรดพรีเมียมทันที เขาหัวเราะกลบเกลื่อนรอยยิ้มเจื่อนบนใบหน้าคล้ำแดด ดวงตาเหลือบมองไปทางร้อยเอกศิลาที่กำลังลับมีดปังตออยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เสียงเหล็กกระทบหินลับมีดดัง *ฉับ... ฉับ...* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ยิ่งทำให้เกรียงไกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "โหน... ลินดา น้องสะใภ้พูดจาใจร้ายไปหน่อยกระมัง พี่แค่มารับขวัญล่วงหน้าสำหรับงานใหญ่ในวันพรุ่งนี้ต่างหาก เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ คนกันเองทั้งนั้น ทำไมต้องหวงให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตเล่า" เกรียงไกรยังคงรักษาฟอร์ม ถอยหลังไปสองก้าวเมื่อศิลาเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาสีเข้มคมกริบของอดีตนายทหารหนุ่มสะท้อนประกายความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "ของในไร่ 'สุขใจ' ทุกผล ทุกเมล็ด มีเจ้าของ และเจ้าของเขากำลังจะเอาไปแจกจ่ายให้คนทั้งชุมชนได้กินฟรีในวันพรุ่งนี้ ไม่ใช่ให้โจรหน้าด้านอย่างแกมาฉกฉวยเอาไปขายต่อตลาดมืดเพื่อแลกกับเหล้าขาวขวดเดียว" ศิลากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท เขาไม่แม้แต่จะลุกขึ้นยืน แต่แรงกดดันจากชายชาติทหารที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชนนั้นเพียงพอที่จะทำให้เกรียงไกรสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกะโผลกกะเผลกออกไปจากรั้วไร่ด้วยความหัวเสีย ลินดากลอกตาเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความเหนื่อยล้าจากการเตรียมงานตลอดสามวันเต็มหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อฝ่ามืออุ่นหนาของสามีเอื้อมมาแตะที่ไหล่เบาๆ พร้อมกับยื่นแก้วน้ำสมุนไพรเย็นฉ่ำที่ผสมน้ำผึ้งจากมิติลับส่งให้ "พักก่อนเถอะคุณ หน้าซีดหมดแล้ว" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่มักจะมีให้เธอผู้เดียวเสมอ รอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มลบภาพนายทหารผู้ดุดันไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสามีผู้แสนดีที่คอยซัพพอร์ตทุกย่างก้าว "ฉันไม่ได้เหนื่อยเพราะงานหรอกค่ะ เอ๊ย... ฉันไม่ได้เหนื่อยเพราะงานหรอกครับ แต่เหนื่อยใจกับพวกเหลือบไรพวกนี้มากกว่า" ลินดาเกือบเผลอหลุดคำพูดติดปาก รีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นดวงตาพราวระยับของสามีที่แอบแซวเธอนิดๆ "วันพรุ่งนี้คือวันสำคัญที่เราจะประกาศศักดาให้คนทั้งอำเภอได้เห็นว่า 'วิถีสโลว์ไลฟ์' แบบที่เราสร้างมันทรงพลังแค่ไหน การจัดเทศกาลอาหารในไร่ครั้งนี้ นอกจากจะคืนกำไรให้ชุมชนแล้ว มันยังเป็นการตบหน้าพวกที่เคยดูถูกเราว่าไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้อีกด้วยนะ" ลินดากล่าวด้วยแววตาวาวโรจน์ ความทรงจำของการถูกรังแกและแย่งชิงมรดกสวนจากญาติผู้ใหญ่ใจร้ายในอดีตผุดขึ้นมาเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ผลักดันให้เธอก้าวมาถึงจุดนี้ เบื้องหลังเรือนครัวกลางแจ้งที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นห้องอาหารเปิดโล่ง กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อย่างหมักซอสสูตรลับจากมิติลับเริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ลินดาใช้เวลาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาในการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุด ทั้งผักออร์แกนิกไร้สารพิษที่โตเร็วกว่าปกติสามเท่าด้วยพลังงานจากมิติพิเศษ และเนื้อสัตว์ชั้นดีจากฟาร์มเครือข่ายที่เธอสนับสนุน ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงาน "มหกรรมอาหารพื้นบ้านสืบสานตำนานไร่สุขใจ" ที่จะมีขึ้นในรุ่งอรุณของวันพรุ่งนี้ ช่วงบ่ายแก่ๆ เสียงเครื่องยนต์รถกระบะเก่าๆ ของผู้ใหญ่บ้านและกลุ่มแม่บ้านก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าโรงเรือน พร้อมกับเสียงหัวเราะและรอยยิ้มกว้าง ป้าสำลี หญิงสูงอายุผู้มากประสบการณ์ในการทำอาหารพื้นบ้าน เดินลงมาจากรถพร้อมกับตะกร้าใส่ใบตองสดนับร้อยใบที่ตัดมาอย่างปราณีต "คุณลินดาจ๋า ทางนี้เตรียมใบตองสำหรับห่อหมกปูและข้าวเหนียวหน้าสังขยาเสร็จเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ หอมกลิ่นใบตองอ่อนๆ แบบนี้ รับรองว่าแขกเหรื่อในอำเภอต้องติดใจจนลืมไม่ลงแน่ๆ" ป้าสำลีเอ่ยด้วยความกระตือรือร้น "ขอบพระคุณมากครับป้าสำลี ทางนี้ก็เตรียมเตาถ่านและเครื่องแกงสูตรโบราณไว้พร้อมแล้วเหมือนกันครับ รับรองว่าพรุ่งนี้เราจะทำให้อำเภอนี้สะเทือนด้วยความอร่อยเลยครับ" ศิลาก้าวเข้าไปช่วยยกตะกร้าใบตองลงจากรถด้วยความนอบน้อม ซึ่งสร้างความเอ็นดูให้กับบรรดาแม่บ้านที่ต่างพากันชื่นชมในความน่ารักและขยันขันแข็งของคู่สามีภรรยาคู่นี้ บรรยากาศในไร่เต็มไปด้วยความครึกครื้น กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ มาตั้งแต่เที่ยงเริ่มส่งกลิ่นเย้ายวนใจ ลินดายืนอยู่หน้าเตาขนาดใหญ่ เธอใช้ทัพพีไม้คนซุปในหม้อดินเผาอย่างระมัดระวัง เคล็ดลับความอร่อยของซุปนี้อยู่ที่เห็ดหายากจากมิติลับที่ให้รสชาติอูมามิธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งผงชูรสใดๆ ทั้งสิ้น รสชาติกลมกล่อม หวานละมุนลิ้น และมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ทำให้ใครก็ตามที่ได้ชิมต่างก็ต้องยอมจำนนต่อฝีมือการปรุงอันเป็นเลิศของเธอ ในขณะที่ทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมโต๊ะเก้าอี้และประดับประดาไฟราวรอบบริเวณไร่เพื่อสร้างบรรยากาศงานวัดสุดอบอุ่น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ลินดากวาดสายตามองไปรอบๆ ไร่ที่ตอนนี้พลิกฟื้นจากดินแห้งแล้งกลายเป็นผืนแผ่นดินสีเขียวขจีที่อุดมสมบูรณ์ ทุกหยาดเหงื่อและแรงกายที่ทุ่มเทไปเริ่มออกดอกออกผลเป็นความสุขและความมั่งคั่งที่ยั่งยืน "คิดอะไรอยู่ครับ คนเก่งของผม" ศิลาเดินเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลัง วางคางเกยไว้บนไหล่บาง พร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของภรรยา "คิดว่า... ชีวิตเรามาไกลมากเลยนะศิลา จากวันที่เรามีแค่ตัวกับหนี้สินรุงรังที่คนพวกนั้นทิ้งไว้ให้ ตอนนี้เรากำลังจะมีเทศกาลเป็นของตัวเอง และที่สำคัญ... เรามีกันและกัน" ลินดาเอียงหัวซบไหล่หนาอย่างออดอ้อน ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ "พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ยอดเยี่ยมที่สุด และผมจะยืนอยู่ข้างคุณ คอยกวาดล้างพวกที่คิดจะมาหาเรื่องในงานของเราให้เกลี้ยงเลย" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาฉายประกายความมั่นใจที่ทำให้อุ่นใจได้อย่างประหลาด เมื่อความมืดโรยตัวลงมา แสงไฟจากหลอดไฟนีออนและตะเกียงโบราณที่แขวนตามกิ่งไม้ก็สว่างไสวขึ้น ท่ามกลางเสียงหรีดหริ่งเรไรและสายลมอ่อนยามค่ำคืน ทั้งคู่ยังคงช่วยกันตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย กลิ่นหอมของอาหารที่หมักทิ้งไว้ข้ามคืนเริ่มโชยมาแตะจมูก ยิ่งเพิ่มความน่าติดตามให้กับงานในวันพรุ่งนี้ ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความสุขและความคาดหวัง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นตรงบริเวณทางเข้าประตูไร่ ขัดจังหวะความสงบสุขยามค่ำคืนอย่างกะทันหัน ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพง ท่าทางกร่างและมีบอดี้การ์ดสวมชุดดำประกบซ้ายขวา ก้าวเข้ามาในเขตไร่ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก เขาไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือ 'เสี่ยธนกิจ' เจ้าของเงินกู้นอกระบบผู้ทรงอิทธิพลที่เคยส่งคนมาพยายามฮุบที่ดินแปลงนี้เมื่อหลายเดือนก่อน "จัดงานใหญ่โตขนาดนี้ โดยไม่คิดจะมาขออนุญาต 'เจ้าของที่' คนเก่าอย่างฉันเลยสักคำ ดูท่าทางแกสองคนจะลืมไปแล้วกระมังว่าหนี้ก้อนโตที่พ่อแม่เธอเคยสร้างไว้ มันยังไม่ได้ชำระสะสางจนหมดสิ้น!" เสี่ยธนกิจตบมือเสียงดังเปาะๆ พร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่วไร่ด้วยความโลภที่ฉายชัดในแววตา ลินดากำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อ ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ แต่นัยน์ตากลับฉายแววท้าทายอย่างไร้ความเกรงกลัว ในขณะที่ศิลาก้าวออกไปยืนบังหน้าภรรยา ชักมีดพกประจำตัวออกมาจากซองหนังอย่างช้าๆ พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "ถ้าแกกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะทำให้แกได้รู้ว่า... นรกบนดินที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นอย่างไร" ศิลากล่าวเสียงเรียบ แต่ทรงพลังจนเสี่ยธนกิจถึงกับผะหนถอยหลังไปครึ่งก้าว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับไร่สวนที่รัก: ปฏิบัติการกู้ชีพสวนผักและหัวใจนายทหาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%