"หากพวกเจ้ายังคิดรักษาหัวบนบ่าเอาไว้ เพื่อกลับไปกราบมารดาในวันพรุ่งนี้ ข้าแนะนำว่าควรไสหัวไปให้พ้นรัศมีสามสจาย์นี้เสีย... ก่อนที่สุราในไหของข้าจะหมดลง"
น้ำเสียงนั้นเอื่อยเฉื่อยและเจือด้วยไอแอลกอฮอล์อย่างชัดเจน ทว่ากลับดังก้องกังวานเสียดแทงแก้วหูของผู้คนในโรงเตี๊ยมร้างเมืองชายแดน "อวิ๋นไห่" จนสั่นสะท้าน หลี่มู่ไป๋นั่งไขว่ห้างอยู่บนม้าไม้เก่าคร่ำคร่า มือข้างหนึ่งถือไหสุราชັ້ນเลิศที่ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลตัดกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
รอบกายของเขาในรัศมีสิบก้าว คือศพของพวกโจรเงาทมิฬนับสิบชีวิตที่นอนเรียงรายอย่างไร้ลมหายใจ บางศพยังมีรอยแผลลึกราถูกคมกระบี่เฉือนผ่านโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ชักอาวุธด้วยซ้ำ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะเยาะหยันจะระเบิดขึ้นจากเงามืดเบื้องหน้า
"ฮ่าๆๆ! เป็นเพียงแค่ไอ้ขี้เมาข้างถนนผู้หนึ่ง กล้าดียังไงมาขวางทางสำนักโจรเงาทมิฬของพวกเรา! เจ้าคิดว่าศพพวกนั้นจะปกป้องเจ้าได้งั้นรึ? ช่างไม่เจียมสังขาร!"
หัวหน้าโจรเงาทมิฬ นามว่า 'ซานเฉียว' ผู้มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดลากยาวจากหน้าผากถึงลำคอ ก้าวเท้าออกมารemด้วยท่าทีดุดัน ไอพลังปราณขั้นหลอมรวมลมปราณระดับเจ็ดพวยพุ่งออกจากร่างจนฝุ่นละอองรอบกายปลิวว่อน มันถือดาบใหญ่หนาเตอะอาบยาพิษสีม่วงเข้ม แววตาคมกริบคู่นั้นหมายมั่นจะบดขยี้ร่างของบุรุษขี้เมาตรงหน้าให้แหลกเป็นจุลในกระบวนท่าเดียว
หลี่มู่ไป๋ไม่แม้แต่จะชายตามองซานเฉียว เขายกไหสุราขึ้นจิบอีกอึกใหญ่ ลำคอขยับขึ้นลงตามจังหวะการกลืนของเหลวฤทธิ์ร้อน ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ
"น่าเสียดาย..." หลี่มู่ไป๋พึมพำเบาๆ ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่ง คล้ายกำลังเหม่อมองอดีตอันไกลโพ้น "สุราดี... แต่มักจะมีพวกสุนัขจรจัดมาเห่าหอนทำลายบรรยากาศอยู่เรื่อย วิชาดาบของพวกเจ้า รกร้างและเต็มไปด้วยช่องโหว่ราวกับรังผูกพัน... อาจารย์ของพวกเจ้าคงต้องเอาหน้ามุดแผ่นดินหนี หากรู้ว่ามีศิษย์อนาถเช่นนี้"
"สามหาว! ตายซะเถอะไอ้สวะ!"
ซานเฉียวคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน พลังปราณทั้งหมดถูกอัดฉีดเข้าไปในดาบใหญ่จนเกิดเสียงหวีดหิวแหลมสูงของอากาศที่ถูกฉีกกระชาก มันพุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว ดาบใหญ่ฟาดฟันลงมาดั่งสายฟ้าฟาด หมายผ่าร่างของหลี่มู่ไป๋ออกเป็นสองซีก
ทว่า... ร่างของหลี่มู่ไป๋กลับเลือนหายไปราวกับภาพมายา
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีทองสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ซานเฉียวเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่าดาบอันทรงพลังของตนถูกนิ้วเรียวยาวเพียงสองนิ้วคีบเอาไว้ได้อย่างมั่นคง ราวกับภูเขาไท่ซานที่ไม่มีวันสั่นคลอน
"ช้า... และเปราะบางเกินไป"
เสียงกระซิบข้างใบหูของซานเฉียว เยียบเย็นเสียยิ่งกว่าลมหนาวจากแดนเหนือ
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สีครามสายหนึ่งพาดผ่านความมืดอย่างรวดเร็วดั่งดาวตก ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีแม้แต่เวลาให้ดิ้นรน ซานเฉียวยืนแข็งค้างเป็นรูปปั้น ศีรษะของมันค่อยๆ ไหลเลื่อนหล่นจากบ่า เลือดสดๆ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนที่ร่างไร้หัวจะล้มลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง
เหล่าโจรเงาทมิฬที่เหลืออยู่ต่างถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ พวกมันไม่เคยพบเห็นยอดฝีมือผู้ใดที่ใช้กระบวนท่าได้น่ากลัวและไร้ร่องรอยเช่นนี้มาก่อน
หลี่มู่ไป๋สะบัดข้อมือเบาๆ เก็บกระบี่ไร้ฝักที่โปร่งใสราวกระจกกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม (แม้จะมองไม่เห็นฝักกระบี่ก็ตามที) เขายกไหสุราขึ้นดื่มต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าในวินาทีนั้นเอง สายตาคมกริบของเขากลับกวาดมองขึ้นไปบนหลังคาโรงเตี๊ยมเบื้องบน
ที่ซึ่งเงาร่างหนึ่งในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวดอกเหมันต์กำลังยืนตระหง่านอยู่บนยอดกระเบื้อง ท่ามกลางสายลมพายุที่เริ่มพัดโหมกระหน่ำ กลิ่นอายความเย็นเยือกกดดันแผ่ซ่านปกคลุมทั่วบริเวณ จนหยาดฝนที่กำลังโปรยปรายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงมา
มู่หรงเซวี่ย... นางเซียนน้ำแข็งแห่งสำนักธาราเยือกแข็ง
นางยืนกอดอกถือกระบี่เทพยาวในมือ สายตาคู่สวยที่เย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปีจ้องมองลงมาที่เขา ราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง
"หลี่มู่ไป๋ เจ้ายังคงสร้างเรื่องวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน... หนี้เลือดที่เจ้าติดค้างเมื่อสี่ปีก่อน เมื่อไหร่เจ้าจะชำระ?"
สำนวนนักเขียนและคำขอบคุณจากใจ:
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้า "เซียนสุราเมามาย" นะครับ
เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนน้ำแข็งผู้กุมวิถีฟ้า•ตอนที่ 1
กลิ่นสุราในลมพายุ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนน้ำแข็งผู้กุมวิถีฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
