กลิ่นกระดาษเก่าเคลือบน้ำยาเวทมนตร์และฝุ่นละอองที่ลอยวนในแสงแดดส่องลอดกระจกสี ไม่ได้ทำให้เอเลนรู้สึกรื่นรมย์ขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อยค่ะ
นิ้วเรียวใต้ถุงมือหนังสีดำขשלกำลังใช้วงเวียนทองเหลืองขีดเส้นคำนวณวงจรคาถาลงบนกระดาษปรูฟอย่างแม่นยำ ทุกสัดส่วนขององศาและรัศมีถูกคิดด้วยหลักฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ขั้นสูง ไม่ใช่เพราะเขาต้องการร่ายเวทมนตร์ออกมาได้อลังการเหมือนคนอื่นหรอกนะคะ—แต่เป็นเพราะในร่างกายของเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีผู้นี้ ไม่มี "หยดน้ำตาเวท" หรือมานาหล่อเลี้ยงอยู่เลยแม้แต่น้อย
"ขีดเส้นเบี้ยวไปสามมิลลิเมตรนะเจ้าเด็กโง่ ถ้าคาถาบทนี้ทำงานจริง นิ้วก้อยข้างขวาของนายคงระเบิดกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ไปแล้วล่ะ"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างใบหู พร้อมกับเงาสีดำสนิทที่บิดตัวเป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์ทาบทับอยู่บนผนังห้องเรียน เซนอส—วิญญาณโบราณผู้สิงสถิตอยู่ในเข็มกลัดรูปงูพันคฑาบนปกเสื้อของเขา ส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างนึกสนุก
เอเลนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่หูจอมกวนประสาท เขายังคงใช้ปากกาหมึกซึมเติมเส้นสายวงจรเวทให้สมบูรณ์ด้วยความนิ่งสงบ "ถ้าฉันนิ้วด้วน นายก็คงต้องติดแหง็กอยู่กับเสื้อแจ็คเก็ตตัวนี้ไปจนกว่ามันจะขาดรุ่ยกลายเป็นผ้าขี้ริ้วนั่นแหละ เซนอส"
"ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันนะ ตั้งแต่เข้ามาเหยียบสถาบันเวทมนตร์แอสเทรียแห่งนี้... ลืมไปแล้วหรือไงว่าที่นี่คือศูนย์รวมของเหล่าทายาทขุนนางผู้สูงศักดิ์ ผู้มีสายเลือดเวทบริสุทธิ์เข้มข้นจนล้นทะลัก ส่วนนาย—" เงาสีดำหัวเราะเยาะ "—เป็นแค่เศษขยะเปียกฝนที่หลุดรอดเข้ามาด้วยโควตาพิเศษจากความดีความชอบของพ่อผู้ล่วงลับเท่านั้นเอง"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้มือของเอเลนสั่นเลยสักนิดค่ะ
เขาวางปากกาลงอย่างนุ่มนวล กวาดสายตามองไปรอบห้องบรรยายเวทมนตร์พื้นฐานประจำปีหนึ่ง ที่นั่งนับร้อยถูกจับจองโดยเด็กหนุ่มสาวผู้เพียบพร้อม ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและรัศมีมานาที่แผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวสั่นไหว บางคนกำลังร่ายคาถาจุดไฟเล่นบนปลายนิ้วอย่างสบายอารมณ์ ขณะที่บางคนมองมาทางเอเลนด้วยสายตาเหยียดหยามและสมเพชเวทนา
ในสายตาของคนพวกนั้น เอเลนคือ "ตัวตลก"
เด็กหนุ่มผู้ไม่มีพลังเวท แต่ดันทะลึ่งสอบเข้าสถาบันเวทมนตร์อันดับหนึ่งของอาณาจักรเข้ามาได้ด้วยคะแนนภาคทฤษฎีที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์—สถิติที่คณะกรรมการคุมสอบไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ว่าพวกเขาจะเกลียดชังความจริงที่ว่าคนไร้พลังเวทอย่างเขาจะเข้ามาเดินร่วมทางเดินเดียวกับพวกเขาก็ตาม
"เอาล่ะ นักเรียนทุกท่าน นั่งที่!"
เสียงทรงพลังของศาสตราจารย์มัลคอล์ม ผู้เชี่ยวชาญด้านคาถาอาคมธาตุไฟดังขึ้นกลบเสียงพูดคุยทั้งปวง ร่างท้วมในชุดคลุมสีแดงเข้มก้าวขึ้นสู่โพเดียม สายตาดุดันกวาดมองผู้เรียนก่อนจะมาสะดุดอยู่ที่มุมห้อง—ที่ซึ่งเอเลน นั่งไขว่ห้างอ่านตำราประวัติศาสตร์เวทมนตร์เล่มหนาเตอะโดยไม่สนใจใคร
"วันนี้เราจะมาทดสอบการถ่ายทอดพลังมานาลงในศิลาผนึกเวท" มัลคอล์มกล่าวเสียงดัง กวาดมือไปทางแท่นหินสีขาวนวลกลางห้อง "หลักการพื้นฐานที่สุดของพ่อแม่พี่น้องตระกูลเวทมนตร์ทุกคน คือการเชื่อมโยงจิตวิญญาณเข้ากับแก่นมานาของโลก ขอให้เรียงตามลำดับรายชื่อ... เริ่มจากหัวแถว"
การทดสอบดำเนินไปอย่างน่าเบื่อหน่ายสำหรับเอเลน แต่ตื่นตาตื่นใจสำหรับคนอื่น ๆ เสียงศิลาสีขาวเปล่งแสงวาบขึ้นทีละดวงตามระดับพลังของเจ้าของ บางคนทำได้ระดับสีฟ้าอ่อน บางคนทำได้สีเขียวมรกต และมีเด็กสาวจากตระกูลดยุคคนหนึ่งที่สามารถทำให้ศิลาเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามจนเพื่อนร่วมชั้นพากันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความชื่นชม
ศาสตราจารย์มัลคอล์มพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง จนกระทั่งรายชื่อมาถึงลำดับสุดท้าย
"เอเลน... โวล์ฟรัม"
ห้องเรียนทั้งห้องพลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักและเสียงซุบซิบนินทาที่ดังระงมราวกับผึ้งแตกรัง
เอเลนค่อย ๆ พับตำราในมือลงอย่างช้า ๆ เขาปัดฝุ่นที่ปกเสื้อเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายผอมบางแต่ทว่าสง่างามภายใต้เครื่องแบบนักเรียนตัดเย็บอย่างประณีต เขาเดินก้าวผ่านสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งดูแคลน สมเพช และอยากรู้อยากเห็นว่าตัวตลกประจำรุ่นจะทำหน้าอย่างไรเมื่อความจริงอันโหดร้ายปรากฏขึ้น
"เชิญ..." มัลคอล์มผายมือด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาของอาจารย์ประจำวิชาฉายชัดถึงความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "แสดงให้พวกเราเห็นทีสิว่า อัจฉริยะด้านทฤษฎีผู้สอบข้อเขียนได้คะแนนเต็ม จะทำให้อากาศธาตุรอบตัวขยับได้สักกี่มิลลิเมตร"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นอีกระลอก
เอเลนก้าวไปยืนเบื้องหน้าแท่นศิลาสีขาวบริสุทธิ์ มันเย็นเฉียบเมื่อปลายนิ้วสัมผัสลงไป ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ไม่มีกระแสมานาไหลเวียน ไม่มีแสงสว่างเรืองรอง มีเพียงความว่างเปล่าและความเงียบงัน
เขายืนนิ่งอยู่เช่นนั้น เนิ่นนาน... จนกระทั่งเสียงกระซิบเริ่มดังขึ้น
"เห็นไหมล่ะ แค่หินธรรมดายังเมินใส่เลย"
"ไอ้ขยะไร้ค่า..."
"เขาเข้ามาเรียนที่นี่ได้ยังไงกันนะ น่าสมเพชชะมัด"
"พอแค่นั้นแหละ เอเลน โวล์ฟรัม" มัลคอล์มเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ผลลัพธ์คือศูนย์ นายไม่มีแม้แต่ความสามารถพื้นฐานในการจุดประกายมานา คะแนนปฏิบัติการในวันนี้ของนายคือศูนย์ และถ้าหากในบททดสอบจริงกลางภาค นายยังคงเป็นภาระถ่วงความเจริญของสถาบัน ฉันนี่แหละจะเป็นคนยื่นเรื่องไล่นายออกด้วยตัวเอง กลับไปนั่งที่ได้!"
ทว่า... ก่อนที่เอเลนจะยกมือขึ้นถอนหายใจและหันหลังกลับ
ติ๊ง!
เสียงกริ่งใสราวกระจกกระทบกันดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเอเลนเพียงผู้เดียว พร้อมกับตัวอักษรสีทองเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศในระดับสายตา โดยมีเพียงเขาและเซนอสเท่านั้นที่มองเห็น
[ระบบวิเคราะห์พลังมายาถูกปลุก100%]
[ตรวจพบข้อผิดพลาดของมานาในโครงสร้างศิลาผนึกเวทระดับตำนาน]
[กำลังอัปโหลดรหัสลับ: "เนตรแห่งปราชญ์นิรนาม"]
[คำเตือน: หากท่านทำลายผนึกนี้ ความจริงเบื้องหลัง "หอสมุดต้องห้ามชั้นใต้ดิน" จะถูกเปิดเผย—]
ดวงตาคู่คมของเอเลนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากถูกจุดประกายขึ้นอย่างไม่มีใครทันสังเกตเห็น ขณะที่เงาสีดำของเซนอสส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจผ่านกระแสจิตอย่างรุนแรง
*เฮ้ เจ้าหนู... นั่นมันพลังงานบิดเบี้ยวแบบไหนกันวะเนี่ย!?*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับตัวอักษรของแอสทริดธาตุมนต์นะคะ!
เซียนเวทไร้ค่ากับเงาปริศนาในหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 1
เด็กหนุ่มผู้ไม่มีหยดน้ำตาเวท
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทไร้ค่ากับเงาปริศนาในหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
