คุณนักสถิติหนุ่มกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว•ตอนที่ 2

สมการที่ไม่มีคำตอบ

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
เสียงก้านช้อนเงินกระทบลงบนจานกระเบื้องเคลือบสีงาช้างดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ก่อนที่ความเงียบงันอันหนักอึ้งจะเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารยาวสไตล์วินเทจตัวนั้นอีกครั้ง กลิ่นหอมกรุ่นของสตูว์เนื้อตุ๋นไวน์แดงที่ลอยกรุ่นอยู่กลางโต๊ะ ไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน บรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าห้องทดลองทางสถิติที่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต "คุณกินน้อยเกินไปแล้วนะครับ ลีลาวดี" ภาคินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของนักสถิติผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ในกรอบระเบียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือหนาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ ชนิดที่ไม่มีแม้แต่เสียงกระทบ ลีลาวดีไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันที เธอยังคงใช้ส้อมเขี่ยมันฝรั่งชิ้นเล็กๆ ในจานวนอยู่อย่างนั้น ราวกับว่ามันเป็นงานออกแบบโครงสร้างที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูงสุด ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของสถาปนิกสาวมือรางวัลไม่ได้มีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นชาจนน่ากลัว "ฉันไม่อยากอาหารค่ะ... อ้อ ขอโทษที ฉันหมายถึง ฉันไม่อยากอาหารค่ะ" ลีลาวดีจงใจเน้นเสียงคำสรรพนามด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "พอดีช่วงนี้ระบบย่อยอาหารของฉันมันแปรปรวน คล้ายๆ กับคนที่ต้องรับฟังตัวเลขและทฤษฎีความน่าจะเป็นเดิมๆ ซ้ำซากจนเกิดอาการคลื่นไส้น่ะครับ... อุ๊ย ขอโทษที ฉันติดนิสัยพูดภาษาวิชาการของคุณมาเสียได้" ภาคินชะงักไปเล็กน้อย สันจมูกโด่งคมกรามขยับเข้าหากันนิดๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าความอดทนของนักประเมินความเสี่ยงกำลังถูกทดสอบ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ "คุณกำลังประชดผม ซึ่งมันอยู่นอกเหนือสมการความจำเป็นที่เราตกลงกันไว้" ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ "ในทางสถิติแล้ว การแสดงออกด้วยอารมณ์โดยปราศจากฐานข้อมูลมารองรับ มีแต่จะทำให้ความน่าจะเป็นที่จะหาทางออกร่วมกันลดลงเป็นศูนย์ ผมแค่อยากให้คุณกลับมาทบทวนเรื่องบ้านหลังนั้น... และเรื่องของเรา" "เรื่องของเรา?" ลีลาวดีหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟังจนภาคินต้องขยับตัวอึดอัด เธ่าวางช้อนในมือลงเสียงดังลั่นจนเกิดเสียงกระทบคมชัด "คุณภาคินคะ คุณพูดคำว่า 'เรื่องของเรา' ออกมาได้หน้าตาเฉยเลยสินะคะ น่าทึ่งจริงๆ สมแล้วที่เป็นนักสถิติผู้เชี่ยวชาญการบริหารจัดการความเสี่ยง เพราะตลอดเวลาสามปีที่เราแต่งงานกัน คุณไม่เคยมีความเสี่ยงไหนในชีวิตที่คุณต้องแบกรับเลย... ยกเว้นความรำคาญใจที่มีฉันคอยเดินวนเวียนอยู่ในบ้านหลังใหญ่โตแต่มืดมนนั่น!" "ลีลาวดี ผมไม่เคยพูดว่าผมรำคาญ..." "แต่การกระทำของคุณมันชัดเจนยิ่งกว่ากราฟแท่งที่แสดงผลกำไรขาดทุนรายไตรมาสเสียอีก!" สถาปนิกสาวสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหล rอยร้าวในอดีตถูกกรีดเปิดออกทีละชั้นอย่างไม่ปรานี "คุณจำวันครบรอบแต่งงานของเราเมื่อปีที่แล้วได้ไหมคะ? อ้อ... แน่นอนว่าคุณจำไม่ได้หรอก เพราะในตาราง Excel ของคุณ คืนนั้นถูกบันทึกไว้ว่า 'ประชุมด่วนกับทีมวิเคราะห์ข้อมูลมหภาค' แต่บังเอิญว่าเพื่อนร่วมงานของคุณดันอัปโหลดสตอรี่ลงอินสตาแกรมว่าพวกคุณกำลังนั่งกินเบียร์เฉลิมฉลองโปรเจกต์ใหม่กันตั้งแต่ห้าโมงเย็น... ตอนนั้นฉันนั่งรอคุณอยู่ที่โต๊ะอาหารที่จุดเทียนรอจนไส้เทียนมันละลายจมน้ำตาเทียนไปหมดแล้ว คุณจำความรู้สึกของการรอคอยอย่างไร้ความหวังนั้นได้ไหมคะ?" คำพูดของเธอคมกริบราวกับใบมีดที่บรรจงกรีดลงบนเนื้อเยื่อทีละน้อย ภาคินนิ่งงันริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง มือที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ความทรงจำในคืนนั้นผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองอันชาญฉลาดของนักสถิติพยายามคำนวณหาคำแก้ตัว แต่ทว่า... ไม่มีสูตรคณิตศาสตร์ใดในโลกนี้ที่สามารถหักล้างความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือได้เลย "ผม... ผมยอมรับว่าตอนนั้นผมบกพร่องในหน้าที่สามี" ภาคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นก่อนหน้านี้เริ่มสั่นคลอน "แต่สถานการณ์ตอนนั้น บริษัทกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต..." "วิกฤตงั้นเหรอคะ?" ลีลาวดีแค่นยิ้มหยัน น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบหลังมือของเธอเอง แต่เธอไม่ได้ยกมือขึ้นเช็ดมัน ปล่อยให้มันไหลผ่านแก้มอย่างไม่ไยดี "ชีวิตของฉันไม่ใช่โปรเจกต์ที่รอให้คุณเคลียร์งานเสร็จแล้วค่อยกลับมาตรวจรับแบบลวกๆ นะคะภาคิน! ทุกครั้งที่คุณก้าวเท้าเข้าบ้าน คุณมองฉันเหมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่คุณเป็นเจ้าของ เป็นเครื่องประดับราคาแพงที่ถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยและสถิติ แต่คุณไม่เคยถามเลยสักครั้งว่าข้างในนั้น... ฉันยังหายใจอยู่หรือเปล่า" บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดิ่งลึกลงสู่จุดเยือกแข็ง ภาคินมองผู้หญิงตรงหน้า หัวใจของเขาเต้นรัวผิดจังหวะ—ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่เป็นความเจ็บปวดแปลบปลาบที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาเชื่อมั่นมาตลอดว่าทุกสิ่งในจักรวาลนี้สามารถคำนวณและควบคุมได้ด้วยตัวเลข แต่ในวินาทีนี้ เขากลับตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า หัวใจของมนุษย์โดยเฉพาะหัวใจของผู้หญิงที่ชื่อลีลาวดี คือตัวแปรเดียวในชีวิตเขาที่ไม่เคยมีสูตรตายตัว และเขากำลังจะสูญเสียมันไปตลอดกาล "ถ้าอย่างนั้น... คุณต้องการอะไรจากผม?" ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตาเธออีกครั้ง แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความหยิ่งทะนงหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเว้าวอนของคนที่กำลังจะจมน้ำ "หย่าใช่ไหม? หรือการตัดขาดจากชีวิตคุณอย่างถาวร? บอกผมมาสิ ลีลาวดี... ถ้าสมการนี้มันทำให้คุณเจ็บปวดขนาดนี้ ผมยินดีที่จะเป็นฝ่ายเซ็นชื่อยอมรับความผิดพลาดทั้งหมดเอง" ลีลาวดีนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอคาดหวังว่าเขาจะโต้เถียง จะใช้เหตุผลร้อยแปดมาหักล้าง หรือใช้ความเย็นชาใส่เธอเหมือนเดิม แต่การที่เขายอมจำนนและเอ่ยปากยอมรับความพ่ายแพ้อย่างง่ายดายเช่นนี้ กลับไม่ได้ทำให้เธรู้สึกสะใจอย่างที่คิด... มันกลับยิ่งทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอกลับเจ็บปวดขึ้นมาเสียอีก หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอดันเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาคมปลาบมองกวาดผ่านสามีผู้เคยเพียบพร้อมด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย "สายเกินไปแล้วค่ะ ภาคิน" ลีลาวดีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว ทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับเธอให้กว้างขึ้น "ตอนนี้ ต่อให้คุณเอาสูตรคำนวณที่ดีที่สุดในโลกมาแลกกับการเริ่มต้นใหม่ มันก็ไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว... เพราะหัวใจของฉัน มันถูกถอดถอนออกจากระบบของคุณไปนานแล้วค่ะ" พูดจบ ลีลาวดีก็หันหลังให้ทันที เธอก้าวเดินออกจากห้องอาหารด้วยท่าทีที่มั่น ภาคินนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินความรู้สึก เขาหลับตาลงช้าๆ เตรียมใจรับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่ทว่า... ก่อนที่ฝีเท้าของลีลาวดีจะก้าวพ้นขอบประตูห้องรับแขก เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังพร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความตึงเครียดเสียก่อน "คุณแม่ครับ! คุณป้าข้างบ้านบอกว่ามีพัสดุมาส่ง... เอ๊ะ ทำไมคุณพ่อถึงทำหน้าเหมือนหุ่นยนต์ถ่านหมดแบบนั้นล่ะครับ?" ด.ช. ปัณณธร หรือน้องโปรด ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ดวงตากลมโตเป็นประกายใสแจ๋วไร้เดียงสาคู่นั้นกวาดมองผู้เป็นแม่สลับกับผู้เป็นพ่อด้วยความฉงน แต่ทว่า... วินาทีที่ภาคินลืมตาขึ้นแล้วมองสบตาเข้ากับเด็กชายผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า ลมหายใจของนักสถิติหนุ่มก็พลันสะดุดกึก ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตากลมโตคู่นั้น... สันจมูกโด่งรั้นนั่น... และรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เมื่อเด็กชายเอียงคอมองเขาด้วยสายตานิ่งขรึมและเต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาดเกินวัย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมที่เขาเห็นมันทุกเช้าในกระจกเงา สมการที่เขาคิดว่าไร้ทางออก พลันมีตัวเลขลึกลับปรากฏขึ้นมาใหม่อย่างกะทันหัน... ตัวเลขที่ระบุสถานะความสัมพันธ์ของเขาและเธอเอาไว้อย่างชัดเจนจนน่าตกใจ! ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ! (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนักสถิติหนุ่มกับสถาปนิกสาวผู้ไม่ยอมก้มหัว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%