“ถ้าคุณยังคิดจะลากเส้นมั่วๆ แบบนี้ลงบนแปลนของผมอีกล่ะก็… ผมแนะนำให้เอาเวลาว่างไปนั่งกินยาพาราเซตามอลแล้วนอนอยู่ที่บ้านจะดีกว่านะครับ คุณคิว”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดอย่างถึงที่สุดดังขึ้น ท่าaning ขรึมขลังในชุดสูทสีชาโคลเข้ารูปของ ‘อาคเนย์’ ตัดกับบรรยากาศความวุ่นวายภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปนิกชื่อดังได้อย่างสิ้นเชิง สถาปนิกหนุ่มดาวรุ่งพ่วงตำแหน่งหัวหน้าโปรเจกต์โปรไฟล์หรู กำลังใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะกระจกใสเสียงดัง *ก๊อกๆ* เป็นจังหวะ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด
คนถูกพาดพิงไม่ได้สะทกสะท้านเลยสักนิด คิว หรือที่วงการอีสปอร์ตขนานนามให้ว่า ‘โปรคิว’ เจ้าของฉายามือวางอันดับหนึ่งผู้กวาดแชมป์มาแล้วทั่วเอเชีย นั่งไขว่ห้างสบายๆ อยู่บนเก้าอี้สำนักงานราคาแพง ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มยียวนกวนประสาทที่พร้อมจะแผดเผาประสาทสัมผัสของทุกคนในห้องให้เป็นจุล มือเรียวยาวข้างหนึ่งควงปากกาหมึกซึมราคาแพงเล่นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“โอ๊ะ! อย่าเพิ่งใช้อารมณ์สิครับคุณสถาปนิกหน้าตาย” คิวลากเสียงยาวอย่างจงใจกวนโมโห ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์มองลอดแว่นกรอบใสไปยังร่างสูงที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ “ที่ผมเสนอให้ขยายพื้นที่ห้องเซิร์ฟเวอร์ตรงนี้ มันไม่ได้เรียกว่ามั่วครับ… แต่มันเรียกว่า ‘วิสัยทัศน์’ ของคนทำมาหากินในโลกดิจิทัลต่างหากล่ะ คุณเข้าใจคำว่าฟังก์ชันการใช้งานจริงไหมครับ หรือว่าในหัวคุณมีแต่เสาคอนกรีตกับความสุนทรีย์บ้าบออะไรนั่นจนหมดพื้นที่ประมวลผลไปแล้ว”
คำพูดจิกกัดแบบเจ็บแสบแต่รอยยิ้มพราวเสน่ห์ทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบทันที ทีมงานคนอื่นๆ ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อเสือสองตัวมาอยู่ถ้ำเดียวกัน แถมยังเป็นถ้ำที่แคบและถูกบังคับให้ต้องร่วมหัวจมท้ายกันในโปรเจกต์รีโนเวทตึกเก่าสิบชั้นให้กลายเป็น ‘Gaming Hub & Co-Living Space’ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
มูลค่าหลายร้อยล้านบาท ความคาดหวังจากบอร์ดบริหาร และที่สำคัญที่สุด… คือความเกลียดขี้หน้ากันตั้งแต่แรกพบระหว่างสถาปนิกผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วกับโปรเกมเมอร์สายปั่นที่ไม่มีระเบียบวินัยในสายตาของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
“วิสัยทัศน์?” อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดหรี่มองคนกวนประสาท “วิสัยทัศน์ของคุณมันทำให้โครงสร้างรับน้ำหนักของชั้นสามพังลงมาในหัวกระดาษได้เลยนะคุณคิว ถ้าผมตามใจคุณ วางเซิร์ฟเวอร์ร้อยเครื่องตรงมุมอับลมแบบนั้น ไม่ถึงสามเดือนตึกนี้คงได้กลายสภาพเป็นเตาอบมนุษย์แน่ๆ”
“ก็ติดแอร์เพิ่มสิครับ จะยากอะไร งบตั้งเยอะแยะ หรือว่าคำนวณงบไม่เป็น ถึงได้กลัวว่าเงินจะหมดก่อนสร้างเสร็จ” คิวสวนกลับทันควันโดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมลดละ ดวงตาสองคู่ปะทะกันกลางอากาศราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่กลับไม่สามารถดับความร้อนระอุระหว่างคนทั้งสองได้เลย
ตึ้ง!
เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรงจนคิวชะงัก อาคเนย์โน้มตัวลงมาประชิดใบหน้าของอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและกาแฟเข้มข้นลอยเข้าจมูกของคิวจนเผลอชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมดุของสถาปนิกหนุ่มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา
“ผมถูกบอร์ดบริหารบังคับให้เอาตัวคุณมาเป็นที่ปรึกษาโปรเจกต์นี้ เพราะคิดว่ามุมมองเกมเมอร์มันจะช่วยงานผมได้… แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าผมไม่มีทางยอมให้คนเอาแต่เล่นเกมมาทำลายงานสถาปัตยกรรมที่ผมทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายสร้างมันขึ้นมาเด็ดขาด”
คิวกะพริบตาปริบๆ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเมื่อครู่กลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อระยะประชิดนี้ทำให้เขาเห็นแพขนตาดกหนาและสันจมูกโด่งเป็นคมของอีกฝ่ายได้ชัดเจนเกินไป แม้คำพูดจะร้ายกาจจนน่าเอาเท้าลูบหน้า แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับสั่นไหวด้วยความจริงจังและทุ่มเทอย่างเต็มเปี่ยม
แทนที่จะถอยหนีเหมือนคนทั่วไป คิวยิ่งแย้มยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาดันตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แกล้งกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนขนลุก
“อืม… ใกล้ชิดกันขนาดนี้แล้ว ผมเริ่มคิดนะว่าที่คุณหัวเสียใส่ผมตั้งแต่เช้าเนี่ย… กลัวผมจะแย่งซีนความเด่น หรือว่าแอบหวั่นไหวกับความหล่อของผมกันแน่ครับ คุณสถาปนิก?”
อาคเนย์ชะงักกึก ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามไปถึงใบหูอย่างรวดเร็ว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจและทำอะไรไม่ถูก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบผงะถอยหลังออกไปตั้งหลักแทบไม่ทัน
“คุณ…! หลงตัวเองที่สุด!” อาคเนย์กัดฟันกรอด พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างยากลำบาก “เลิกเล่นไม่เข้าเรื่องแล้วเปิดแปลนหน้าถัดไปซะ เรายังมีเวลาอีกแค่สามชั่วโมงก่อนส่งพรีเซนต์ให้ลูกค้าใหญ่”
คิวยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะในเกมนี้ หัวใจในอกเต้นรัวแรงแปลกๆ แต่เจ้าตัวรีบปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบปากกาขึ้นมาเตรียมจะเถียงต่อในประเด็นถัดไป
แกร็ก…
เสียงเปิดประตูห้องประชุมที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำให้ทั้งคิวและอาคเนย์ต้องหันไปมองพร้อมกัน ร่างของเลขานุการหน้าซีดเผือดก้าวเข้ามาด้วยท่าทีลนลาน พร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่สั่นเทา
“คุณอาคเนย์คะ… คุณคิวคะ… แย่แล้วค่ะ!” เสียงหอบหายใจดังแทรกเข้ามา “ทางลูกค้ารายใหญ่… เอ่อ… ‘คุณรวินทร์’ เปลี่ยนใจกะทันหัน เขาเพิ่งโทรมาแจ้งว่า… เขาจะเข้ามาดูหน้างานด้วยตัวเองในอีกสิบนาทีนี้ค่ะ!”
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งลึกลงสู่ความตึงเครียดทันที อาคเนย์หน้าถอดสีเพราะยังไม่ได้เคลียร์แบบแปลนส่วนสำคัญร่วมกับคิวเลยสักจุด ส่วนคิวเองก็หุบยิ้มกวนประสาทลงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเถียงกันเล่นๆ อีกต่อไปแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูบานแรกสู่โลกใบนี้ด้วยกันนะครับ แล้วไปลุยต่อในตอนหน้ากันเลยครับ!
เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 1
จุดเริ่มต้นของหายนะ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!