กลิ่นอายของชาแนลนัมเบอร์ไฟว์ผสมปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ หลังเวทีแฟชั่นโชว์ระดับประเทศ เสียงส้นสูงนับสิบคู่กระทบพื้นไม้อัดดังระรัวราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าจังหวะหัวใจของพริมาให้เต้นผิดสม่ำเสมอ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าตาข่ายสีดำกำลังบรรจงจัดแต่งระบายผ้าไหมออร์แกนซ่าชั้นสุดท้ายบนชุดฟินาเล่—ผลงานชิ้นเอกที่เธอทุ่มเทหยาดเหงื่อและจิตวิญญาณตลอดสามเดือนเต็ม เพื่อแลกกับการพิสูจน์ให้วงการแฟชั่นได้เห็นว่า ดีไซเนอร์โนเนมอย่างไร้เส้นสายอย่างเธอก็มีสิทธิ์ยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้เช่นกัน
"พริมา... ชุดพร้อมแล้วนะ นางแบบต้องออกไปเดินในอีกสามนาที"
เสียงของทีมงานสาวคนสนิทดังขึ้นแทรกเสียงจอแจ ทว่าสายตาของพริมากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงโปรดักชันหรูของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัวอย่างถือวิสาสะ กวินทร์ ทายาทตระกูลเก่าแก่ผู้กุมบังเหียนธุรกิจสิ่งทอรายใหญ่ และในฐานะ... คู่หมั้นที่เธอคิดมาตลอดว่าเขาคือลมใต้ปีก
ทว่ารอยยิ้มบนริมฝีปากของกวินทร์ในยามนี้ ไม่มีร่องรอยของความอ่อนโยนเลยสักนิด มันคือรอยยิ้มเยียบเย็นของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
"คุณกวินทร์ มาทำอะไรตรงนี้คะ? ข้างหน้าแขกผู้ใหญ่กำลังรอชมโชว์อยู่นะคะ" พริมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ลางสังหรณ์ในใจจะเริ่มส่งเสียงเตือนถึงความผิดปกติ
กวินทร์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่กวาดสายตามองชุดฟินาเล่สีขาวบริสุทธิ์ประดับคริสตัลระยิบระยับด้วยแววตาสمเพช ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตในมือขึ้นมาแล้วพลิกหน้าจอให้เธอเห็นภาพร่างดีไซน์ของชุดที่กำลังจะขึ้นแคทวอล์ก—แต่ทว่า บนหน้าจอนั้น ชื่อแบรนด์ที่ปรากฏใต้ภาพกลับไม่ใช่ชื่อของเธอ
"ลลิสา แฟชั่นเฮาส์"
ดวงตากลมโตของพริมาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดในกายเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา ความเงียบงันเข้าปกคลุมรอบตัวราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
"หมายความว่ายังไงคะ..." เสียงของพริมาสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว แม้พยายามจะควบคุมมันให้อยู่ในความสงบแค่ไหนก็ตาม
"ก็หมายความตามที่เห็นนั่นแหละ พริมา" กวินทร์หัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามอย่างไร้ความปรานี "เธอคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างเธอ คู่ควรจะยืนหยัดในฐานะดีไซเนอร์ระดับท็อปของประเทศ? ชุดนี้... และเครดิตทั้งหมดของคอลเลกชันนี้ เป็นของลลิสา ตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวเท้าขึ้นไปบนแคทวอล์ก"
"คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ!" พริมาพุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าเขา มือเรียวสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานจนถึงขีดจำกัด "นั่นมันผลงานของฉัน! ฉันอดหลับอดนอนร่างแบบ ตัดเย็บด้วยมือตัวเองทุกตะเข็บ คุณเอาผลงานของฉันไปยกให้ลลิสาผู้หญิงคนนั้นได้อย่างหน้าตาเฉยได้อย่างไร!"
กวินทร์แค่นหัวเราะเสียงดังลั่น เขาปัดมือเธอออกอย่างไร้เยื่อใยราวกับปัดเศษฝุ่น สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามถึงขั้วหัวใจ
"ตื่นจากความฝันได้แล้ว พริมา เธอก็เป็นแค่เครื่องมือราคาถูกที่ฉันเลี้ยงไว้สร้างชื่อเสียงให้ตระกูลเท่านั้น คิดเหรอว่าผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ จะคู่ควรกับตำแหน่งคุณนายตระกูลกวินทร์? ลลิสาต่างหากที่เหมาะสม เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธ เพราะถ้าเธอเอ่ยปากโცხยโวยวายออกไป... สัญญาหนี้สินสามสิบล้านที่พ่อแม่เธอทิ้งไว้ จะถูกฟ้องล้มละลายภายในคืนนี้ทันที!"
คำขู่กรรโชกนั้นราวดาบคมกริบที่ปักลงกลางใจ พริมาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลมหายใจติดขัด สมองขาวโพลน ความอดทนทั้งหมดที่เธอสะสมมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา พวกมันเหยียบย่ำความฝัน เหยียบย่ำศักดิ์ศรี และเหยียบย่ำหยาดเหงื่อของเธออย่างไร้ความปรานี
ข้างนอกฮอลล์ เสียงดนตรีแฟชั่นโชว์บรรเลงขึ้นอย่างคึกคัก เสียงปรบมือต้อนรับดังสนั่นหวั่นไหว ลลิสากำลังก้าวออกไปรับเสียงชื่นชมบนแคทวอล์กด้วยชุดที่ขโมยหยาดเหงื่อทั้งชีวิตของเธอไปครอง
ในขณะที่พริมายืนอยู่หลังฉาก มืดมน ไร้ค่า และถูกต้อนให้จนมุม
ความอ่อนแอในดวงตาคู่สวยค่อยๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟสีนิลที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างน่ากลัว รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว—เป็นรอยยิ้มที่ทำให้กวินทร์ถึงกับชะงักไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"คุณคิดว่าฉันจะยอมจำนนสินะคะ... กวินทร์" พริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
เธอก้มลงหยิบกรรไกรตัดผ้าสแตนเลสเนื้อดีขึ้นมาถือไว้ในมือ ปลายนิ้วเรียวกำด้ามจับแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังชุดฟินาเล่สำรองที่แขวนอยู่ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของกวินทร์ที่ร้องห้ามเสียงหลง
"เธอจะทำอะไร! หยุดนะพริมา!"
*ฉับ!*
เสียงคมกรรไกรตัดผ่านเนื้อผ้าไหมออร์แกนซ่าชั้นดีขาดวิ่นลงต่อหน้าต่อตา ทว่าก่อนที่กวินทร์จะได้พุ่งเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงอำนาจของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังแทรกเข้ามาในความโกลาหล
"เล่นสนุกกันพอหรือยังครับ... คุณกวินทร์"
เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์แต่เย็นชาจนกระดูกสันหลังชาหนึบดังขึ้น พริมาและกวินทร์หันขวับไปมองยังทางเข้าห้องแต่งตัวพร้อมกัน และในวินาทีนั้นเอง หัวใจของกวินทร์ก็ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามา พร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดดำนับสิบชีวิตที่ปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมดไว้ในกำมือ
ผู้ชายคนนั้น... ศิลา ทายาทผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจข้ามชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย ผู้ชายที่ใครก็ไม่มีวันเอื้อมถึง กลับยืนอยู่ตรงนี้ เบื้องหน้าของพริมา
ศิลาปรายตามองกวินทร์ด้วยแววตาราวกับมองมดปลวก ก่อนจะหันมาสบตาพริมาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหยุดหายใจ
"ชุดที่ถูกขโมยไป... เดี๋ยวผมซื้อคืนให้ทั้งแบรนด์เลยดีไหมครับ คุณพริมา? หรือถ้ายังไม่สะใจพอ... จะให้ผมกว้านซื้อบริษัทตระกูลกวินทร์มาให้คุณเผาทิ้งเล่นในห้ามนทีนี้เลยดีล่ะครับ?"
---
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสะใจครั้งนี้ด้วยกันนะคะ - เค้กวานิลลา)
รักร้ายพ่ายรอยตัดของดีไซเนอร์จอมพยศ•ตอนที่ 1
รอยร้าวบนแคทวอล์ก
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รักร้ายพ่ายรอยตัดของดีไซเนอร์จอมพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
